นโยบายหนุนเฉพาะกลุ่ม SET อาจแกว่งตัวแบบ sideway up แต่ยังมองเป็นขาขึ้น
SET View
ประเด็นหลัก เรามองตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้จะได้รับแรงหนุนจากการประกาศยกเลิกเคอร์ฟิวทั่วประเทศหลังมีการบังคับใช้มาทั้งหมด 23 วัน ซึ่งจะทำให้ทั้งการบริโภคภายในประเทศและการท่องเที่ยวกลับมาฟื้นตัวเร็ว ทำให้เศรษฐกิจไทยในช่วง 2H57 ได้รับประโยชน์จากภาคการท่องเที่ยวที่มีสัดส่วนถึง 8% ของ GDP นอกจากนี้ทาง คสช.ยังได้เน้นยํ้าถึงความชัดเจนในการจัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกาลที่จะเสร็จสิ้นภายในเดือนกันยายน ทำให้มีอำนาจในการบริหารงบประมาณปี 2558 และสามารถขับเคลื่อนประเทศได้อย่างเต็มที่ โดยมีประเด็นสำคัญในประเทศ คือ การประชุม กนง. ซึ่งจะพิจารณาปรับคาดการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจในวันพุธ (18 มิ.ย.) จากเดิมที่คาด GDP Growth ปี 2557 ที่ 2.7% ในส่วนของอัตราดอกเบี้ยนโยบายเราคาดว่า ธปท. จะยังคงไว้เท่าเดิมที่ 2%
ทิศทางกระแสเงินทุนในสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีการไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นโลกถึง 11.4 พันล้านดอลลาร์ สูงสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ขณะที่มีการไหลเข้าในตลาดพันธบัตรโลกเล็กน้อยที่ 1.6 พันล้านดอลลาร์ ประกอบกับดัชนี Bull & Bear index ที่ปรับสูงขึ้นสู่ระดับ 7.4 แสดงให้เห็นถึงตลาดหุ้นโลกกำลังที่กำลังอยู่ในระยะขาขึ้น อย่างไรก็ตามกระแสเงินทุนในตลาดหุ้นไทยมีการไหลออกเล็กน้อยที่ 31 ล้านดอลลาร์ ใกล้เคียงกับประเทศในกลุ่ม TIPs
กลยุทธ์การลงทุน เรายังคงมีมุมมองต่อ SET โดยมีเงื่อนไขว่า SET ต้องปิดไม่ตํ่ากว่าระดับ 1,450 จุด เพื่อสามารถคงทิศทางแนวโน้มขาขึ้น สำหรับการลงทุนระยะกลาง เรายังคงแนะนำ PTTEP TOP CK CPALL INTUCH SAMART SPALI AP สำหรับการลงทุนระยะสั้น เราแนะนำให้เก็งกำไรหุ้นที่จะได้รับจิตวิทยาเชิงบวกหลังการประกาศยกเลิกเคอร์ฟิว ได้แก่กลุ่มโรงแรม CENTEL ERW MINT หุ้นกลุ่มขนส่ง AAV AOT NOK THAI หุ้นที่เกี่ยวกับการบริโภค BIGC CPALL ROBINS CPN ส่วนหุ้นที่แนะนำให้ระมัดระวัง ได้แก่ กลุ่มพลังงานที่จะได้รับผลกระทบจากการแทรกแซงราคานํ้ามัน ได้แก่ PTT BCP PTG รวมถึงหุ้นที่มีประเด็นสำคัญที่เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจที่ต้องติดตาม ได้แก่ RS หลังจากที่บริษัทอาจจะต้องชดเชยเงินให้กับลูกค้าที่ซื้อกล่องบอลโลก ยังไม่แน่ชัดว่า RS จะเหลือส่วนต่างจากค่าลิขสิทธิ์เท่าไร และ SIM ที่ยังไม่สรุปราคาซื้อขายหุ้นของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ รวมถึง CPF ที่ถูกกลุ่มคาร์ฟูร์ในฝรั่งเศสชะลอคำสั่งซื้อจากการใช้แรงงานต่างด้าว
Stock Picks
PREB (+) เป็นบริษัทผู้รับเหมาขนาดกลางที่เน้นงานหลักมาจากงานฐานราก ทั้งเสาเข็มเจาะ รวมถึงการรับงานถนนปรับหน้าดิน งานอ่างเก็บนํ้า ประวัติการทำงานเคยทำเสาเข็มให้กับผู้ประกอบการในตลาดหลักทรัพย์ และอยู่ระหว่างการทำงานเสาเข็มให้กับรถไฟฟ้าสายสีแดง บริษัทมีความโดดเด่นจากความสามารถในการทำกำไร โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ย 5 ปีที่ระดับ 15% สูงกว่ากลุ่มฯ และซื้อขายที่ PER 9.2 เท่า ตํ่ากว่ากลุ่มค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 13 เท่า แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” มูลค่าหุ้นที่ประเมินในเชิงกลยุทธ์อยู่ที่ 9.50 บาท
MC (+) เป็นหุ้นในที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคที่เราประเมินว่าจะมีแนวโน้มรายได้ฟื้นตัวหลังการเมืองสงบและการใช้จ่ายเอกชนกลับมาเป็นปกติ เราคาดว่ากำไรปี 2557 ที่คาดว่าจะเติบโต 25% ยังมีความเป็นไปได้ นอกจากนี้เรา MC ยังเป็นบริษัทที่สถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งจากการปลอดหนี้ ทำให้มีโอกาสที่จะขยายธุรกิจได้ง่าย และจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นได้สมํ่าเสมอ โดยเราคาดว่าในปีนี้ MC จะจ่ายเงินปันผล 0.79 บาท คิดเป็นผลตอบแทนเงินปันผล 4% ปัจจุบัน หุ้นซื้อขายที่ PER 17 เท่า ตํ่าที่สุดในหุ้นกลุ่มค้าปลีกที่เราศึกษา แนะนำ “ซื้อ” มูลค่าเหมาะสม 20.00 บาท
Technical Plays
ดัชนีหุ้นเมื่อวันก่อนปิดทรงตัวกรอบแคบ คาดว่าจะแกว่งตัวกินเวลาอีกเล็กน้อยในกรอบ 1450-1465 จุด มีแนวรับ 1450 จุด แนวต้าน 1470 จุด ถ้าดัชนียังแกว่งตัวเหนือ 1450 จุด ยังเป็นนํ้าหนักแกว่งตัวทางขาขึ้นอยู่ (กรณีตํ่ากว่า 1450 จุดจึงจะเป็นสัญญาณขาลง)









