วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

บางจากไม่หวั่นปตท.ขายหุ้นทิ้งทั้งหมด

"บางจาก"ระบุไม่กระทบหาก"ปตท."ขายหุ้นทิ้งทั้งหมด ชี้สัญญาที่ทำร่วมกันเป็นลักษณะธุรกิจต่อธุรกิจอยู่แล้ว

นายวิเชียร อุษณาโชติ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทบางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงกรณีที่นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการบริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) จะผลักดันให้ปตท.ขายหุ้นที่ถืออยู่ในบริษัทบางจาก จำนวน 27% ออกไปทั้งหมด เพื่อเพิ่มการแข่งขันให้มากขึ้นในธุรกิจน้ำมัน ว่า หากปตท.ขายหุ้นที่ถืออยู่ในบางจาก ออกไปทั้งหมด ก็จะไม่ส่งผลกระทบอะไรกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท เพราะที่ผ่านมา ในการทำสัญญาระหว่างกัน ทั้งสัญญาการซื้อน้ำมันดิบผ่านปตท.เพื่อให้มีต้นทุนที่ต่ำและปตท.ก็ซื้อน้ำมันสำเร็จรูปจากโรงกลั่น บางจาก หรือสัญญาการเช่าคลังน้ำมัน ของปตท. ที่เป็นเรื่องระหว่างธุรกิจกับธุรกิจ ซึ่งถึงแม้ปตท.ไม่ได้ถือหุ้นอยู่ในบางจาก สัญญาที่ตกลงกันไว้ ก็ไม่ได้สิ้นสุดลงไปด้วย อีกทั้งที่ผ่านมาในแง่ของการบริหารงาน ก็เป็นอิสระต่อกันปตท.เพียงแค่ส่งคนเข้ามาเป็นกรรมการ 2ตำแหน่งเท่านั้น และไม่ได้เข้ามาแทรกแซงหรือสั่งการใดใดโดยตรงกับฝ่ายปฏิบัติการ

นายวิเชียร กล่าวว่า ยังไม่ทราบว่า ปตท.มีแนวทางที่จะขายหุ้นออกไปให้ใคร จะเป็นการขายออกไปให้กับนักลงทุนหรือประชาชนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือขายให้กับบริษัทพันธมิตรรายอื่นๆ แต่อยากจะให้ผู้ถือหุ้นรายใหม่ที่จะเข้ามา มีความเข้าใจถึงวัฒนธรรมองค์กร หรือวัฒนธรรมการทำงานที่เป็นอยู่ในปัจจุบันของบางจาก ที่เป็นบริษัทน้ำมันคนไทย ซึ่งมีนโยบายที่แสดงถึงรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยไม่ได้มุ่งหวังผลกำไรสูงสุด

สำหรับธุรกิจน้ำมันในปัจจุบัน ก็ถือว่ามีการแข่งขันกันอย่างสมบูรณ์อยู่แล้ว โดยที่ผ่านมาค่าการตลาดโดยเฉลี่ยที่บริษัทบางจากได้รับประมาณ1.50บาทต่อลิตร ก็ถือว่ามีความเหมาะสม แม้ว่าช่วงปัจจุบันจะลดต่ำลงมาเล็กน้อย โดยประเด็นที่อยากจะนำเสนอต่อทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) คือความจำเป็นที่จะต้องมีกองทุนน้ำมันที่มาส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน ซึ่งหากเป็นไปได้ ก็ควรที่จะยกเลิกน้ำมันเบนซิน95 เพื่อให้น้ำมันที่จำหน่ายกับผู้บริโภค เป็นน้ำมันแก๊สโซฮอล์ ที่เป็นส่วนผสมระหว่างเบนซินและเอทานอล ทั้งหมด โดยยืนยันว่า น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี10 ในปัจจุบันสามารถที่จะใช้ได้กับรถยนต์ทุกประเทศ โดยที่ไม่มีผลกระทบกับการทำงานของเครื่องยนต์

ส่วนกรณีที่มีบางกลุ่มไม่ต้องการให้มีการนำกองทุนไปอุดหนุนน้ำมันแก๊สโซฮอล์ โดยเฉพาะ อี85 ว่า จะต้องเข้าใจถึงจุดประสงค์ของนโยบายการส่งเสริมพลังงานทดแทน ว่าเป็นไปเพื่อต้องการที่จะลดการนำเข้าน้ำมัน โดยใช้เอทานอลที่เราผลิตได้ในประเทศเข้ามาเป็นส่วนผสม ซึ่งจะเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยและมันสำปะหลัง ให้ได้ราคาผลผลิตที่มีเสถียรภาพ ดังนั้นจึงมีการตั้งราคาเอทานอล ให้ สูงกว่าราคาเนื้อน้ำมันเบนซิน และใช้กองทุนน้ำมันเข้ามามีส่วนอุดหนุนในส่วนนี้ แต่ประเด็นก็คือเมื่อมีการนำกองทุนน้ำมันไปอุดหนุนราคาแอลพีจี ก็ทำให้มีการเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนจากน้ำมันเบนซินมากขึ้น จึงทำให้เบนซินมีราคาแพง ซึ่งหากยกเลิกการใช้น้ำมันเบนซิน95 และการไม่นำเงินกองทุนไปชดเชยราคาแอลพีจี การส่งเสริมพลังงานทดแทนในประเทศจะทำให้ดีขึ้น และเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกร