คสช.เห็นชอบ พ.ร.บ. 3 ล้านล้านบาท
ประเด็นน่าสนใจ
วานนี้ (12 มิ.ย. 57) ราคากลุ่มรับเหมาก่อสร้างปรับเพิ่มเฉลี่ย 3% ตอบรับผลการประชุม คสช.เห็นชอบแผนยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่งของประเทศวงเงิน 3 ล้านล้านบาท ปรับเพิ่มจากวงเงินเดิมที่ 2 ล้านล้านบาท เนื่องจากเพิ่มวงเงินลงทุนจากทางอากาศเพิ่ม โดยใช้ ระยะเวลา 8 ปี ระหว่างปี 2558 - 2565 ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ แต่ขอให้ตัดโครงการรถไฟความเร็วสูง ออกจากแผนไป เนื่องจากไม่ใช่โครงการจำเป็นเร่งด่วน พร้อมกับให้กระทรวงคมนาคม หารือร่วมกับกระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณาแหล่งเงินทุนที่จะดำเนินโครงการให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า และนำกลับมาเสนอให้ พล.อ.อ.ประจิน อีกครั้งภายในวันที่ 19 มิ.ย. ซึ่งแผนการลงทุนต้องมีการระบุรายละเอียดการใช้เงินแต่ละปีชัดเจน
ผลกระทบและความเห็น
ประเด็นบวกต่อการรับงานในระยะยาว เรามองว่าแผนการอนุมัติของ คสช. เป็นประเด็นบวกต่อกลุ่มในการรับงานที่ต่อเนื่องในระยะยาว โดยระยะเวลาโครงการ ของงบประมาณ มีช่วงเวลาถึง 8 ปี โดยคาดว่างานเร่งด่วนที่จะเริ่มลงทุนก่อน คือ 1) โครงการรถไฟทางคู่ 2) โครงการรถไฟฟ้า 10 สาย และ 3) โครงการมอเตอร์เวย์ โครงการทางพิเศษเชื่อมภูมิภาค 5 โครงการ 4)โครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือ เขื่อนป้องกันตลิ่ง และ โครงการขุดลอกร่องนํ้า และ 5)โครงการสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 โดยการดำเนินงานจะแบ่งเป็น 3 เฟส คาดว่าโครงการที่จะดำเนินการในปี 2557 คือ รถไฟทางคู่และ รถไฟฟ้า โดยมีวงเงินลงทุนปี 58 ราว 2.1 แสนล้านบาท และสำหรับในปี 2559 - 2560 มีวงเงินลงทุน 1.7 แสนล้านบาท
เริ่มที่เปิดประมูลจากรถไฟทางคู่ เราคาดว่าใน 2H57 การประมูลที่เกิดขึ้นจะมาจากโครงการ รถไฟทางคลอง19-แก่งคอยเป็นอันดับแรก มูลค่าการประมูล 1.06 หมื่นล้านบาท โดยสัญญาแรกมีมูลค่าโครงการ 1 หมื่นล้านบาทซึ่งผู้รับเหมารายใหญ่ทั้ง ITD CK และ STEC ได้เข้าร่วมประมูล และงานในระยะถัดไปในช่วงปลายปี จะเป็นรถไฟฟ้าสายสีเขียวหมอชิต-สะพานใหม่ มูลค่า 2.6 หมื่นล้านบาทจำนวน 4 สัญญา ซึ่งผู้รับเหมารายใหญ่เข้าร่วมประมูล
คำแนะนำ
เราคาดว่าการอนุมัติแผนการลงทุนของ คสช. เป็นประเด็นบวกที่คาดหมายในเบื้องต้นแล้ว อย่างไรก็ตามแผนการดังกล่าวช่วยสนับสนุน งบประมาณภาครัฐให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมมากขึ้น ทั้งนี้เราคาดว่าการอนุมัติโครงการดังกล่าวยังคงมีกระบวนการของการทำงานซึ่งยังคงใช้เวลาส่วนหนึ่ง ทั้งในส่วนของการหาแหล่งเงินทุนและการพิจารณาโครงการ ทำให้การอนุมัติโครงการเกิดขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป และเพื่อให้สอดคล้องกับความพร้อมของกำลังการผลิตของกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้าง รวมถึงแรงงานและวัสดุก่อสร้างเพื่อรองรับการเพิ่มขึ้นของงานที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ขณะที่ระดับราคาของกลุ่มได้มีการปรับเพิ่มนับจากต้นปีปรับเพิ่มเฉลี่ยมากกว่า 50% สะท้อนปัจจัยบวกดังกล่าวพอควร แนะนำทยอยสะสม







