คาดหวังสูงกับทีวีดิจิทัลที่ยังเป็นภาพลางๆ
ราคาหุ้นขึ้นแรงสูงกว่ามูลค่าเหมาะสม
ช่วง 3 วันที่ผ่านมา ราคาหุ้น WORK ปรับเพิ่มขึ้นแรงกว่า 17% มากกว่ากลุ่ม Media ที่เพิ่มขึ้น 2% ทำให้ราคาสูงกว่ามูลค่าเหมาะสมที่เราประเมินแล้วกว่า 23% และสูงกว่า Consensus 2 ใน 3 แห่ง (SAA 21.51 บาท Bloomberg 26.95 บาท และ Capital IQ 30.88 บาท) ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ เรามองว่าเป็นแรงเก็งกำไรโอกาสจากการเกิดทีวีดิจิทัลที่มีความคืบหน้าในการแจกคูปองสนับสนุนการรับชมทีวีดิจิทัลที่ผ่านบอร์ด กทปส. แล้วเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. อย่างไรก็ดี ต้องผ่านบอร์ดใหญ่ กสทช. อีกครั้งในวันที่ 13 มิ.ย. และยังมีความเสี่ยงที่จะถูกกลุ่มผู้คัดค้านฟ้องร้อง
ผลงาน 2Q57F ยังคงอ่อนแอ
แม้เราคาดว่าผลประกอบการงวด 2Q57F จะพลิกฟื้นเป็นกำไรจากขาดทุนในงวด 1Q57 แต่อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะไม่ส่งผลบวกต่อระดับราคาหุ้นมากนักเนื่องจากการฟื้นตัวยังคงอ่อนแอ ธุรกิจผลิตรายการผ่านฟรีทีวีอนาล็อกและดิจิทัลยังฟื้นตัวไม่มาก เดือน เม.ย. มีอัตราการใช้เวลาโฆษณาเฉลี่ยอยู่ที่เพียง 65% ตํ่ากว่า 2Q56 อยู่ที่ 77% ประกอบกับรายได้ของช่องทีวีดิจิทัล Workpoint TV จะยังเติบโตไม่ทันกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการเพิ่มคอนเทนต์คุณภาพทำให้คาดว่าส่วนธุรกิจนี้จะมีผลขาดทุนเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า เราจึงคาดกำไรงวด 2Q57F ของ WORK จะอยู่ที่เพียง 24 ล้านบาท ลดลง 72% YoY
สนามแข่งทีวีดิจิทัลยังเป็นภาพลางๆ
เรามองว่าโอกาสในการเกิดทีวีดิจิทัลยังไม่แน่นอนและไม่แข็งแรง ทั้งจากความเสี่ยงในการถูกฟ้องร้องจากผู้ที่เสียประโยชน์จากหลักเกณฑ์ของ กสทช. ทำให้กระบวนการล่าช้า เช่น กลุ่มผู้ประกอบการเคเบิลทีวี (สัดส่วนคนดู 11% ของครัวเรือนทั่วประเทศ) ที่ได้รับผลกระทบจากเกณฑ์ Must Carry ทำให้มีช่องรายการพิเศษให้บริการลูกค้าลดลง เป็นต้น อีกทั้งยังมีแรงฉุดจากช่อง 3 ที่ได้รับความนิยมสูงตัดสินใจไม่นำช่อง 3 อนาล็อกเดิมขึ้นบนแพล็ทฟอร์มทีวีดิจิทัล นอกจากนี้ ยังไม่มีกระบวณการวัดเรทติ้งรายการที่เป็นรูปธรรม
เปลี่ยนคำแนะนำเป็น “ขาย”
แม้ทีวีดิจิทัลจะเป็นโอกาสของผู้ผลิตคอนเทนต์คุณภาพอย่าง WORK และเราได้รวมโอกาสเข้าในการประเมินมูลค่าเหมาะสมหุ้น WORK ที่ 24.50 บาทแล้ว แต่อย่างไรก็ดี ระดับราคาหุ้นในปัจจุบันที่สูงกว่ามูลค่าเหมาะสมที่เราประเมินกำลังเล่นบนความคาดหวังสูงเกินไปเมื่อเทียบกับสถานการณ์ของสื่อทีวีดิจิทัลที่ยังมีความไม่แน่นอน และ WORK ยังมีความเสี่ยงจากการปรับผังเพิ่มสัดส่วนรายการสาระของช่อง 5 ให้เป็นทีวีสาธารณะ (50% ของรายการ WORK อยู่ช่อง 5) เราจึงเปลี่ยนคำแนะนำเป็น “ขาย” (จากเดิม “ถือ”)
Investment Case
WORK ดำเนินธุรกิจเป็นผู้ผลิตรายการโทรทัศน์โดยซื้อเวลาจากทางสถานีโทรทัศน์เพื่อออกอากาศรายการโทรทัศน์และขายโฆษณา ธุรกิจสื่อโทรทัศน์ดาวเทียม ธุรกิจสิ่งพิมพ์ ธุรกิจผลิตและตัดต่อภาพเคลื่อนไหว (Animation) ธุรกิจผลิตภาพยนตร์ และธุรกิจจัดแสดงต่างๆ และอีเว้นท์มาร์เก็ตติ้ง และล่าสุดชนะการประมูลทีวีดิจิทัลประเภทรายการวาไรตี้ความคมชัดปกติ (SD) 1 ช่อง







