"ปิยสวัสดิ์" พร้อมเดินหน้าทำงานในฐานะบอร์ดปตท. ไม่แปลกใจถูกต่อต้าน ชี้เป็นกลุ่มเดิมที่ให้ข้อมูลบิดเบือน
นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงกระแสต่อต้านการเข้าเป็นกรรมการใน บมจ.ปตท. โดยมีกลุ่มดาราเริ่มเข้ามาอยู่ในกระแสนี้ว่า ไม่แปลกใจ เพราะกลุ่มต่อต้านก็เป็นกลุ่มคนเดิม ๆ ที่ให้ข้อมูลบิดเบือนในสื่อสังคมออนไลน์และพยายามให้ข้อมูลคนกลุ่มอื่น ๆ เข้ามาหลงเชื่อ โดยสร้างความเข้าใจผิด ๆ ซึ่งในส่วนประชาชนที่ไม่เข้าใจ ไม่รู้ข้อเท็จจริง จึงหลงเชื่อโดยง่ายและแพร่ข้อมูลอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าหนักใจและเป็นหน้าที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ควรจะต้องเข้ามาแก้ไขปัญหานี้
"ผมเข้ามาทำงานโดยไม่ได้วิ่งเต้นขอตำแหน่งจากใคร และไม่แปลกใจที่ถูกกลุ่มเดิม ๆ ต่อต้าน ผมว่าการสร้างความเข้าใจผิด ข้อมูลบิดเบือนทำได้ง่าย ๆ และแพร่กระจายได้รวดเร็ว และคนอ่านสื่อออนไลน์ก็ชอบความสะใจเผยแพร่ข้อมูลต่อ"นายปิยสวัสดิ์ กล่าว
นายปิยสวัสดิ์ กล่าวด้วยว่า การเข้ามาทำงาน ใน ปตท.จะนำแนวทางของกลุ่มปฏิรูปพลังงานเพื่อความยั่งยืนมาเสนอในที่ประชุมบอร์ด ปตท. ซึ่งอยู่ที่ประชุมจะเห็นชอบหรือไม่ และหลายเรื่องก็ขึ้นอยู่กับนโยบายรัฐบาล เช่น การเสนอแยกท่อก๊าซฯ ออกมาเป็นบริษัทมีบุคคลที่ 3 เข้ามาใช้บริการ, การให้ ปตท.ขายหุ้นออกจากโรงกลั่นฯ บางจาก และเอสพีอาร์ซีออกให้หมด เพื่อให้ตลาดมีกลไกแข่งขันมากยิ่งขึ้น การเข้าไปดูเรื่องการลงทุนของ ปตท.โดยเฉพาะข้อสงสัยเรื่อง การลงทุนในต่างประเทศที่ขาดทุน โดยเรื่องนี้มีการสอบถามกันมากทั้งสื่อมวลชน ภาคประชาชนและจากนักลงทุนสถาบัน
ส่วนเรื่องราคาพลังงานที่หลายฝ่ายมองว่าบอร์ดชุดใหม่อาจปรับราคาสูงตามกลไกตลาด นั้น นายปิยสวัสดิ์ กล่าวว่า ปตท.ในฐานะหน่วยงานปฏิบัติตามนโยบายของรัฐ ในฐานะกรรมการจะเข้าไปดูแลราคาหน้าโรงกลั่น ให้ไม่เกิดการเอาเปรียบผู้บริโภค เกิดการแข่งขัน แต่ก็ต้องยอมรับว่าปัจจุบันก็แข่งขันรุนแรง หากโรงกลั่นฯ กำหนดราคาสูงเกินไป ทางผู้ค้าก็จะนำเข้าจากโรงกลั่นสิงคโปร์ ส่วนราคาขายปลีก นั้น ต้องยอมรับว่าราคาขึ้นอยู่กับภาษีและกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง กองทุนส่งเสริมเพื่อการอนุรักษ์พลังงานที่กำหนดโดยภาครัฐ. โดยในขณะนี้ทางภาครัฐก็คุมราคาหลายจุด









