วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

SAMART - ซื้อ

อาจมีผลกระทบจาก SAMTEL

ประเด็นข่าว

- คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีคำสั่งให้ 38 บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติมในวันที่ 26 พ.ค.2557 โดยปรากฏชื่อนายธวัชชัย วิไลลักษณ์ ผู้บริหารระดับสูงของ SAMART เป็นหนึ่งในรายชื่อดังกล่าว

ผลกระทบและความเห็น

- เป็นประเด็นกดดันราคาหุ้น SAMART ข่าวดังกล่าวส่งผลลบเชิงจิตวิทยาต่อราคาหุ้น SAMART จากความกังวลอาจกระทบผลการดำเนินงานของกลุ่ม SAMART โดยเฉพาะการเลื่อนเซ็นสัญญางานโครงการของ SAMTEL เนื่องจากสัดส่วนกำไรสุทธิของ SAMART กว่า 70% มาจาก SIM และ SAMTEL โดยประมาณการปีนี้ของเราคาดว่า SAMART จะมีกำไรสุทธิ 1,727 ล้านบาท มาจากสัดส่วนกำไรของ SAMTEL 37% และ SIM 34% ที่เหลือ 29% เป็นสัดส่วนกำไรจากธุรกิจนอกตลาดหลักทรัพย์ (Non listed) ที่ SAMART ลงทุนโดยตรง

- กรณีแย่ของ SAMTEL กระทบมูลค่าเหมาะสม SAMART ราว 3.00 บาท จากการวิเคราะห์ความเสี่ยงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองต่อ Backlog ของ SAMTEL กรณีแย่บนสมมติฐาน ปรับลด Backlog ที่จะรับรู้รายได้ปีนี้เหลือ 8,000 ล้านบาทเท่ากับมูลค่าสิ้นปีก่อน ทำให้กำไรสุทธิของ SAMTEL ลดลง 31% จากกรณีปกติ ทั้งนี้ผลกระทบกรณีแย่ของ SAMTEL ทำให้กำไรสุทธิปีนี้ของ SAMART ลดลง 16% จากกรณีปกติ และกระทบมูลค่าเหมาะสม SAMART ลดลงเป็น 24.40 บาท

คำแนะนำและเหตุผล

- ราคาหุ้นมีโอกาสฟื้นตัวเร็วจากราคาหุ้น “ถูกกว่า” บริษัทลูก เราประเมินปัจจัยพื้นฐาน SAMART รวมกรณีแย่ของ SAMTEL จะมีกำไรสุทธิปีนี้ 1,453 ล้านบาท ลดลง 1% YoY และซื้อขาย PE ปี 2557 ที่ 13.6 เท่า ขณะที่บริษัทลูก SIM, SAMTEL และ OTO ซื้อขาย PE ปี 2557 สูงกว่าราว 13.9-20.0 เท่า (SIM มี PE ปี 57 ที่ 14.4 เท่า, SAMTEL 13.9 เท่า และ OTO 20 เท่า) เรามองว่าราคาหุ้น SAMART ที่ซื้อขายถูกว่าบริษัทลูก รวมทั้งคาดว่าจะยังจ่ายเงินปันผลที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 3-4% และมูลค่าเหมาะสมรวมกรณีแย่ของ SAMTEL ยังมี Upside 22% จากราคาปัจจุบัน ทำให้หุ้น SAMART มีโอกาสฟื้นตัวเร็วกว่าลูก