วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

หั่นเป้าส่งออกเหลือ3.5%ชี้เศรษฐกิจโลก'ไม่แน่นอน'

พาณิชย์ หั่นเป้าหมายส่งออกเหลือ 3.5% หลังจากมูลค่า5 เดือนแรก ติด1.22% เอกชนชี้เศรษฐกิจโลกไม่แน่นอน

กระทรวงพาณิชย์ ปรับเป้าการขยายตัวการส่งออกจาก 5% เหลือ 3.5% หลังจากมูลค่าการส่งออกในช่วง 5 เดือนแรก ยังติดลบ 1.22%

นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยถึงการส่งออกในเดือนพ.ค. มูลค่า 19,401 ล้านดอลลาร์ ลดลง 2.14% ติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 นำเข้ามูลค่า 20,210 ล้านดอลลาร์ ลดลง 9.32% ทำให้เดือนพ.ค. ขาดดุลการค้า 808 ล้านดอลลาร์

การส่งออก 5 เดือน (ม.ค.-พ.ค.) มูลค่า 92,862 ล้านดอลลาร์ ลดลง 1.22% นำเข้า มูลค่า 94,418 ล้านดอลลาร์ ลดลง 14% ทำให้ 5 เดือน ขาดดุลการค้า 1,556 ล้านดอลลาร์

สินค้าส่งออกเดือนพ.ค. กลุ่มอุตสาหกรรม ลดลง 0.1% แต่สินค้าอุตสาหกรรมหลัก เช่น กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ขยายตัว 6.4% กลุ่มเม็ดและผลิตภัณฑ์พลาสติก ขยายตัว 11.7% และกลุ่มอัญมณีและเครื่องประดับ ขยายตัว 17.5% ขณะที่สินค้าส่งออกลดลง เช่น กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า ลดลง 3.6% กลุ่มยานยนต์ ลดลงและส่วนประกอบ ลดลง 6.8% วัสดุก่อสร้าง ลดลง 8.8% และกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาง ลดลง 11.6%

ส่วนกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรยังคงลดลงต่อเนื่องจากเดือนที่ผ่านมา ที่ 3.5% เช่น อาหารทะเลแช่แข็ง ลดลง 9.3% กุ้งแช่แข็งและแปรรูป ลดลง 16.9% ยางพารา ลดลง 23.1% และน้ำตาลลดลง 23.2%

“สาเหตุที่อาหารทะเลแช่แข็ง และแปรรูป ส่งออกลดลงในเดือนพ.ค. เนื่องจากเกษตรกรไม่กล้าลงทุน เพราะกังวลเกี่ยวกับโรคกุ้งตายด่วน SMS ที่ยังคงระบาด ส่งผลให้ผลผลิตกุ้งลดลง ประกอบกับผู้ประกอบการมีความกังวลเกี่ยวกับปัญหาค้ามนุษย์ และแรงงานบังคับ ส่วนสิ่งทอ ภาพรวมลดลงจากตลาดหลัก สหรัฐ จีน ยุโรป และเวียดนาม นำข้าลดลง แต่ตลาดญี่ปุ่นขยายตัวเพิ่มขึ้น

ขณะที่ยานยนต์ฯส่งออกลดลงจากเศรษฐกิจภายในประเทศปลายทาง เช่น ออสเตรเลีย ซบเซา ” นางนันทวัลย์ กล่าว

ส่วนส่งออกรายตลาด ตลาดหลัก ขยายตัว 1.1% โดยสหรัฐ ขยายตัว 2.8% ยุโรป 11.9% ขณะที่ญี่ปุ่นลดลง 9.9% จากปัจจัยค่าเงินอ่อน การขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มทำให้การนำเข้าชะลอตัว ตลาดศักยภาพสูง ลดลง 0.3% โดยอาเซียน (5) ลดลง 3.3% จีน ลดลง 5.7% เนื่องจากการชะลอตัวเศรษฐกิจภายในและการส่งออกของจีนลดลง

ขณะที่อินเดีย ยังขยายตัว 19.4% ไต้หวัน ขยายตัว 19.1% ตลาดศักยภาพรอง ลดลง 11.1% โดยทวีปออสเตรเลีย ลดลง 27.6% กลุ่ม CIS (12รวมรัสเซีย) ลดลง 16.3% ละตินอเมริกา 11.1% และแอฟริกา ลดลง 4.2%

ชี้ราคาน้ำมันปัจจัยเสี่ยงครึ่งปีหลัง

นางนันทวัลย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ ปรับคาดการณ์การส่งออกปี 2557 จะขยายตัว 3.5% ภายใต้สมมติฐาน อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก ในอัตรา 3.6-3.7% ตามคาดการณ์ของไอเอ็มเอ ราคาสินค้าวัตถุดิบอุตสาหกรรมโลก ลดลง 2.5% อัตราแลกเปลี่ยน อยู่ที่ 31.5 บาทต่อดอลลาร์ โดยในเดือนพ.ค. เงินบาทอ่อนค่าลง 8% เทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน ขณะที่อัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบันอยู่ที่ 32.02บาทต่อดอลลาร์

นางนันทวัลย์ กล่าวว่า การส่งออกที่จะให้ได้ตามเป้าหมาย 3.5% นั้น จากเป้าหมายเดิม 5% โดยตั้งแต่เดือนมิ.ย. เป็นต้นไปจะต้องส่งออกให้ได้มูลค่าเดือนละ 20,000 ล้านดอลลาร์ หรือขยายตัวเฉลี่ยเดือนละ 5% แต่ปัจจัยเสี่ยงของการส่งออกครึ่งปีหลังต้องจับตาราคาน้ำมัน เพราะหากมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นรุนแรง จะส่งผลกระทบโดยตรงคือการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการผลิตและการขนส่ง ส่วนผลกระทบทางอ้อมคือทำให้การฟื้นตัวเศรษฐกิจโลกชะลอลง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยดังกล่าวเป็นสิ่งที่ผู้ส่งออกจากประเทศอื่นๆ ก็จะต้องได้รับเช่นกัน

ระบุยังไม่ได้รับผลกระทบบัญชีค้ามนุษย์

ส่วนปัญหาที่ไทยถูกกลุ่มหาว่าค้ามนุษย์ฯนั้น ได้สั่งการให้ทูตพาณิชย์เร่งชี้แจงคู่ค้าเอกชนให้เข้าใจว่าไทยไม่ได้มีปัญหาดังกล่าว ซึ่งล่าสุดยังไม่มีรายงานการยกเลิกนำเข้าสินค้าจากไทย ส่วนกรณีที่หนังสือพิมพ์เดอะ การ์เดียน รายงานข่าวการค้ามนุษย์ในไทยนั้น ทางเอกชนที่ถูกพาดพิงได้ทำการชี้แจงแล้ว ซึ่งกรมทำหน้าที่รวบรวมว่าเอกชนรายใดดำเนินการอย่างไรบ้างเพื่อกำหนดแผนการทำงานให้ชัดเจนต่อจากนี้

นางนันทวัลย์ กล่าวอีกว่า จากนี้ไปผู้ประกอบการต้องมีข้อมูลที่มาของแหล่งผลิตและวัตถุดิบ ให้ครบถ้วนว่าไม่มีการใช้แรงงานผิดกฎหมาย หรือ มีการค้ามนุษย์ ซึ่งไม่เพียงแต่ในอุตสาหกรรมที่ถูกรายงานถึง แต่ควรต้องเป็นทุกอุตสาหกรรมและภาคการเกษตร เพื่อพร้อมที่จะชี้แจงข้อเท็จจริงหากเกิดข้อสงสัยจากผู้นำเข้าในประเทศปลายทาง ทั้งนี้ต้นทุนทางธุรกิจของผู้ส่งออกจะเพิ่มขึ้น แต่มั่นใจว่าผู้นำเข้าปลายทางพร้อมที่จะจ่ายเพิ่ม เพื่อป้องกันภาพลักษณ์แบรนด์สินค้าของตัวเอง และในภาพรวมเป็นสิ่งที่ดีที่ภาคการส่งออกจะมีส่วนดูแลสวัสดิภาพของแรงงานด้วย

รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า สำหรับเป้าหมายรายตลาดสำหรับการขยายตัวที่ 3.5% นั้น ขณะนี้กำลังให้ทูตพาณิชย์ดำเนินการกำหนดเป้าหมายของตัวเองใหม่ คาดว่าจะได้ข้อสรุปในเดือนก.ย.นี้ ซึ่งคาดว่าจะมีการประชุมทูตพาณิชย์ในช่วงการจัดงาน บางกอก เจมส์ โดยในโอกาสเดียวกันนี้ คาดว่าจะกำหนดเป้าหมายส่งออกสำหรับปี 2558 ด้วย

กสิกรหั่นเป้าส่งออกเหลือ 3%

ด้าน ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่าการส่งออกในเดือนพ.ค. ต่ำกว่าที่คาดไว้ แต่เชื่อว่าในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 อาจขยายตัวได้ประมาณ 5.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และเทียบกับที่หดตัวลง 1.2% ในช่วง 5 เดือนแรกของปี

ทั้งนี้ สัญญาณการฟื้นตัวของภาคการส่งออกที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ทันในช่วงครึ่งแรกของปี 2557 ซึ่งศูนย์วิจัยฯ ปรับลดกรอบประมาณการอัตราการขยายตัวของการส่งออกในปี 2557 ลงมาที่ 2.0-4.0% โดยมีค่ากลางกรณีพื้นฐานที่ 3.0% เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ที่ผ่านมา จากตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ 5.0%

อย่างไรก็ดี คงต้องยอมรับว่า สินค้าส่งออกบางรายการในกลุ่มอาหาร โดยเฉพาะอาหารทะเลแช่แข็ง/แปรรูป น้ำตาล ยางพารา และผลิตภัณฑ์ยาง อาจเผชิญสถานการณ์ที่ท้าทาย ทั้งในด้านคำสั่งซื้อจากประเทศผู้นำเข้าหลัก โดยเฉพาะจีน ปริมาณการผลิตที่เพียงพอต่อการส่งออก แรงกดดันจากประเทศคู่แข่งในตลาดโลก รวมถึงความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกที่กรณีที่เหตุตึงเครียดในอิรัก ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันต่อเนื่องเป็นเวลานาน

คลังเผยศก.เดือนพ.ค.ฟื้นตัว

นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลังในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยรายงานภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือนพ.ค. ว่า เศรษฐกิจไทยเดือนดังกล่าว บ่งชี้ว่า เศรษฐกิจไทยด้านการใช้จ่ายในประเทศเริ่มดีขึ้น ทั้งจากการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน ขณะที่วิกฤติการเมืองได้คลี่คลายลง ทำให้การใช้จ่ายภาครัฐเร่งขึ้น และภาคเอกชนมั่นใจขึ้น แต่การใช้จ่ายต่างประเทศเริ่มลดลงทั้งส่งออกสินค้าและบริการ ด้านเสถียรภาพในประเทศ ยังอยู่ในเกณฑ์ดี แม้จะเริ่มมีแรงกดดันเงินเฟ้อสูงขึ้น ขณะที่เสถียรภาพต่างประเทศยังแข็งแกร่ง

"ในเดือนดังกล่าว ถือเป็นเดือนหัวเลี้ยวหัวต่อของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย เพราะคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เข้ามาแก้ไขปัญหาของประเทศตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยคาดว่า เครื่องยนต์เศรษฐกิจไทย ได้แก่ การบริโภคภาคเอกชน การลงทุนภาคเอกชน และการใช้จ่ายภาครัฐ จะกลับมามีพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้เต็มศักยภาพมากขึ้นตั้งแต่เดือนมิ.ย.นี้ เป็นต้นไป" เขากล่าว

สำหรับการใช้จ่ายภาครัฐมีอัตราเร่งขึ้น หลังจากสถานการณ์ทางการเมืองคลี่คลาย สะท้อนจากการเบิกจ่ายงบประมาณปีปัจจุบันสามารถเบิกจ่ายได้ จำนวน 142.5 พันล้านบาท ขยายตัว 13.3% ต่อปี เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัว 5.6% ต่อปี ส่งผลอัตราการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปีงบประมาณ 2557 ในช่วง 8 เดือนแรกของปีงบประมาณเบิกจ่ายได้ 1,565.6 พันล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการเบิกจ่าย 62.0 %จากเดือนก่อนหน้าที่อยู่ที่ 56.4%ของกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2557

ชี้ส่งออกติดลบสะท้อนความไม่แน่นอน

ด้านอุปสงค์ต่างประเทศ ยังคงหดตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกจากการส่งออกสินค้าของไทยเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา หดตัวที่ -2.1% ต่อปี และ-2.6 % ต่อปี เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า โดยตลาดส่งออกหลักที่หดตัว ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น กลุ่มอาเซียน - 5 และออสเตรเลีย

ขณะที่สินค้าส่งออกที่มีการหดตัวลงมาก ได้แก่ อุตสาหกรรมเกษตร รถยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า สำหรับ เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านอุปทานมีสัญญาณหดตัว ในสาขาอุตสาหกรรมและบริการ สะท้อนจากดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ค. หดตัวที่ -4.1% ต่อปี จากอุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องประดับ และ อาหาร เป็นสำคัญ