ฟื้นตัวเร็วหากกำลังซื้อกลับมา
ประเด็น
- ข้อมูลจากงาน Opportunity Day มีประเด็นสำคัญดังนี้
1.ผู้บริหารคงเป้าการเปิดสาขาใหม่ในประเทศที่ 110 สาขาในปี 2557 ทำให้จำนวนสาขาเติบโต 16% YoY
2.เดินหน้ารุกตลาดใหม่ในต่างประเทศ โดยเฉพาะ เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนิเซีย
3.มีแผนการเข้าซื้อกิจการในกลุ่มประเภทสินค้าเครื่องแต่งกายและไลฟ์สไตส์ โดยวางงบประมาณไว้ที่ 300 ล้านบาท คาดเห็นความชัดเจนใน 2H57
ผลกระทบและความเห็น
- SSSG 2Q57 เริ่มฟื้นตัว การชุมนุมทางการเมืองส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (Same store sale growth หรือ SSSG) ใน 1Q57 โดยเฉพาะในห้างค้าปลีกต่างจังหวัดที่ SSSG ติดลบถึง 25% ต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ แต่ร้านค้าปลีกของตัวเอง (Stand Alone) ยังมี SSSG เติบโต 18% ประกอบกับการขยายสาขาใหม่ 31 สาขา ส่งผลให้รายได้รวมเติบโต 27% YoY สำหรับสถานการณ์ใน 2Q57 คาด SSSG เริ่มดีขึ้น จากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่กลับมากระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย ทั้งจากวันหยุดยาวช่วงสงกรานต์และสถานการณ์การเมืองที่ชัดเจนขึ้น
- คงประมาณการกำไรปี 2557 ถึงแม้ว่ารายได้ใน 1Q57 ของ MC จะมีสัดส่วน 22% ของประมาณการทั้งปี ขณะที่สาขาราว 715 แห่งอาจจะมี SSSG ลดลงเนื่องจากต้องปิดเร็วกว่าปกติจากการประกาศใช้เคอร์ฟิว แต่เราคาดว่าปัจจัยดังกล่าวจะกระทบรายได้ใน 2Q57 ไม่มาก นอกจากนี้เราเชื่อว่า MC จะสามารถขยายสาขาใหม่ได้ตามเป้าหมายของเราที่ 100 สาขาในปีนี้ โดยคาดว่าจะเปิดใหม่ใน 2Q57 อีก 30 สาขา นอกจากนี้โรดแมปของ คสช.ที่เริ่มจ่ายคืนจากการจำนำข้าวให้เกษตรกร น่าจะช่วยให้กำลังซื้อในต่างจังหวัดที่มีสัดส่วน 80% ของรายได้รวมฟื้นตัวขึ้น สามารถผลักดันให้ยอดขายรวมปี 2557 เติบโตได้ตามประมาณการของเราที่ 33% YoY เป็น 3.9 พันล้านบาท (เรารวมรายได้จากต่างประเทศที่คาดเปิด 16 สาขาในปีนี้ จาก 14 สาขาใน 1Q57 เข้าไว้ในประมาณการแล้ว)
- Inorganic growth ต่อยอดการเติบโต การซื้อ Time Deco ที่ดำเนินธุรกิจอย่างมีกำไรช่วยทำให้ ROE ของ MC เพิ่มขึ้นเป็น 23% ในปี 2557 จาก 20% ในปี 2556 ดังนั้นเราจึงมองว่าการเข้าลงทุนในกิจการอื่นๆเพิ่มเติมจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาวเนื่องจาก 1) สามารถขยายฐานลูกค้าไปยังสินค้าประเภทอื่นๆได้ทันที 2) การได้ประโยชน์ร่วมกันจากการประหยัดจากขนาด 3) ช่วยต่อยอดรายได้ให้ MC เองจากการสร้างผลตอบแทนจากเงิน IPO ซึ่งเรายังไม่รวมการเข้าซื้อกิจการใหม่ช่วง 2H57 ไว้ในประมาณการ เนื่องจากจำกัดทางด้านข้อมูล
คำแนะนำและเหตุผล
- คงแนะนำ “ซื้อ” เรายังชอบปัจจัยพื้นฐานของ MC ทั้งในด้านชื่อเสียงของแบรนด์ที่ยังคงส่วนแบ่งทางการตลาดอันดับหนึ่ง การขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่องจากการขยายสาขาทั้งในและต่างประเทศ การแตกไลน์สินค้าใหม่ เช่น MC plus (เปิดตัวในปีนี้) พร้อมทั้งโอกาสการเติบโตจากการซื้อกิจการอื่น ซึ่ง MC มีเม็ดเงินลงทุนที่พร้อมจากสถานะปลอดหนี้อยู่แล้ว เราจึงยังคงประมาณการปีนี้และมูลค่าเหมาะสมที่ 20.00 บาท (วิธีDCF ที่ WACC 14%, Terminal growth 6%)









