แนวโน้มยอดขายน้ำผลไม้ MALEE เติบโตต่อเนื่อง - สำนักวิจัยทิสโก้คาดรายได้ในไตรมาส 2/2557 จะเพิ่มมากกว่าไตรมาส 1/2557
เนื่องจากกลุ่มลูกค้าใหม่รับจ้างผลิต (Contract Manufacturing :CM) เข้ามาใหม่ 2 ราย และคาดผลประกอบการครึ่งปีหลังจะดีกว่าครึ่งปีแรกเนื่องจากบริษัทอยู่ระหว่างเจรจาลูกค้า CM ใหม่ 4 ราย ประกอบกับ MALEE จะออกสินค้าเครื่องดื่มตัวใหม่หลายรสชาติในแบรนด์ของ MALEE เองในไตรมาส 3/2557 นี้ ซึ่งจะช่วยผลักดันอัตราการใช้กำลังการผลิตและยอดขายเพิ่มขึ้น
ตลาดน้ำผลไม้เติบโต 4% ในไตรมาส 1/2557 แต่แบรนด์มาลีเองเติบโต 14% YoY - จากการที่บริษัทมุ่งเน้นนวัตกรรมสินค้าใหม่ๆ การจัดกิจกรรมการตลาดโดยการเน้นทำตลาดรสชาติที่สำคัญ ได้แก่ น้ำส้ม น้ำทับทิม น้ำองุ่นแดง น้ำแอปเปิ้ล ซึ่งทั้ง 4 รสชาติ มีสัดส่วนยอดขายสูงกว่า 51% ของตลาดรวมน้ำผลไม้พรีเมียม โดยมาลีสามารถครองส่วนแบ่งตลาดน้ำแอปเปิ้ลสูงสุด 58% และการเพิ่มน้ำผลไม้ 100% สู่รสชาติอื่นๆ เช่น น้ำส้มทรีโอ น้ำลิ้นจี่ น้ำพีชผสมน้ำสตรอเบอร์รี่ น้ำองุ่นแดง และการเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่น้ำผลไม้ผสมน้ำแร่ “Malee Healti Plus” ในปีที่ผ่าน ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคดีอย่างต่อเนื่อง บริษัทมีแผนเปิดตัวสินค้าใหม่เครื่องดื่มปีละ 2-3 รายการ
สำนักวิจัยทิสโก้คาดกำไรสุทธิ 3 ปีนี้เฉลี่ยเติบโต 28% - จากการเติบโตของตลาดน้ำผลไม้พรีเมียมและพฤติกรรมของผู้บริโภค ในการใส่ใจสุขภาพมากขึ้น โดยสำนักวิจัยทิสโก้คาดรายได้ปี 2557-2558F เพิ่มขึ้น 15% อยู่ที่ 5,851 ล้านบาท และ 6,753 ล้านบาท ตามลำดับ เนื่องจากการรับงาน CM ที่เพิ่มขึ้นและการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ผลักดันยอดขายที่เพิ่มขึ้น สำหรับอัตราทำกำไรขั้นต้นจะเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 29% จาก 28.5%YoY เนื่องจากสัดส่วนแบรนด์มาลีเพิ่มขึ้นซึ่งมีอัตราทำกำไรสูงกว่า CM การคาดการณ์กำไรสุทธิภายใน 3 ปีนี้เติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ +28% โดยปี 57F อยู่ที่ 388 ล้านบาท และปี 58F อยู่ที่ 498 ล้านบาท
สำนักวิจัยทิสโก้เปลี่ยนคำแนะนำเป็น “ซื้อ” จาก “ถือ” - ปรับราคามูลค่าที่เหมาะสมใหม่ที่ 52 บาท โดยอ้างอิงวิธี discount PE2557F 20% ของค่าเฉลี่ยกลุ่มเครื่องดื่มที่ 23.4X โดยได้ PE2557F ที่เหมาะสม 18.7x หรือเทียบเท่า PEG2557F ที่ 0.67x เพื่อสะท้อนการซื้อขายในตลาดปัจจุบันที่เหมาะสมเนื่องจาก MALEE มีมูลค่าตลาดและมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่ำกว่าเมื่อเทียบกับหุ้นในกลุ่มเครื่องดื่ม โดยสำนักวิจัยทิสโก้คาด EPS ปี 2557F ที่ 2.77 บาท สำหรับ MALEE ปัจจุบันมีมูลค่าซื้อขาย PE2557F อยู่ที่ 14.5X ซึ่งยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มเครื่องดื่ม และมี Dividend Yield 2557F อยู่ที่ 3.3% ซึ่งมากกว่าของกลุ่มเฉลี่ยที่ 1.8% และมี ROE2557F ที่ 34% สูงกว่ากลุ่มอยู่ที่ 20.7% โอกาส : กระแสความใส่ใจดื่มเพื่อสุขภาพเพิ่มสูงขึ้น ความเสี่ยง : การแข่งขันที่รุนแรงขึ้น









