วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

อ่อนตัวเป็นโอกาสซื้อหุ้นดีเพื่อลงทุน

SET อ่อนลงในระยะสั้น

คสช.ประกาศควบคุมอำนาจในการปกครองประเทศมีผลตั้งแต่ 22 พ.ค.2557 เวลา 16.30 น. ซึ่งตลาดตอบรับด้วยการอ่อนตัวลงก่อน (SET Index ปิดลดลง 8.37 จุด เมื่อศุกร์ที่ 23 พ.ค.2557) หลักๆ แล้วมาจากการขายของนักลงทุนต่างชาติ 6.8 พันล้านบาท แต่นักลงทุนในประเทศทั้ง 3 กลุ่มเข้าซื้อหุ้นปัจจัยพื้นฐานดีในจังหวะอ่อนตัวนี้ เพราะเชื่อว่าราคาหุ้นจะกลับไปสู่พื้นฐานที่เหมาะสมเสมอ แม้ว่าในบางเวลาจะต่ำหรือสูงเกินไปบ้าง ซึ่งขึ้นอยู่กับความเสี่ยงของหุ้นและระดับการยอมรับความเสี่ยงของนักลงทุนในช่วงเวลานั้นๆ

ดัชนีหลังการทำรัฐประหารใน 3 ครั้งก่อน สำหรับข้อมูลในอดีตที่ย้อนกลับไปถึงปี 2520 พบว่าหลังการทำรัฐประหาร ดัชนีจะปรับขึ้นเล็กน้อยในช่วงสัปดาห์แรก แล้วมีการอ่อนตัวลงในช่วง 1-3 เดือนต่อมา ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของดัชนีก่อนวันประกาศรัฐประหารในรอบนี้ ใกล้เคียงกับช่วงปี 2549 ที่ดัชนีปรับขึ้น 1-2% ในสัปดาห์ก่อนทำรัฐประหาร และปรับขึ้น 8-9% ในช่วง 3 เดือนก่อนหน้า ส่วนทิศทางดัชนีหลังการทำรัฐประหารในรอบนี้จะเหมือนกับรอบปี 2549 หรือไม่ ก็ต้องมาติดตามกัน (รอบปี 2549 ดัชนีปรับขึ้น 1% ใน 1 สัปดาห์หลังทำรัฐประหาร แล้วอ่อนตัวลงในช่วง 1 เดือน หลังจากนั้นค่อยปรับขึ้นดีในช่วง 3-6 เดือนหลังทำรัฐประหาร)

แรงขายของนักลงทุนต่างชาติไม่น่าจะรุนแรงมาก ทาง Retail Research ได้เก็บตัวเลขมูลค่าซื้อ-ขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นไทยในช่วงปี 2548 ถึงวันที่ 22 พ.ค.2557 พบว่านักลงทุนต่างชาติมีมูลค่าซื้อสุทธิสะสมเหลืออยู่ 7.1 หมื่นล้านบาท ซึ่งไม่ได้สูงมาก เพราะในปี 2556 มีการขายสุทธิออกไปแล้ว 1.95 แสนล้านบาท

นอกจากนั้นนักลงทุนต่างชาติได้รับรู้และปรับพอร์ตการลงทุนให้สอดรับกับปัญหาการเมืองของไทย รวมถึงภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาในรอบนี้มาหลายเดือนแล้ว โดยใน YTD (ต้นม.ค.- 22 พ.ค.2557) นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิได้ขายสุทธิอีก 2.1 หมื่นล้านบาท ดังนั้นแรงขายก็ไม่น่าจะรุนแรงมาก

นับเป็นข่าวบวกระยะสั้นที่คสช.เร่งเดินหน้าฟื้นฟูเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นทางธุรกิจ อย่างไรก็ตาม การเป็นรัฐบาลแต่งตั้งก็จะทำให้ความเชื่อมั่นของต่างชาติกลับมาไม่ได้ทั้งหมดโดยเร็ว และสิ่งที่ต้องระวังในช่วงสั้น คือ ความผันผวนในตลาดการเงินและค่าเงินบาท

โดยหากมีเม็ดเงินไหลออกมากๆ ก็จะทำให้เงินบาทอ่อนค่าเร็ว ซึ่งในส่วนนี้ทางการไทยต้องดูแลอย่างใกล้ชิด ส่วนปัจจัยที่นักลงทุนในตลาดจับตา คือ 1) แนวทางในการเดินหน้าสภาปฏิรูปและสภานิติบัญญัติ และ 2) ระยะเวลาที่จะมีการเลือกตั้งใหม่

กลยุทธ์การลงทุน การอ่อนตัวของราคาหุ้นเป็นโอกาสทยอยซื้อลงทุนระยะกลาง-ยาวในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง ธุรกิจมั่นคง เติบโตได้ต่อเนื่อง หรือฟื้นตัวได้เร็ว โดยหุ้นที่น่าสนใจ ได้แก่ AOT, BBL, KBANK, CPALL, DTAC, PTTGC, CPN, QH, SPALI, STEC, STPI เป็นต้น

สำหรับการลงทุนตามรอบ ที่ใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคเข้ามาประกอบ เราให้แนวรับของดัชนีระยะสั้น (ประมาณ 1 สัปดาห์) ไว้ที่ 1370-1360, 1340-1330 จุด ส่วนแนวต้าน 1400-1410, 1430+/- จุด