แนวโน้มระยะสั้นไม่เด่น
รอจังหวะลงทุน
เดินหน้าเครือข่ายให้บริการ
เดือนเม.ย. CHG เปิดให้บริการ รพ.จุฬารัตน์ อาคเนย์ เฟส 1 เป็นเครือข่ายแห่งใหม่ในปราจีนบุรีและเริ่มรับรู้รายได้เดือน มิ.ย ส่วนการขยายพื้นที่ รพ.จุฬารัตน์ 11 คาดว่า 3Q57 จะเปิดให้บริการเฟส 1 แม้ล่าช้าจากกำหนดเดิมเดือน พ.ค แต่มองว่าไม่กระทบ CHG เนื่องจากไตรมาส 2 เป็น Low season ทำให้อัตราการใช้บริการตํ่ากว่าไตรมาสอื่น และไม่ต้องรับรู้ค่าเสื่อมเพิ่มช่วง Low season โดยหลังจาก รพ.จุฬารัตน์ 11 เปิดพื้นที่เฟส 1 จะทำให้ปีนี้เครือ CHG มีห้องตรวจ OPD รวมเพิ่มขึ้น 22% เป็น 105 ห้อง และจำนวนเตียง IPD เพิ่ม 6% เป็น 410 เตียง ส่วนปี 2558 จะมีห้องตรวจ OPD รวมเพิ่ม 14% เป็น 120 ห้อง และจำนวนเตียง IPD เพิ่ม 12% เป็น 465 เตียง หลังจาก รพ.จุฬารัตน์ 3 ขยายพื้นที่อาคาร 2 เสร็จใน 4Q58
ปรับเพิ่มประมาณการและมูลค่าเหมาะสม
เราปรับประมาณการปี 2557-2559 ของ CHG สะท้อนผลบวก 1) อัตราเหมาจ่ายประกันสังคมเพิ่มเป็น 1,460 บาทต่อคนต่อปี (เดิม 1,446 บาท) และ 2) ค่ารักษาผู้ป่วยใน (IPD) ประกันสังคมอิงค่านํ้าหนักโรค (RW) มีอัตราเฉลี่ยเพิ่มเป็น 12,500 บาท (เดิม 11,500 บาท) ทำให้ประมาณการรายได้เพิ่มจากเดิม 2% และมีประมาณการกำไรเพิ่มจากเดิม 4% โดยปีนี้คาดว่า CHG จะมีกำไรสุทธิ 472 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% YoY ส่วนปี 2558-2559 คาดว่าจะมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นต่อปี 16% และมี Net margin เพิ่มจาก 18.5% เป็น 18.9% ในปี 2559 เราประเมินมูลค่าเหมาะสมใหม่ 13.30 บาท (เดิม 11.80 บาท) วิธี DCF WACC 8%
คาดกำไรสุทธิ 2Q57 ไม่เด่น
เราคาดว่าผลประกอบการ 2Q57 จะมีกำไรสุทธิ 105 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% YoY แต่ลดลง 15% QoQ การเติบโต YoY เป็นผลบวกจากรายได้เพิ่มขึ้นตามจำนวนลูกค้าที่มาใช้บริการ รวมทั้งอัตราค่ารักษาเพิ่มขึ้นตามความรุนแรงของโรคและการปรับขึ้นอัตราค่ารักษาโครงการประกันสังคม ทั้งนี้หากเทียบ QoQ คาดกำไรสุทธิลดลงจากผลฤดูกาล Low season ทำให้อัตราใช้บริการ OPD และ IPD ลดลงจาก 1Q57 ฉุดรายได้จากการรักษาลดลง 7% QoQ ขณะที่ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 3% QoQ จากค่าใช้จ่ายแพทย์และพยาบาลเพิ่มขึ้นรองรับการขยายเครือข่าย รวมทั้งรับรู้ค่าใช้จ่าย JCI รพ.จุฬารัตน์ 3 เราคาดว่า EBITDA margin และ Net margin จะลดลง QoQ เหลือ 27.2% และ 17.6% ตามลำดับ
ปรับคำแนะนำเป็น “ถือ”
ราคาหุ้น CHG ปรับขึ้น 29% นับจากเราออกบทวิเคราะห์แนะนำ “ซื้อ” เมื่อ 12 มี.ค.57 และปรับตัวดีกว่า SET นับจากต้นปี เรามองว่าสะท้อนการเติบโตของกำไรสุทธิปีนี้ตามประมาณการใหม่บางแล้ว โดยเราให้นํ้าหนักกำไรสุทธิครึ่งปีหลัง (สัดส่วน 52%) ดีกว่าครึ่งปีแรก (สัดส่วน 48%) ระยะสั้นราคาหุ้นอาจถูกกดดันจากแนวโน้ม 2Q57 และไม่มีปัจจัยบวกใหม่หนุน เราปรับคำแนะนำเป็น “ถือ” (เดิมซื้อ) เพื่อรับเงินปันผลงวด 1H57 คาดจ่ายหุ้นละ 0.16 บาท และทั้งปี 57 คาดจ่ายหุ้นละ 0.36 บาท ให้ผลตอบแทนเงินปันผล 3%
Investment Case
ประกอบกิจการสถานพยาบาลในพื้นที่กรุงเทพฝั่งตะวันออกและจังหวัดใกล้เคียงได้แก่ สมุทรปราการและฉะเชิงเทรา รวมถึงพื้นที่บริเวณใกล้เคียงกับสนามบินสุวรรณภูมิ โดยกลุ่มบริษัทฯ มีโรงพยาบาล 3 แห่ง และมีสถานพยาบาลและคลินิก 7 แห่ง รวมทั้งสิ้น 10 แห่ง และมีเตียงรองรับผู้ป่วยจำนวน 386 เตียง






