วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Sector Update_Energy Sector : Oil Business_170657

ปรับลดราคาดีเซลครั้งแรก กระทบกลุ่ม PTT ไม่มาก

โครงสร้างราคานํ้ามันมาจากเนื้อนํ้ามันและโครงสร้างภาษีกว่า 70%

โครงสร้างราคานํ้ามันสำเร็จรูปในประเทศซับซ้อนมาก แต่ในความเป็นจริงมีเพียง 4 องค์ประกอบเท่านั้นได้แก่ (1) ราคานํ้ามันสำเร็จรูปหน้าโรงกลั่น (2) โครงสร้างภาษี ได้แก่ ภาษีสรรพสามิต ภาษีเทศบาล ภาษีมูลค่าเพิ่มที่เก็บเพื่อคำนวณราคาขายส่ง และเก็บอีกครั้งก่อนกำหนดราคาขายปลีก (3) กองทุนนํ้ามันและกองทุนอนุรักษ์พลังงาน และ (4) ค่าการตลาด โดยสัดส่วนราคานํ้ามันสำเร็จรูปหน้าโรงกลั่นและโครงสร้างภาษีคิดเป็น 70% ของราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการนํ้ามัน

ปรับโครงสร้างภาษี กระทบภาพรวมน้อยที่สุด

โครงสร้างภาษีปัจจุบันมีการเรียกเก็บในหลายอัตราตามประเภทนํ้ามัน โดยในกลุ่มนํ้ามันแก๊สโซฮอลล์ E10 มีสัดส่วนภาษี 24.6% ขณะที่นํ้ามันดีเซล (Gas Oil) มีสัดส่วนภาษี 6.6% เนื่องจากภาครัฐฯ เนื่องจากยังได้รับการอุดหนุนจากภาครัฐฯ ตั้งแต่สมัยรัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ (21 เม.ย. 2554) เรามองว่าการบริหารโครงสร้างภาษี จะเป็นเครื่องมือที่เหมาะสมที่สุด หากจะทำการปรับลดราคานํ้ามันเนื่องจากรายได้จากการจัดเก็บภาษีนํ้ามันเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 364 ล้านบาท หากยกเลิกเป็นเวลา 1 ปี จะกระทบประมาณการการจัดเก็บรายได้ตามงบประมาณปี 2558 เพียง 4.6% เท่านั้น

การยกเลิกกองทุนนํ้ามันเป็นเรื่องยาก

ประเด็นยกเลิกกองทุนนํ้ามัน เรามองว่ายังคงเป็นเรื่องยากเนื่องจากวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งกองทุนดังกล่าว เพื่อใช้เป็นกลไกของรัฐในการป้องกันภาวะการขาดแคลนนํ้ามันเชื้อเพลิง และใช้ในการรักษาระดับราคาขายปลีกนํ้ามันเชื้อเพลิงของประเทศในกรณีที่ราคานํ้ามันในตลาดโลกสูงขึ้น เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความเดือดร้อนของประชาชนน้อยที่สุด (ตาม พรก. แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนนํ้ามันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516) ขณะที่การยกเลิกกองทุนนํ้ามันจะกระทบต่อภาพรวมในการพัฒนาพลังงานทดแทนโดยเฉพาะธุรกิจเอทานอล เนื่องจากราคานํ้ามันแก๊สโซฮอลล์ E85 จะปรับเพิ่ม 50% ขณะที่ราคานํ้ามันเบนซินพื้นฐานจะลดลง 22% ทำให้เรามองว่าการใช้มาตรการต่อกองทุนนํ้ามันจะเป็นลักษณะค่อยเป็นค่อยไป

ปรับลดค่าการตลาดนํ้ามันดีเซล กระทบ PTG มากที่สุด

สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน โดย พล.อ.อ. ประจิน จั่นตอง รองหัวหน้า คสช. เป็นประธาน ประกาศปรับราคานํ้ามันดีเซลหน้าสถานีบริการลง 0.14 บาทต่อลิตร เหลือ 29.85 บาทต่อลิตร โดยปรับเพิ่มเงินเข้ากองทุนนํ้ามัน 0.56 บาทต่อลิตร แต่ลดค่าการตลาดลง 0.70 บาทต่อลิตร ซึ่งจะกระทบ 3 บริษัทที่เราศึกษา (PTT BCP PTG) โดย PTG คาดว่าจะได้รับผลกระทบมากสุดโดยกำไรสุทธิปี 2557 จะลดลง 12% จากประมาณการเดิมหรือประมาณ 47 ล้านบาท เนื่องจากมีสัดส่วนการขายดีเซล 75% ของรายได้รวมและกระทบมูลค่าเหมาะสม 0.05 บาท (ประมาณการปัจจุบัน เราคาดกำไรสุทธิ 403 ล้านบาท มูลค่าเหมาะสม 3.80 บาท) ขณะที่ BCP และ PTT กระทบมูลค่าเหมาะสมไม่มากและกระทบกำไรสุทธิ 9% และ 2% ตามลำดับ