ทำตามสัญญา
เราได้ปรับเพิ่มคำแนะนำสำหรับ BGH เป็น “ซื้อ” จาก “ถือ” และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 18.00 บาทจาก 15.00 บาท โดยตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงกำไรที่เพิ่มเข้ามาจากการเข้าซื้อโรงพยาบาลสนามจันทร์ และกระแสเงินสดไหลเข้าที่ดีขึ้นจากการเข้าซื้อสินทรัพย์อื่นที่อาจจะเกิดขึ้น
การเข้าซื้อกิจการของกลุ่มโรงพยาบาลสนามจันทร์
ประกาศถึงการเข้าซื้อโรงพยาบาลสนามจันทร์ (SNC) ซึ่งมีการดำเนินงานโรงพยาบาล 3 แห่ง (จำนวน 555 เตียง) ในภาคตะวันตกของประเทศไทย สำหรับต้นทุนการเข้าซื้อสินทรัพย์อยู่ที่ 3.5-3.7 พันลบ. และเราคาดว่ารายการซื้อสินทรัพย์ดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายในเดือน ก.ค. 2557
เรามีมุมมองเชิงบวกต่อรายการเข้าซื้อสินทรัพย์ดังกล่าวเนื่องด้วยมีต้นทุนการเข้าซื้อที่สมเหตุสมผลที่ 7 ลบ. ต่อเตียง หรือคิดเป็น PER ที่ 18-19 เท่าและ PBV ที่ 2 เท่าในปี 2557
นอกจากนี้ ประเด็นดังกล่าวช่วยให้บริษัทสามารถเข้าไปดำเนินงานในพื้นที่ๆ มีการแข่งขันต่ำ ซึ่งจะช่วยให้ BGH เพิ่มฐานจำนวนผู้ป่วยได้
เราคาดว่าการเข้าซื้อสินทรัพย์ดังกล่าวจะสร้างกำไรเพิ่ม 150 ลบ. หรือคิดเป็นสัดส่วน 2%ของกำไรสุทธิปี 2557 ของ BGH
ประเด็นถัดไป เน้นในเรื่องการเข้าซื้อกิจการ: ผู้บริหารกล่าวว่าเป้าหมายที่จะมีโรงพยาบาล จำนวน 50 แห่งภายในปี 2558-59 คาดว่าจะเป็นไปตามเป้าหมาย โดยหลังการเข้าซื้อสินทรัพย์ SNC BGH จะมีจำนวนโรงพยาบาล 43 แห่ง โดยโรงพยาบาลอีก 7 แห่งคาดว่าจะมาจากการเข้าซื้อสินทรัพย์มากกว่าการลงทุนสร้างโรงพยาบาลใหม่ โดยเรามีมุมมองเชิงบวกต่อแนวคิดดังกล่าว เนื่องด้วยรอบเงินสดที่เร็วกว่าของการเข้าซื้อสินทรัพย์คาดว่าจะช่วยให้ BGH รักษาสมดุลของกำไรของอัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อม และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA margin) ทั้งนี้กำไรของ BGH เมื่อไม่นานมานี้ได้รับผลกระทบเชิงลบจากส่วนแบ่งขาดทุนจากโครงการลงทุนสร้างโรงพยาบาลใหม่ที่เริ่มดำเนินงานได้ไม่นาน นอกจากนี้ ส่วนแบ่งกำไรจากการเข้าซื้อสินทรัพย์คาดว่าจะช่วยยกระดับอัตรา EBITDA โดยรวมของ BGH ได้
ประมาณการอัตรา EBITDA: เราได้ปรับเพิ่มประมาณการอัตรา EBITDA ในปี 2558-61 ของเราขึ้น 0.5-0.9% เพื่อสะท้อนถึงส่วนแบ่งกำไรที่ดีขึ้นจากโครงการเข้าซื้อกิจการ โดยอัตรา EBITDA ใหม่ของเรานั้นอยู่ราวๆ 21% ในช่วงปี 2557-59 และเพิ่มขึ้นเป็น 22-23% ในช่วงปี 2560-61 ดูรายละเอียดในแผนภาพที่ 3
เราได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) ของเราขึ้น 3-8% ในช่วงปี 2557-61 เพื่อสะท้อนส่วนแบ่งกำไรจากการเข้าซื้อสินทรัพย์ SNC ต้นทุนดอกเบี้ยที่ลดลงจากการใช้เครื่องมือในการแลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ย (interest rate swap) และกำไรที่จะเพิ่มเข้ามาจากโครงการเข้าซื้อสินทรัพย์อื่นที่อาจจะเกิดขึ้น ทั้งนี้เราได้ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 18.00 บาทจาก 15.00 บาท
ราคาเป้าหมาย 12 เดือน : 18.00 อิงวิธีคิดลดเงินสด (DCF)
ปัจจัยสำคัญ : การปรับตัวดีขึ้นของอัตรา EBITDA และข้อตกลงการเข้าซื้อสินทรัพย์ในปัจจุบัน BGH มีระดับซื้อขายอยู่ที่ PER ปี 2558 ที่ 31 เท่า เทียบกับอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) 5 ปีที่ 23% ในช่วงปี 2557-59 อย่างไรก็ตามหุ้น BGH มีอัตราผลตอบแทนจากเงินลงทุน (ROIC) อยู่ที่ 10% สูงกว่าต้นทุนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของเงินทุน (WACC) ที่ 9.1% ในปี 2557 ทั้งนี้เราคาดว่า ROIC จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็น 12-17% ในช่วงปี 2559-61 ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น “ซื้อ” BGH ด้วยราคาเป้าหมายใหม่ที่ 18.00 บาท









