วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Daily Theme

Greed > Fear ต่างชาติซื้อคืนหุ้นไทยวันแรกหลังกฎอัยการศึก

Highlight

ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ เปิดคละ แต่ญี่ปุ่นปิดบวกแรงสุด หลัง DJIA, S&P 500, DAX เดินหน้าทำสถิติสูงสุดใหม่จากภาคการผลิตสหรัฐฯ และภาคบริการของจีน ดีกว่าคาด

ตัวเลขเศรษฐกิจวันนี้ : USA คำสั่งซื้อโรงงาน เม.ย. คาด 0.5%m-m (vs 0.9%) EU อัตราว่างงาน เม.ย. 11.8% CPI พ.ค. คาด 0.7%y-y (Vs 0.7%) ผลประชุมธนาคารกลางออสเตรเลีย อินเดีย คาดคงดอกเบี้ยที่ 2.5% และ 8%

+วันทำการล่าสุด นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อ +2.69 พันลบ. (จากขายสะสม 9 วันรวม -3.31 หมื่นลบ.) ส่วนนักลงทุนสถาบันในประเทศซื้ออีก +1.03 พันลบ. (ซื้อสะสม 15 วัน จาก 16 วันทำการ รวม +1.98 หมื่นลบ.)

+การเมือง คสช. เดินหน้าตั้งศูนย์ปรองดอง ชี้แจงต่างประเทศ และกระตุ้น เศรษฐกิจ

คาดดัชนีฯ สัปดาห์นี้ ทิศทางเป็นบวกต่อเนื่องหลังทำจุดสูงสุดใน 7 เดือนวานนี้ แนวต้าน 1450/1470 จุด แนวรับ 1426/1420 จุด แรงหนุนเป็นเรื่องความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อเศรษฐกิจในระยะต่อไป ว่าจะมีทิศทางดีขึ้นหลังมีรัฐบาล และนักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อวันแรกนับตั้งแต่ไทยประกาศกฎอัยการศึก

กลยุทธ์: แนะนำ Trading Buy กลุ่ม Domestic Play อาทิ บ้านฯ นิคมฯ ท่องเที่ยว วัสดุฯ ธนาคาร จากแนวโน้มเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวดีกว่าคาด อาทิ SPALI QH LH AOT CPALL AMATA HEMRAJ SCC SCB KBANK กลุ่มหลักทรัพย์ ASP MBKET และหุ้นที่มีลุ้นติด SET 100 Index (MEGA SIM)

หุ้นในกระแส:

• หุ้นโมเมนตัมบวก (ขึ้นเกิน 6.0%) ได้แก่ SUPER EA ANAN IFEC RASA TISCO LPN TRUE WHA TGPRO หุ้นที่ลงกว่า 2.0% THAI VGI GOLD PDI JMART

• NVDR (หน่วย: ลบ.) สูงสุดด้านซื้อ ได้แก่ BBL+730 SCC+395 SCB+337 PTTEP+320 TRUE+315 ด้านขาย DTAC-57 SF-36

• หลักทรัพย์ที่มี Short Sell สูงสุด (หน่วย:ล้านบาท) ได้แก่ KBANK 134

Market Outlook

คาดดัชนีฯ ยังอยู่ในทิศทางขาขึ้น แต่มีแนวโน้มผันผวนมากขึ้นบริเวณ 1450/1470 จุด แนวรับ 1426/1420 จุด นักลงทุนยังให้มุมมองบวกต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ที่ทยอยออกมา ทั้งต่อการบริโภคภาคเอกชน และการใช้จ่ายภาครัฐฯ โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ ขณะที่วานนี้นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิหุ้นไทยเป็นวันแรก หลังขายหนักต่อเนื่อง 3.3 หมื่นล้านบาทนับตั้งแต่ประกาศกฎอัยการศึก

นอกจากนี้ ยังมีข่าวดีเรื่องอันดับความน่าเชื่อถือที่มูดีส์ประกาศคงอันดับไทยเช่นเดียวกับฟิทซ์ รวมถึงเริ่มเห็น Upward Revision ต่อ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ (+กลุ่มรับเหมาฯ และวัสดุก่อสร้าง) ด้านปัจจัย ต่างประเทศยังมีประเด็นบวกเรื่อง ECB meeting ปลายสัปดาห์นี้ มีโอกาสสูงที่จะออกมาตรการ Negative Deposit rate เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นครั้งแรก

กลยุทธ์: Trading รายวัน ยังเน้นเก็งกำไรกลุ่ม Laggard Plays ที่เป็น Domestic Play อาทิ บ้านฯ นิคมฯ ท่องเที่ยว วัสดุฯ ธนาคาร จากแนวโน้มเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวดีกว่าคาด อาทิ SPALI QH LH AOT CPALL AMATA HEMRAJ SCC SCB KBANK กลุ่มหลักทรัพย์ ASP MBKET และหุ้นที่มีลุ้นติด SET100 (MEGA SIM)

ระยะกลาง เราคงคำแนะนำระยะ 3-6 เดือน เลือกลงทุนกลุ่ม High Dividend Play (BTS INTUCH) และเลือกสะสมกลุ่มส่งออก อาหาร (CPF GFPT TUF) ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิคส์ (HANA KCE) กลุ่มพาณิชย์ (CPALL) ส่วนรับเหมาฯ (ITD CK TTCL STEC) let profit run

สำหรับเดือน มิ.ย. : แนะนำลงทุน BTS INTUCH (Dividend Play) GFPT TTCL (Global play) SPALI SCC CPALL (การบริโภคการลงทุนในประเทศ) M MEGA OFM (SET50/SET 100 reshuffle)

ปัจจัยในประเทศ คลายกังวลเรื่องถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือ – วานนี้มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิสประกาศคงอันดับความน่าเชื่อถือของไทยที่ Baa1 โดยระบุว่า ความแข็งแกร่งด้านปัจจัยพื้นฐานของความน่าเชื่อถือของไทย สามารถต้านทานแรงกดดันตามวัฏจักรต่อเศรษฐกิจ และความไม่แน่นอนทางการเมืองไม่น่าส่งผลกระทบต่ออันดับความน่าเชื่อถือไทยในช่วง 12-18 เดือนข้างหน้า ซึ่งถือว่าเป็นมุมมองบวกที่เราได้เห็นจากต่างชาติ จากที่ก่อนหน้านี้ ต่างประเทศส่วนใหญ่มองลบการเศรษฐกิจไทยหลังมีรัฐประหาร โดยก่อนหน้านี้ฟิตซ์คงอันดับความน่าเชื่อถือไทยเช่นกัน ทำให้คลายความกังวลเรื่องนี้ไป

ประกอบกับก่อนหน้านี้ ต่างชาติขายหุ้นไทยที่ซื้อมาใหม่ในปีนี้ออกไปจนหมด ทำให้วานนี้ เริ่มมีแรงซื้อกลับเข้ามาในหุ้นขนาดใหญ่ เรายังคาดหวังการปรับตัวขึ้นของหุ้นขนาดใหญ่หากเงินต่างชาติไหลกลับ โดยเฉพาะหุ้นที่ได้ผลบวกจาก มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งธนาคาร และวัสดุก่อสร้าง ส่วนหุ้นที่ยัง laggard เช่นกลุ่มอสังหาฯ และ ท่องเที่ยว คาดจะมีแรงซื้อสลับเข้ามาได้เช่นกัน

ค่าเงินบาทเช้านี้แข็งค่าเล็กน้อย ที่ 32.77 บาท/ดอลลาร์ หลังวานนี้อ่อนค่าสุดที่ 32.90 บาท/ดอลลาร์ โดยเรายังจับตาค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิด จะน่ากังวล หากหลุด 33.00 บาท/ดอลลาร์ เพราะจะส่งผลต่อ กลุ่ม พลังงาน (FX loss) และความเชื่อมั่นนักลงทุน

+ปัจจัยต่างประเทศ บวกจากผลประชุม ECB – ECB Meeting: เราคาดว่า ผลประชุมอีซีบี ต้นเดือน มิ.ย. จะส่งผลบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะ Equities จากคำพูดล่าสุดของประธาน ECB ชี้ว่าคณะกรรมการของ ECB กำลังพิจารณาเรื่องดังกล่าวอยู่ โดยมาตรการผ่อนคลายเพิ่มเติม จะออกมาในการประชุมครั้งถัดไปเลย เราคาดว่าโอกาสสูงที่ ECB จะตัดสินใจใช้วิธีลดดอกเบี้ย 10 bps ในทุก key interest rate และคาดว่าจะมีการส่งสัญญาณเพิ่มสภาพคล่อง อาทิ LTRO programme ออกเดือนมิย หรืออาจส่ง สัญญาณ การทำ QE เฉพาะตราสารหนี้ที่เชื่อมโยงกับ SME

ทางเทคนิค ระยะสัปดาห์ยังคงเป็นสัญญาณขาขึ้น โดยตลาดมีโอกาสปรับสูงขึ้นทดสอบแนวต้านของ Fibonanci กรอบ 1386-1470 จุด โดยมีแนวต้านต่อไปที่ 1450 และ 1470 จุดตามลำดับ ส่วนแนวรับอยู่ที่ 1426/1420 จุด