พาณิชย์ชงแนวทางดูแลราคาข้าวต่อ คสช. ยันไม่มีโครงการรับจำนำข้าว-ประกันรายได้แน่นอน เตรียมชดเชยเกษตรกรด้วยปัจจัยการผลิตแทน
วานนี้ (7 มิ.ย.) พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ผู้ช่วย ผบ.ทบ.) ในฐานะรองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมหารือในหัวข้อ "รับฟังความคิดเห็นการช่วยเหลือชาวนา" ที่ห้องประชุมสโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ
นายสมชาติ สร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ หนึ่งในผู้เข้าร่วมประชุม กล่าวว่า ราคาสินค้าเกษตรช่วงนี้ปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะราคาข้าวเปลือก ปรับเพิ่มขึ้นมาประมาณ 300 บาทต่อตัน หรืออยู่ที่ประมาณตันละ 7,300 บาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ดี ขณะที่สินค้าเกษตรชนิดอื่นๆ ไม่มีปัญหาเรื่องราคาตกต่ำ เพราะตลาดมีความต้องการเพิ่มขึ้น
สำหรับแนวทางการดูแลราคาข้าวที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ คสช.นั้น มั่นใจว่าแนวโน้มราคาข้าวน่าจะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น และยืนยันว่าจะไม่มีการทำโครงการรับจำนำข้าวและโครงการประกันรายได้อย่างแน่นอน โดยอาจสนับสนุนหรือชดเชยปัจจัยการผลิตแทน
แนะช่วย3ระยะ-อุดหนุนไร่ละ2.5พัน
นายระวี รุ่งเรือง ประธานศูนย์ข้าวชุมชนภาคตะวันตก กล่าวภายหลังการประชุมว่า ได้เสนอแนวทางช่วยเหลือชาวนา 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 การแก้ปัญหาให้กับชาวนาที่เพาะปลูกไปแล้วตั้งแต่ฤดูนาปรัง เมื่อเดือน ก.พ.2557 ซึ่งผลผลิตกำลังออก และจะสิ้นสุดเดือน ก.ย.นี้ โดยเสนอไปว่าให้ช่วยเหลือปัจจัยการผลิตที่ลงทุนไปแล้วในรูปของเงินอุดหนุน คิดเป็นไร่ละ 2,500 บาท
ส่วนเป็นตันก็จะต้องอุดหนุนส่วนต่างที่ชาวนาผลิตไปแล้วตันละ 3,000 บาทจากราคาข้าวในตลาด 6,000 บาท หรือให้รัฐกำหนดกลไกตลาด แต่ควบคุมปริมาณข้าวที่จะออกสู่ตลาดให้สมดุลกับผู้บริโภคทั้งภายใน ภายนอกประเทศ เพราะข้าวสารที่ยังค้างสต็อกอยู่นั้น ถ้าไหลออกสู่ตลาดมากขึ้น ราคาข้าวเปลือกที่พ่อค้าจะนำไปแปรรูปจำหน่ายจะตกต่ำ เนื่องจากมีการแข่งขันกันระหว่างข้าวสารของรัฐบาลกับข้าวสารของพ่อค้า ทั้งนี้การเสนอดังกล่าวเพื่อลดเงินงบประมาณที่จะต้องชดเชยให้ชาวนา
ระยะที่ 2 การรวบรวมสำรวจศูนย์ข้าวชุมชน กลุ่มอาชีพ โรงสีชุมชนที่กระจายอยู่ทั่วประเทศที่ไม่เติบโต และจัดตั้งกองทุนในการให้ยืมเมล็ดพันธุ์ข้าวของแต่ละชุมชน รวมถึงจัดตั้งกองทุนหมุนเวียนให้เกษตรกรชุมชนรวบรวมผลผลิตแปรรูปในโรงสีชุมชน เนื่องจากที่ผ่านมาศูนย์ข้าวชุมชนประสบปัญหาการเงินทำให้ต้องนำเมล็ดพันธุ์ข้าวไปขายให้ภาคเอกชน
ระยะที่ 3 คือสร้างกลไกตลาดข้าวและผู้บริโภคทั้งภายในและภายนอกประเทศ เนื่องจากความไม่ต่อเนื่องของนโยบายรัฐบาลที่จะช่วยเหลือชาวนา เมื่อรัฐบาลเปลี่ยน นโยบายก็เปลี่ยน อย่างไรก็ตาม ได้เสนอเรื่องสภาชาวนา และแผนพัฒนาชาวนา คล้ายกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปี หรือ 8 ปี และรัฐบาลที่เข้ามาบริหารจะต้องดำเนินการตามแผนพัฒนาชาวนาด้วย
นายกสมาคมชาวนาฯหนุนจำนำข้าวต่อ
ขณะที่ นายวิเชียร พวงลำเจียก นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย กล่าวว่า ยังยืนยันที่จะสนับสนุนโครงการรับจำนำข้าว และในที่ประชุมก็ได้เสนอให้มีการรับจำนำข้าวรอบใหม่ โดยให้ฟังเสียงของชาวนาเป็นหลัก หากมีความต้องการโครงการรับจำนำข้าว ก็ควรเปิดโครงการรอบใหม่ โดยอาจจะลดราคาจำนำข้าวเปลือกจากตันละ 15,000 บาท เหลือตันละ 12,000 บาท ซึ่งการจำนำข้าวจะต้องดูที่ชนิดของข้าวด้วย เช่น ราคาข้าวหอมมะลิ ให้จำนำที่ 16,000 บาท ข้าวเหนียวราคา 13,000 บาท ข้าวปทุมธานี 14,000 และข้าวขาว 12,000 บาทต่อตัน
ขอความร่วมมือลดราคาหมู
ด้าน นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า เพื่อไม่ให้ภาคเอกชนแบกรับภาระด้านต้นทุนและวัตถุดิบต่างๆ ที่อาจปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาเนื้อสุกร กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จึงได้เชิญกรมปศุสัตว์ ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการนโยบายพัฒนาสุกรและผลิตภัณฑ์ (Pig Board) สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ สหกรณ์ผู้เลี้ยงสุกรจังหวัดชลบุรี และผู้เลี้ยงสุกรรายใหญ่ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นแหล่งผลิตสำคัญ รวมทั้งตลาดสดในความดูแลของกรมการค้าภายใน ประชุมเพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาด้านปริมาณและราคา
ผลการหารือ ทั้งสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ สหกรณ์ และผู้เลี้ยงสุกรรายใหญ่ ยินดีให้ความร่วมมือในการปรับราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มลงให้สอดคล้องกับราคาแนะนำของกรมการค้าภายใน โดยเฉพาะราคาที่ภาคตะวันออก ซึ่งเป็นภาคที่มีราคาสูงกว่าภาคอื่นๆ อย่างไรก็ตาม การปรับลดราคาต้องใช้เวลาในการทยอยปรับลง เพื่อไม่ให้กระทบกับกลไกตลาด จนส่งผลกระทบต่อโครงสร้างการผลิตและการตลาดในระยะยาว
นอกจากนี้ ตลาดสดยังยินดีร่วมมือประสานผู้ค้าให้จำหน่ายเนื้อสุกรในราคาที่สอดคล้องกับราคาแนะนำของกรมการค้าภายใน โดยสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติยินดีประสานผู้เลี้ยงสุกรให้ขายตรงกับเขียงในราคาที่เป็นธรรม และหากราคาสุกรยังไม่ปรับลดลง กรมการค้าภายในจะได้จัดจำหน่ายเนื้อสุกรโดยตรงต่อผู้บริโภค รวมทั้งขอความร่วมมือจากห้างค้าส่งค้าปลีกให้จัดโปรโมชันจำหน่ายเนื้อสุกรในราคาพิเศษอีกทางหนึ่งด้วย
สำหรับกรมปศุสัตว์ จะเร่งเสนอคณะกรรมการนโยบายพัฒนาสุกรและผลิตภัณฑ์ (Pig Board) พิจารณามาตรการแก้ไขปัญหาด้านโครงสร้างการผลิตให้มีปริมาณสุกรมีชีวิตที่เพียงพอกับความต้องการของตลาด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนผู้บริโภค ตลอดจนผู้ประกอบการอาหารสำเร็จรูป และธุรกิจต่อเนื่องอื่นต่อไป พร้อมทั้งยังได้กำชับให้กรมการค้าภายในติดตามตรวจสอบราคาสุกรอย่างใกล้ชิด หากพบว่ามีผู้ประกอบการรายใดที่ฉวยโอกาสปรับราคาจำหน่ายสุกร เนื้อสุกร สูงขึ้นเกินควร กรมจะพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
"ประยุทธ์"นั่ง ปธ.บอร์ดบีโอไอตามคาด
เมื่อค่ำวานนี้ ได้มีประกาศ คสช.ฉบับที่ 59/2557 เรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน โดยให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ทำหน้าที่รองประธานคณะกรรมการ โดยมีกรรมการอีกหลายคน อาทิ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช. นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ ปลัดกระทรวงพาณิชย์
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานสมาคมธนาคารไทย นอกจากนั้นยังมี นายอุดม วิวัฒนชัย เลขาธิการ บีโอไอ และที่ปรึกษาอีก 8 คน









