"สุเทพ เหลี่ยมศิริเจริญ" ปลัดกระทรวงพลังงาน มั่นใจไฟฟ้าใต้ไม่ดับ เอกชนชี้รัฐขาดแผนปชส.
ตั้งแต่วันที่ 13 มิ.ย.-10 ก.ค. 2557 นี้ จะมีการปิดซ่อมแหล่งก๊าซธรรมชาติพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (เจดีเอ) ซึ่งส่งผลกระทบให้กำลังการผลิตไฟฟ้าภาคใต้หายไปบางส่วน หลายฝ่ายเกรงว่าจะเกิดภาวะไฟดับเป็นวงกว้างขึ้น ซึ่งคณะทำงานติดตามการบริหารเชื้อเพลิงได้พยายามระดมหลายหน่วยงานเข้าแก้ปัญหา
นายสุเทพ เหลี่ยมศิริเจริญ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวหลังประชุมคณะทำงานว่า แต่ละหน่วยงานได้เตรียมความพร้อมทุกด้านแล้ว และมั่นใจว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าดับทั้ง 14 จังหวัด (Blackout)
อย่างไรก็ตาม หากมีกรณีที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงขึ้นกว่าที่คาดการณ์ และ ภาคธุรกิจและประชาชนไม่ให้ความร่วมมือในการลดใช้ไฟฟ้า ทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ได้เตรียมมาตรการเวียนดับไฟฟ้าไว้ 19 ขั้นตอน โดยจะเวียนดับไฟฟ้าแห่งละ 1 ชั่วโมง ซึ่งจะยกเว้นสถานที่สาธารณะ โรงพยาบาล สถานที่ด้านความมั่นคงประเทศ และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
สำหรับการซ้อมแผนลดใช้ไฟฟ้าของภาคประชาชน ที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย 250 เมกะวัตต์ เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยได้แค่ 26.67 เมกะวัตต์นั้น ขณะนี้ได้สั่งการให้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) หรือ สำนักงาน สกพ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปประสานกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อขอความร่วมมือให้ลดใช้ไฟฟ้าลงอีก ซึ่งขณะนี้มีผู้สมัครใจเข้าร่วมโครงการลดใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็น 251 ราย จากเดิม 54 ราย ซึ่งจะลดใช้ไฟฟ้าได้ถึง 117.8 เมกะวัตต์ ถ้าทุกคนทำได้ตามที่แจ้งไว้
นอกจากนี้ได้ประสานกับทางแม่ทัพภาค 4 ผู้ว่าราชการจังหวัดในภาคใต้ และพลังงานจังหวัด เป็นต้น ให้รีบลงพื้นที่ชี้แจงวิกฤติไฟฟ้าให้กับประชาชน เพื่อขยายผล ในการลดการใช้ไฟฟ้าให้ได้เพิ่มมากขึ้นต่อไป
ปลัดกระทรวงพลังงานยังขอให้สำนักงาน สกพ. เจรจาให้ผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก ให้ช่วยเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นอีกในช่วงเกิดวิกฤติไฟฟ้า 13 มิ.ย.-10 ก.ค. 2557 โดยขอให้เพิ่มขึ้นอีก 20 เมกะวัตต์ จากปกติผลิตได้ 40 เมกะวัตต์ รวมเป็น 60 เมกะวัตต์ด้วยขณะนี้มีผู้สนใจ 3-4 รายแล้ว
นายวิถี สุพิทักษ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมภาคใต้ กล่าวว่า ได้กำชับกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ในภาคใต้ให้ช่วยลดการใช้ไฟฟ้าในช่วง 18.30-22.30 น. ที่เป็นช่วงใช้ไฟฟ้ามากที่สุด แต่ภาคอุตสาหกรรมคงไม่สามารถช่วยได้ไม่มากนัก เพราะว่าในช่วงดังกล่าวโรงงานอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ปิดโรงงานแล้วและบางอุตสาหกรรมไม่สามารถหยุดเครื่องจักรได้ และหากไฟฟ้าดับก็จะได้รับความเสียหาย เช่น โรงอบไม้ ถ้าหากไฟฟ้าดับก็จะได้รับความเสียหาย ขณะที่อุตสาหกรรมห้องเย็นจำเป็นต้องเปิดเครื่องห้องเย็นทำงานตลอดเวลา
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้ขอความร่วมมือให้โรงงานในภาคใต้ที่มีเครื่องปั่นไฟฟ้าดีเซลให้ช่วยผลิตไฟฟ้าเข้าระบบในช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด โดยสัญญาว่าจะให้ค่าไฟฟ้าในอัตราหน่วยละ 4 บาท แต่ล่าสุดยังไม่ได้หนังสือยืนยันอย่างเป็นทางการ กกพ. เลย ทำให้ภาคเอกชนยังไม่แน่ใจ
อย่างไรก็ตาม หากไฟฟ้าไม่พอใช้ และจำเป็นต้องดับไฟฟ้าในบางพื้นที่ ก็ขอให้แจ้งให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่ให้ทราบล่วงหน้าก่อนดับไฟฟ้าไม่ต่ำกว่า 4-5 ชั่วโมง เพื่อให้สามารถเตรียมตัวได้ทัน
นายวัฒนา ธนาศักดิ์เจริญ ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคใต้ หอการค้าไทย กล่าวว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ในภาคใต้ยังไม่ได้รับรู้ข้อมูลการหยุดจ่ายก๊าซจากแหล่งเจดีเอ ที่จะกระทบต่อการผลิตไฟฟ้าในภาคใต้มากนัก ทำให้ในช่วงซ้อมลดการใช้ไฟฟ้าในวันที่ 7 มิ.ย.ไม่ได้รับความร่วมมือจากประชาชนมากนัก กระทรวงพลังงานควรจะลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์ให้เข้าถึงชุมชนต่างๆ
“ที่ผ่านมาสถานประกอบการจำนวนมากได้รับเพียงหนังสือเวียนร้องขอให้ประหยัดไฟฟ้า แต่ยังไม่มีการจัดประชุมหารือกับผู้ประกอบการอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานภาครัฐ ทำให้ขาดความร่วมมืออย่างจริงจังจากภาคเอกชน ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจะเร่งลงไปประสานงาน เพื่อให้เกิดการลดใช้ไฟฟ้าอย่างจริงจัง”









