แนวโน้ม 2Q57 ฟื้นตัวแต่ยังจำกัด
คาด 2Q57 พลิกเป็นกำไร 24 ล้านบาท
ในเบื้องต้น เราคาด WORK จะพลิกกลับมามีกำไรใน 2Q57 ราว 24 ล้านบาทฟื้นตัวจาก 1Q57 ที่ประสบผลขาดทุน เนื่องจากธุรกิจผลิตรายการทางฟรีทีวีฟื้นตัวโดยได้ปัจจัยบวกจากช่วงไฮซีซั่นมากกว่าผลกระทบช่วงประกาศรัฐประหาร อีกทั้ง WORK ยังมีการควบคุมต้นทุนเข้มงวดมากขึ้นโดยคืนเวลาออกอากาศที่ไม่ทำกำไร 3 รายการให้กับช่อง เราคาดรายได้และกำไรจากธุรกิจผลิตรายการจะเพิ่มขึ้น 13% QoQ และ 46% QoQ ตามลำดับ นอกจากนี้ ยังมีโอกาสบันทึกรายได้การส่งมอบงาน EXPO ปี 2016 บางส่วนอีกด้วย อย่างไรก็ดี หากเทียบปีก่อนคาดกำไรลดลงแรง 72% YoY เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอและการเมืองวุ่นวายเป็นหลัก
ปรับลดประมาณการ แต่เพิ่มมูลค่าเหมาะสม
เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2557 - 2558 ลงจากเดิม 15-18% เนื่องจากคาดว่าธุรกิจผลิตรายการจะหดตัว 25% 5% YoY ตามลำดับ ผลจากภาวะเศรษฐกิจ การเมือง และการโฟกัสช่องทีวีดิจิทัล (Workpoint Creative TV) ของตัวเองมากขึ้น อย่างไรก็ดี แนวโน้มผลงานช่องทีวีดิจิทัลแข็งแกร่งกว่าคาด ซึ่งมีนัยสำคัญต่อประมาณการกำไรในอนาคตและมีผลต่อมูลค่าเหมาะสมที่เราประเมินด้วยวิธีคิดลดกระแสเงินสด เราจึงปรับเพิ่มมูลค่าเหมาะสมขึ้น 9% เป็น 24.50 บาท (WACC 11%, Terminal Growth 5%)
Workpoint Creative TV แข็งแกร่งกว่าคาด
แม้ว่าผู้บริหารจะปรับลดเป้ารายได้ช่อง Workpoint Creative TV ลงจากเดิมที่ 1 พันล้านบาทเหลือ 650-700 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ยังสูงกว่าที่เราคาดที่ราว 330 ล้านบาท อีกทั้งผู้บริหารระบุว่าได้ทำสัญญาขายโฆษณาล่วงหน้าแล้วกว่า 450 ล้านบาท (กว่า 70% รับรู้ในครึ่งปีหลัง) เราจึงปรับเพิ่มประมาณการรายได้ช่องทีวีดิจิทัลขึ้นเป็นราว 430 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทเลือกบันทึกต้นทุนตัดจำหน่ายค่าใบอนุญาตฯ ตามประมาณการรายได้จึงทำให้มีต้นทุนการดำเนินงานต่ำกว่าที่เราคาด เราจึงปรับเพิ่มประมาณการธุรกิจทีวีดิจิทัลและดาวเทียมปี 2557 เป็นมีกำไรขั้นต้น 5 ล้านบาท จากเดิมคาดขาดทุนขั้นต้น 203 ล้านบาท
เปลี่ยนคำแนะนำเป็น “ถือ”
เรามองว่าผลประกอบการของ WORK จะอยู่ในจุดต่ำสุดในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2557 ก่อนที่จะฟื้นตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังจากการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจและการเติบโตของช่องทีวีดิจิทัลของบริษัท แต่อย่างไรก็ดี WORK ยังมีความเสี่ยงจากการที่มีรายการฟรีทีวีอยู่ในช่อง 5 คิดเป็นสัดส่วนกว่า 50% ของรายการทั้งหมด ซึ่งมีความเสี่ยงจากการปรับผังรายการของช่อง 5 ให้เป็นทีวีสาธารณะที่จะต้องลดสัดส่วนรายการบันเทิงลง อีกทั้งสถานการณ์ทางการเมืองยังไม่แน่นอน เราจึงเปลี่ยนคำแนะนำเป็นเพียง “ถือ” จากเดิม “ขาย”









