วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Auto Sector

ผ่านจุดตํ่าสุดและจะเห็นการฟื้นตัวชัดขึ้นในครึ่งปีหลัง

ยอดผลิตรถยนต์เดือน เม.ย. ตํ่าสุดในรอบ 28 เดือน

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยรายงานยอดผลิตรถยนต์เดือน เม.ย. ที่ 1.27 แสนคัน หดตัว 26% YoY และตํ่าที่สุดในรอบ 28 เดือน นับตั้งแต่นํ้าท่วมใหญ่ปลายปี 2554 เนื่องจากตลาดรถยนต์ในประเทศหดตัวกว่า 33% YoY (กำลังซื้อถูกดึงไปใช้ล่วงหน้าในโครงการรถคันแรกช่วงกลางปี 2555–2556 เศรษฐกิจชะลอและการเมืองวุ่นวาย) ในขณะที่การส่งออกรถยนต์เติบโตเพียง 3% YoY ไม่สามารถชดเชยได้ รวมงวด 4M57 มียอดผลิตรถยนต์อยู่ที่ 6.44 แสนคัน ลดลง 28% YoY อย่างไรก็ดี เราเริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้นของการผลิตรถยนต์จากตลาดรถยนต์ในประเทศทรงตัวได้อยู่ที่ราว 7 –8 หมื่นคันต่อเดือนมาตั้งแต่ต้นปี และการส่งออกเติบโต YoY ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3

3 เดือนข้างหน้า ยอดผลิตฟื้นตัวปานกลางและสูงขึ้นในครึ่งปีหลัง

นอกจากนี้ ส.อ.ท. ยังคาดการณ์ยอดผลิตรถยนต์ช่วงเดือน พ.ค.-ก.ค. อยู่ที่ 5.32 แสนคัน หรือคิดเป็นเฉลี่ยประมาณ 1.7-1.8 แสนคันต่อเดือน ฟื้นตัวดีขึ้นตามลำดับแต่ก็ยังไม่โดดเด่นมากนักหากเทียบกับช่วงเดือน ก.พ.–มี.ค. ที่มียอดผลิตอยู่ที่ราว 1.7-1.8 แสนคันเช่นเดียวกัน โดยเราคาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวที่ชัดขึ้นในครึ่งปีหลังจากการฟื้นตัวของตลาดรถยนต์ในประเทศตามอัตราการขยายตัวของ GDP ที่คาดว่าจะอยู่ที่ราว 1.2-2.3% ในครึ่งปีหลังจากติดลบ 0.6% ใน 1Q57 ขณะที่การส่งออกก็จะเติบโตต่อเนื่องหลังจากค่ายรถยนต์เริ่มหาตลาดส่งออกใหม่ๆ ได้มากขึ้น ทั้งนี้ เราปรับลดเป้ายอดผลิตรถยนต์ปีนี้ลงจากเดิมเล็กน้อย 4% เหลือ 2.2 ล้านคัน จากการส่งออกที่เติบโตน้อยกว่าคาด

ปรับเพิ่มมูลค่าเหมาะสมหุ้นที่ศึกษา

เราเชื่อว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยได้ผ่านจุดตํ่าสุดในรอบของการหดตัวจากผลกระทบของโครงการรถคันแรกแล้ว (กลางปี 2556 – 2557) เราจึงปรับเพิ่มมูลค่าเหมาะสมของหุ้นในกลุ่ม AUTO ขึ้นจากเดิม 20 – 30% ด้วยการปรับเพิ่มอัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) ขึ้นมาอยู่ที่ 12 เท่า (จากเดิม 10 เท่า) ซึ่งเป็นกรอบบนของค่า P/E ในภาวะปกติของกลุ่มฯ อีกทั้งยังปรับเพิ่มประมาณการกำไรของหุ้นบางตัว (AH) จากแนวโน้มผลประกอบการที่ดีกว่าคาด ได้มูลค่าเหมาะสมใหม่ ดังนี้ AH (18.50 บาท) SAT (19.10 บาท) STANLY (219 บาท) และ TKT (2.06 บาท)

เลือก AH และ SAT เป็นหุ้นเด่นของกลุ่มฯ

เราเพิ่มนํ้าหนักการลงทุนกลุ่ม AUTO เป็น Neutral (จากเดิม Underweight) โดยเราเลือก AH และ SAT เป็นหุ้นเด่นที่แนะนำ “ซื้อ” เนื่องจากคาดว่าจะได้ประโยชน์จากนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนของ คสช. โดยตรงเพราะมียอดขายชิ้นส่วนรถกระบะเป็นรายได้หลัก นอกจากนี้ ราคาหุ้น AH ยังตํ่ากว่ามูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น อย่างไรก็ดี อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยยังมีความเสี่ยงจากสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศที่ยังไม่แน่นอน (ความขัดแย้งยังคงมีอยู่) และ AH มีความเสี่ยงจากผลประกอบการที่มีแนวโน้มอ่อนตัวแรงกว่ากลุ่มฯ ในงวด 2Q57F ที่เป็นช่วงโลว์ซีซั่นเนื่องจากมีอัตรากำไรขั้นต้นตํ่าและมีค่าใช้จ่ายคงที่สูง สำหรับ STANLY แนะนำ “ถือ” (จากเดิม “ขาย”) TKT ยังคงคำแนะนำ “ขาย”