"มาร์ค โมเบียส" ราชากองทุนตลาดเกิดใหม่มั่นใจการเมืองเปลี่ยน ไม่กระทบภาคธุรกิจกับแผนการลงทุนของเขาในตลาดไทย
นายมาร์ค โมเบียส ผู้จัดการกองทุนแฟรงคลิน เทมเพิลตัน ผู้เชี่ยวชาญการลงทุนกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ ให้ความเห็นภายหลังมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในไทยว่า ไม่ได้สร้างความแปลกใจให้กับเขา เพราะในประวัติศาสตร์ของประเทศเคยมีการเข้ามาแทรกแซงของทหาร
นายโมเบียสเชื่อว่า การเปลี่ยนแปลงข้างต้น จะช่วยให้เกิดการแก้ปัญหา ด้วยการที่ทหารสามารถเข้ามาควบคุมดูแลให้ความปลอดภัย และป้องกันเหตุรุนแรง หรือการปะทะกันระหว่างกลุ่มขัดแย้งกัน
และจากมุมมองของเขาคิดว่า คนไทยจำเป็นต้องร่วมด้วยช่วยกันตัดสินใจ เกี่ยวกับทางออกแก้ปัญหาด้วยความประนีประนอม และเชื่อการแก้ปัญหาจะบรรลุผลได้ ด้วยธรรมชาติของประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศที่มีความยืดหยุ่น
ทั้งนี้นายโมเบียส ซึ่งดูแลบริหารสินทรัพย์ประมาณ 5 หมื่นล้านดอลลาร์ เจ้าของฉายาราชากองทุนตลาดเกิดใหม่ ชี้ว่า การลงทุนของแฟรงคลิน เทมเพิลตันในประเทศไทย อยู่บนพื้นฐานมุมมองเพื่อการลงทุนระยะยาว
"เราเชื่อว่ามีแรงขับเคลื่อนเป็นบวกช่วยไทยเติบโตในระยะยาว ไทยยังมีองค์ประกอบ ซึ่งรวมถึงภาคธุรกิจมีความสามารถแข่งขัน และการลงทุนของญี่ปุ่นที่มีอยู่มากในไทย ตลอดจนไทยมีศักยภาพด้านการเติบโตมาก และมากพอที่จะช่วยสร้างความเป็นหนึ่งเดียวด้านการรวมไทยกับอาเซียน โดยเฉพาะการรวมตัวกับเพื่อนบ้านทั้งพม่า กัมพูชา และลาว เพื่อเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโลก"
เมื่อวิเคราะห์สถานการณ์ทางเศรษฐกิจของไทย นายโมเบียส มองว่า ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติ ที่เข้ามาลงทุนโดยตรงในไทย เกิดความต้องการความมีเสถียรภาพภายในประเทศ แต่ความเป็นจริงภายใต้สถานการณ์ขณะนี้ ทำให้เขายอมรับว่ารัฐบาลมาจากการเลือกตั้งดูเหมือนจะเกิดขึ้นยาก และคงต้องรอดูว่ามีการตั้งรัฐบาลใหม่อย่างไร
"ระหว่างรอดูรัฐบาลเข้ามาใหม่ คาดว่าจะเห็นความผันผวนของตลาดในระยะสั้น แต่ไม่คาดว่าจะเกิดความวุ่นวายมากมายกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทต่างๆ ในขณะนี้"
โดยมุมมองของนายโมเบียสในระยะยาว เขาคิดว่า บริษัทไทยหลายแห่ง สามารถอยู่รอดได้ และมีกิจการรุ่งเรือง และเชื่อว่าแนวโน้มเศรษฐกิจไทยเป็นบวก รายได้ต่อหัวของประชากรไทยเพิ่มขึ้น และไทยมีชนชั้นกลางจำนวนมาก ประชากรที่เป็นผู้บริโภคก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเขาเชื่อว่า ด้วยองค์ประกอบเหล่านี้จะช่วยนำพาเศรษฐกิจเดินไปข้างหน้าได้
ในฐานะเป็นนักลงทุน นายโมเบียส มุ่งความสนใจของเขาไปที่ธุรกิจนำเสนอสินค้าให้บริการ ซึ่งรวมถึงบริษัทอสังหาริมทรัพย์และธนาคารพาณิชย์ เพราะผู้คนต่างมุ่งหน้าเข้าไปพักอาศัยอยู่ตามเมืองต่างๆ และยังมีความต้องการที่อยู่อาศัย
"เราเชื่อว่าความไม่แน่นอนเกิดขึ้นต่อเนื่องในไทย อาจส่งผลให้นักลงทุนต้องหลบรอจนกว่าสภาพแวดล้อมทางการเมือง มีความชัดเจน และมีเสถียรภาพมากขึ้น การท่องเที่ยวอาจได้รับผลกระทบหากเกิดความตึงเครียด แต่ไม่เชื่อว่าการดำเนินธุรกิจของบริษัท จะถูกแทรกแซงอย่างมาก และมองว่าหุ้นไทยหลายตัว ปรับลดลงเป็นโอกาสให้เข้าไปเลือกซื้อทำกำไร หากมองย้อนไปในอดีต มีบริษัทไทยหลายแห่ง สามารถบริหารจัดการ จนฝ่าฟันความวุ่นวายทางการเมือง และกลับมาเติบโตแข็งแกร่ง มีความยืดหยุ่นตามลักษณะนิสัยของคนไทย"
ก่อนหน้านี้ นายโมเบียส เคยให้สัมภาษณ์ทางสถานี NOW 26 ในต้นปีนี้ เกี่ยวกับเหตุผลที่เขายังชื่นชอบกับการลงทุนตลาดไทยว่า เป็นเพราะเมืองไทยยังน่าลงทุน นักธุรกิจไทยมีสปิริตอันแรงกล้า คนงานไทยมีวินัย ทำงานขยันขันแข็ง สิ่งเหล่านี้ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ ถ้าประเทศไทย ยังคงดำรงเสน่ห์ของความน่าลงทุนไว้ได้ต่อไป คนจะมาลงทุนในไทยมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆ อีก แต่ที่สำคัญคือคุณภาพเยี่ยมของแรงงานไทยและบรรยากาศทั่วๆ ไปที่เอื้อต่อการทำธุรกิจ









