น่าสนใจที่สุดในกลุ่มไฟฟ้า
เจรจาสัญญาขายไฟฟ้าใหม่ 2 แห่ง
EGCO อยู่ระหว่างการเจรจาสัญญาใหม่ 2 แห่ง ได้แก่ (1) โครงการโรงไฟฟ้าระยองขนาดกำลังผลิตไฟฟ้า 1,175 เมกะวัตต์ (คิดเป็น 25% ของกำลังผลิตรวม) บริษัทอยู่ระหว่างการขอต่อสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเพิ่มอีก 5 ปี และรอผลอนุมัติจากคณะกรรมการนโยบายแห่งชาติ (นพช.) เราเชื่อว่าการเจรจาจะสิ้นสุดลงเร็วๆ นี้ ก่อนสัญญาขายไฟฟ้าจะสิ้นสุลงในช่วงเดือน ธ.ค. 2557 และ (2) โรงไฟฟ้าถ่านหิน โครงการ Quezon บริษัทมีแผนขยายกำลังการผลิตอีก 500 เกมะวัตต์ ซึ่งหากผ่านการอนุมัติจากทางการฟิลิปปินส์ จะสามารถเริ่มดำเนินการผลิตไฟฟ้าภายในปี 2557 จากการประชุมกับบริษัทครั้งล่าสุด ผู้บริหารเชื่อว่าจะเจรจาแล้วเสร็จภายในปีนี้ ซึ่งเรามองว่าเป็น Upside โดยเบื้องต้นเราประเมินมูลค่าเพิ่มจากการขยายกำลังผลิตโครงการ Quezon ไว้ 3.80 บาทต่อหุ้น และยังไม่ได้รวมมูลค่าเพิ่มจาก 2 โครงการในประมาณการของเรา
ยังมองโอกาสจากโรงไฟฟ้าระยอง
EGCO ยังคงไม่ทิ้งโอกาสที่จะได้รับสัญญาขายใหม่ของโรงไฟฟ้าระยอง เหมืองโรงไฟฟ้าขนอมที่ได้รับก่อนหน้านี้ แม้ปัจจุบันบริษัทจะอยู่ระว่างการขอต่ออายุสัญญาขายไฟฟ้าออกไปอีก 5 ปี จากสิ้นปี 2557 นี้ ขณะที่โรงไฟฟ้าระยองมี Infrastructure พร้อมสำหรับการก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ หากได้รับการพิจารณา ซึ่งกรณีดังกล่าวถือเป็นกรณีที่ดีที่สุดสำหรับ EGCO
ผลตอบแทนจากเงินปันผล 4.6% ต่อปี สูงสุดในกลุ่มโรงไฟฟ้า
เราคาดว่าบริษัทจะจ่ายเงินปันผลในปี 2557 – 2558 ปีละ 6 บาท ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 4.6% ต่อปี มากที่สุดในกลุ่มผลิตไฟฟ้าในประเทศ แม้แนวโน้มกำไรสุทธิในช่วง 1 – 2 ปีนี้ เนื่องจากเป็นช่วงที่บริษัทยังไม่มีกำลังผลิตใหม่เพิ่ม โดยกำลังผลิตใหม่จะเริ่มดำเนินงานต้องรอไปถึงปี 2559 – 2560 จากโรงไฟฟ้าลมในประเทศออสเตรเลีย และโครงการโรงไฟฟ้าขนอมที่จะทยอยเริ่มดำเนินการผลิต
หุ้น Laggard แต่มี Upside สูง
ราคาหุ้น EGCO ถือว่ายัง Laggard เมื่อเทียบกับกลุ่ม โดยซื้อขายที่ระดับ P/BV เพียง 0.9 เท่า ขณะที่ยังมีประเด็นบวกสนับสนุนการลงทุนระยะสั้นจากผลของการเจรจาสัญญาขายไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจะได้ข้อสรุปภายในปี 2557 อีกทั้งยังมีความน่าสนใจจากเงินปันผลที่ให้ผลตอบแทนสูงถึง 4.6% ต่อปี มากที่สุดในกลุ่มผลิตไฟฟ้า (ผลตอบแทนเงินปันผลเฉลี่ยของกลุ่มผลิตไฟฟ้าในปี 2557 อยู่ที่ 3.3%) ราคาหุ้นปัจจุบัน ยังมี Upside จากมูลค่าเหมาะสมราว 15% ยังคงแนะนำ “ซื้อ”








