ฝ่ายวิจัยปรับเพิ่มประมาณการและ FV ปี 2557 ขึ้น 20% และ 54% ตามลำดับ
สะท้อนความชัดเจนของโครงการต่างๆ ที่จะทยอยรับรู้เป็นรายได้เข้ามาภายในระยะ 5 ปี ข้างหน้า อีกทั้งมี PER ต่ำสุดในกลุ่มพลังงานทดแทน
เพิ่มคำแนะนำเป็นซื้อ
เดินหน้าเติบโตกว่า 10 เท่าตัว ภายใน 5 ปี
GUNKUL ตั้งเป้าเติบโตกว่า 10 เท่าตัว ในธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนภายในระยะ 5 ปี ขึ้นสู่ระดับกำลังการผลิตที่ 300 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันที่ดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์แล้วจำนวน 28 เมกะวัตต์ และหากรวมกับโครงการที่มีอยู่ในมือ ที่จะทยอยก่อสร้างและดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์ระหว่างปี 2557-2560 จะทำให้กำลังการผลิตของ GUNKUL เพิ่มเป็น 130 เมกะวัตต์ และด้วยจุดแข็งของ GUNKUL จากการเป็นผู้ประกอบการที่ครบวงจรทั้งงานรับเหมาก่อสร้าง (EPC) และการเป็นผู้ผลิตไฟฟ้า ทำให้คาดว่าจะยังคงได้รับงานต่อเนื่อง ทั้งโครงการในประเทศและต่างประเทศ อีกทั้งยังมีงานดั้งเดิมของ GUNKUL ในการขายอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งในไทยและพม่าคอยหนุนกำไรเติบโตได้ระยะยาว
ปรับเพิ่มประมาณการกำไรตั้งแต่ปี 2557
ฝ่ายวิจัยได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรตั้งแต่ปี 2557 สะท้อน 1) รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้า Gas Engine ในพม่า เฟส1 ตั้งแต่งวด 3Q57 รวมถึงจะรับรู้ส่วนแบ่งกำไรย้อนหลังตั้งแต่โครงการนี้เริ่มผลิตในเดือน พ.ย. 2556 - มิ.ย. 2557 ในงวด 3Q57 ราว 30 ล้านบาท 2) เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในโครงการพลังงานลมของ WED (ห้วยบงและวายุ) เป็น 100% จากเดิมถือ 70% แต่เลื่อนการรับรู้รายได้จากเดิมที่จะเกิดขึ้นในงวด 4Q58 ไปเป็นงวด 1Q59 และ 3) รวมโครงการพลังงานลม GNP กำลังการผลิต 60 เมกะวัตต์ ในประมาณการ เนื่องจากมีความชัดเจนมากขึ้นว่าจะเดินหน้าก่อสร้างและผลิตได้ตามแผน ส่งผลให้ประมาณการปี 2557-58 เพิ่มขึ้น
เพิ่มคำแนะนำเป็น “ซื้อ”…FV ใหม่ 20 บาท
ภายใต้ประมาณการใหม่ ฝ่ายวิจัยปรับเพิ่มมูลค่าพื้นฐาน ณ สิ้นปี 2557 (DCF) เป็น 20 บาทต่อหุ้น (เดิม 13 บาท) และเพิ่มคำแนะนำเป็น “ซื้อ” จากเดิม “ถือ” ตามความชัดเจนของโครงการต่างๆ และศักยภาพที่จะเติบโตได้ตามแผนที่กำหนดไว้ อีกทั้งหากพิจารณา PER ปี 2557 พบว่าอยู่เพียง 23.6 เท่า ต่ำกว่าหุ้นตัวอื่นในกลุ่มฯ ทั้ง EA และ SPCG ที่มี PER สูงถึง 49.6 เท่า และ 29.8 เท่า ตามลำดับ
โรงไฟฟ้าลมหนุนกำไรดีดตัวแรงตั้งแต่ปี 2559
ปัจจุบัน GUNKUL มีโครงการที่อยู่ในมือ ที่คาดจะทยอยรับรู้รายได้ดังนี้ เริ่มจากในช่วง 2H57 คาดจะเริ่มรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้า Gas Engine ในประเทศพม่า เฟส 1 กำลังการผลิต 25 เมกะวัตต์ (GUNKUL ถือหุ้น 50%) และต่อเนื่องในช่วงต้นปี 2558 สำหรับเฟส 2 กำลังการผลิต 25 เมกะวัตต์ (GUNKUL ถือหุ้น 60%) และโรงไฟฟ้าพลังงานลมห้วยบง 1-2 และวายุ อีก 60 เมกะวัตต์ ตั้งแต่ต้นปี 2559 (ปัจจุบัน GUNKUL ถือหุ้น 100% จากเดิมถืออยู่ 70%) รวมถึงโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม GNP กำลังการผลิต 60 เมกะวัตต์ (GUNKUL ถือหุ้น 100%) ที่จะเริ่มเดินหน้าก่อสร้างหลังจากได้รับ PPA แล้ว เหลือเพียงใบอนุญาต รง.4 ซึ่งผู้บริหารยืนยันว่าไม่น่าจะมีปัญหา ซึ่งคาดจะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นไป ทั้งนี้ในส่วนของเงินลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานลมทั้ง 2 โครงการราว 8.5 พันล้านบาท คาดจะใช้เงินกู้จากสถาบันการเงินเป็นหลักตาม Project Financed (D/E 3:1)
รุกโครงการโซลาร์ชุมชน และขยายลงทุนในพม่าต่อยอด
นอกจากงาน Backlog ที่ GUNKUL มีอยู่ในมือปัจจุบันดังกล่าวข้างต้น ซึ่งคิดเป็นกำลังการผลิตราว 180 เมกะวัตต์ แล้วนั้น GUNKUL ยังเดินหน้าที่จะเข้าประมูลโรงไฟฟ้าโซลาร์ชุมชน (1 เมกะวัตต์ 1 ตำบล) ที่ภาครัฐเปิดประมูลอยู่ในช่วงนี้กำลังการผลิต 800 เมกะวัตต์ คาดจะได้ข้อสรุปภายใน 2-3 เดือนข้างหน้า
เช่นเดียวกับโครงการโซลาร์รูฟท็อป ที่คาดว่า GUNKUL น่าจะได้รับส่วนแบ่งการก่อสร้างและการผลิตไฟฟ้าเพิ่มเติมเช่นกันหลังจาก คสช.ยกเลิกการบังคับใช้ใบอนุญาต รง.4 กับโครงการโซลาร์รูฟท็อป ซึ่งอาจจะส่งผลให้มีการก่อสร้างโซลาร์รูฟทอปเพิ่มขึ้นในช่วง 2H57 นอกจากนี้ยังคงเดินหน้างานลงทุนในประเทศพม่าอย่างต่อเนื่อง อาทิ โรงไฟฟ้าพลังงานลม ซึ่ง GUNKUL ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลพม่าเข้าไปติดตั้งเสาวัดลมในประเทศพม่ามาแล้วกว่า 1 ปี หากสำเร็จก็จะสามารถเดินหน้าก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานลมได้ ตามแผนกำลังการผลิตกว่า 100 เมกะวัตต์ รวมถึงการขยายโรงไฟฟ้า Gas Engine เฟส 3
คาดกำไร 2Q57 ทรงตัวระดับสูงต่อเนื่อง
ฝ่ายวิจัยคาดกำไรงวด 2Q57 จะยังทรงตัวได้ในระดับสูงใกล้เคียงกับงวด 1Q57 ที่รายงานกำไรสุทธิสูงถึง 207 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51%qoq หลักๆ เป็นผลมาจากรายได้งาน EPC ที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 782 ล้านบาท และการกลับมาเริ่มรู้งานพม่าอีกครั้งโดยบันทึกในงวด 1Q57 จำนวน 40 ล้านบาท จากมูลค่าโครงการพม่าในปี 2557 ที่ 480 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยบันทึกส่วนที่เหลือในช่วงที่เหลือของปี โดยในงวด 2Q57 ยังจะทยอยรับรู้รายได้จาก EPC และงาน Trading









