ฟื้นตัวแรงสุดในกลุ่ม
ประเด็นการลงทุน
BEAUTY เป็นหนึ่งในหุ้นอันดับแรกในกลุ่มค้าปลีกที่เราให้คำแนะนำ ซื้อ เนื่องจากเป็นบริษัทที่ฟื้นตัวได้ดีที่สุดตัวหนึ่งในกลุ่มค้าปลีก เราคาดกำไรจะพลิกกลับจากลดลง 1.1% YoY ในไตรมาส 1/57 เป็นโตขึ้น 15.5% YoY ในไตรมาส 2/57 และ 38% YoY ในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 หนุนโดยผลประกอบการสาขาเดิมปรับตัวดีขึ้น, การเปิดสาขาใหม่และร้านค้ารูปแบบใหม่อย่าง Beauty Market พร้อมกันนี้ราคาซื้อขายในปัจจุบันก็ถือว่าน่าสนใจ ถึงแม้ราคาหุ้นจะปรับตัวสูงขึ้น 4% ตั้งแต่เราเพิ่ม BEAUTY อยู่ในกลุ่มที่เราเลือกเป็นลำดับแรกในวันที่ 23 มิ.ย. แต่ PERs ปัจจุบันอยู่ที่เพียง 26.4 เท่า สำหรับปี 2557 และ 20.9 เท่า สำหรับปี 2558 เทียบกับค่าเฉลี่ยกลุ่มค้าปลีกที่ 31เท่า และ 25 เท่า ตามลำดับ
BEAUTY ฟื้นตัวเร็วที่สุดในกลุ่มค้าปลีก
BEAUTY เป็นบริษัทที่ฟื้นตัวเร็วกว่าบริษัทอื่นๆในกลุ่มค้าปลีกที่เราให้คำแนะนำ โดยยอดขายเริ่มฟื้นตัวขึ้นตั้งแต่เดือนมี.ค.และมีแนวโน้มแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 ตามการฟื้นตัวของการใช้จ่ายผู้บริโภค พร้อมกันนี้ผู้บริหารกล่าวว่าอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมฟื้นตัวจาก 1.9% ในไตรมาส 1/57 เป็นเกือบ 10% ในช่วงระหว่างเดือนเม.ย.-พ.ค. ในขณะที่ยอดขายในแต่ละวันของ BEAUTY ก็ทำสถิติสูงสุดใหม่ในวันที่ 31 พ.ค. (1 สัปดาห์หลังจากมีการประกาศรัฐประหาร)
บริษัทยังคงแผนการขยายสาขาเดิม
การขยายสาขา เป็นอีกหนี่งปัจจัยที่หนุนการเติบโตของบริษัท โดย BEAUTYตั้งเป้าเปิด Beauty Buffet เพิ่ม 31 สาขา Beauty Cottage 20 สาขา และ Beauty Market เพิ่มอีก 15 สาขาในปีนี้ ซึ่งจะส่งผลให้ ณ สิ้นปี 2557 บริษัทจะมี Beauty Buffet ทั้งหมด 210 สาขา Beauty Cottage 70 สาขา และ Beauty Market 18 สาขา แม้จะมีเหตุไม่สงบทางการเมืองเกิดขึ้นจนถึงเดือนพ.ค. แต่บริษัทสามารถเปิด Beauty Buffet เพิ่ม 8 สาขา Beauty Cottage 6 สาขา และ Beauty Market เพิ่มอีก 3 สาขาในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ และจะเปิด Beauty Buffet เพิ่มอีก 9 สาขา Beauty Cottage 5 สาขา และ Beauty Market เพิ่มอีก 4 สาขาภายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ นอกจากนี้ BEAUTY มั่นใจว่าจะสามารถบรรลุเป้าการเปิด Beauty Buffet / Beauty Cottage 13 สาขาในประเทศเพื่อนบ้านได้ ซึ่งจะส่งผลให้ณ สิ้นปี 2557 บริษัทจะมีสาขาในต่างประเทศทั้งหมด 19 สาขา
Beauty Market จะเป็นตัวสร้างการเติบโตและเพิ่มมูลค่าในระยะยาว
ตั้งแต่มีการเปิดตัวร้านแรกในไตรมาส 3/56 Beauty Market ก็ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากและขณะนี้ก็ได้รับการยอมรับมากขึ้นในกลุ่มพัฒนาศูนย์การค้า โดยบริษัทคาดว่าจะคงอัตราการเปิดสาขาใหม่อย่างน้อย 15 สาขาต่อปีสำหรับ 3-5 ปีข้างหน้า ซึ่งการขยายสาขาเชิงรุกของ Beauty Market นี้ไม่เพียงแต่ทำให้ ยอดขายเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่จะช่วยให้อัตรากำไรขยายตัวเพิ่มขึ้นด้วย เนื่องจากมีอำนาจในการต่อรองมากขึ้นรวมถึงได้รับส่วนลดจากซัพพลายเออร์ที่มากขึ้นด้วย นอกจากนี้เราเชื่อว่า Beauty Market จะเพิ่มมูลค่าของบริษัทในระยะยาว
โดยบริษัทที่เป็นเจ้าของช่องทางการจัดจำหน่ายที่มีประสิทธิภาพและมีอำนาจในการต่อรองกับซัพพลายเออร์ในการเลือกเฉพาะสินค้าขายดีมาไว้ในชั้นวางเท่านั้น จะเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดในห่วงโซ่อุปทาน









