คสช. กู้ธกส.-เอกชน 9 หมื่นล้านบาทจ่ายชาวนา ตั้งเป้าครบใน 1 เดือน ปลดหนี้แบงก์ 15 เดือน พร้อมตั้งทีมตรวจสอบสต๊อกข้าวร่วมพาณิชย์
พ.อ.วินธัย สุวารี พร้อมด้วย พ.อ.วีรชน สุคนธปฏิภาค และ พ.อ.ณัฐวัฒน์ จันทร์เจริญ รองโฆษกกองทัพบก ในฐานะรองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ร่วมกันแถลงข่าวผลการประชุมถึงแนวทางการบริหารราชการแผ่นดิน ว่า จะให้ปลัดกระทรวง ทุกกระทรวง ทบวง กรม ทำหน้าที่แทนรัฐมนตรี และพัฒนาแผนโครงการของแต่ละกระทรวงไป ทั้งนี้ในเรื่องของแผนงานและโครงการที่ใช้งบประมาณสูงจะไม่พิจารณาดำเนินการในห้วงนี้ แต่หากเป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศที่ใช้งบประมาณไม่สูงก็ให้ทำรายงานเสนอมาให้ หัวหน้าคสช.เป็นผู้อนุมัติ ซึ่งการปฏิบัติงานจะเน้นการปฏิบัติงาน จะเน้นความรวดเร็วในการแก้ไขปัญหา จะตัดงานด้านธุรการและเอกสารให้สั้นลงเพื่อให้เกิดความกระชับและลดขั้นตอนรวมถึงการลดสายการบังคับบัญชาเพื่อให้การแก้ไขปัญหาได้ทันถ่วงที โดยยึดหลักของกฎหมาย ความมีประสิทธิภาพโปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยในส่วนของ 7 กลุ่มงาน จะมีฝ่ายกฎหมายเป็นที่ปรึกษาอย่างไรก็ตามในกลุ่มทางด้านเศรษฐกิจ ที่มี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รอง หน.คสช. ฝ่ายเศรษฐกิจ ได้ชี้แจงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดกรอบการปฏิบัติงานที่ชัดเจน
พ.อ.ณัฐวัฒน์ กล่าวว่า และเรื่องที่เร่งด่วนคือการช่วยเหลือชาวหน้าที่มีปัญหาในโครงการรับจำข้าว โดยเงินที่ค้างจ่ายชาวนาอยู่ในวงเหมือนกว่า 9.2 หมื่นล้านบาท โดยมีชาวนาที่ได้รับผลกระทบ 8 แสนกว่าราย ซึ่งทาง คสช. จะกู้เงินสภาพคล่องของธนาคาร ธกส. จำนวนกว่า 4 หมื่นล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะจ่ายเงินให้กับชาวนาได้ภายใน 1-2 วันนี้ หรือ ในช่วงบ่ายของวันพรุ่งนี้(25พ.ค.) ส่วนที่เหลืออีก 5 หมื่นล้านบาท จะกู้เงินจากสถาบันการเงินภายในประเทศ ซึ่งคาดว่าไม่เกิน 1 เดือน จะจ่ายเงินให้ครบทุกราย ส่วนขั้นตอนการจ่ายเงินจะให้รับเงินผ่านจาก ธกส. โดยจะให้หน่วยทหารของกองทัพบกที่อยู่ในพื้นที่ไปช่วยอำนวยความสะดวก เช่น ตรวจความถูกต้องของเอกสารเพื่อความโปร่งใส ทั้งนี้เพื่อเพิ่มความสะดวกใช้กับชาวนาจะเปิดตจุดจ่ายเงินจำนำข้าวให้กับชาวนาตามหน่วยงานของทหารในพื้นที่ต่างๆ หากในพื้นที่ใดไม่มีหน่วยงานทหาร จะมีการประสานงานกับธกส.ในการจัดรถโมบายเคลื่อนที่โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารช่วยอำนวยคงามสะดวกเช่นกัน นอกจากนี้ ที่ประชุมหัวหน้าคสช. ได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติทางด้านเศรษฐกิจโดยให้ หัวหน้าส่วนราชการต่าง ๆ ได้ไปประมวลความคิดในการแก้ปัญหา พร้อมทั้งเสนอข้อมูลต่าง ๆ โดยให้แต่ละกลุ่มประชุมเป็นวงเล็ก เพื่อกำหนดนโยบายที่เป็นรูปธรรมและสามารถแก้ปัญหาได้
พ.อ.ณัฐวัฒน์ กล่าวต่อว่า การจ่ายเงินในงวดจำนวนกว่า 4 หมื่นล้านบาท จะเฉลี่ยให้ทั่วภูมิภาคเพื่อให้ครอบคลุม ซึ่งขั้นตอนชาวนาคนไหนที่จะได้รับเงินก่อนหลัง ทาง ธกส.มีบัญชีรายชื่อชาวนาอยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว และในส่วนของชาวนาก็มีลำดับใบประทวน ทั้งนี้ที่ผ่านมาการกู้เงินกับธนาคารมีข้อติดขัดทางด้านกฎหมาย แต่ทั้งแต่มีการตั้ง คสช.ขึ้นมา ได้มีการปลดล็อกในขั้นตอนกฎหมายต่าง ๆ ออก จึงทำให้มีความสะดวกในการกู้เงิน และธนาคารต่าง ๆ ก็พร้อมให้การสนับสนุน ขณะที่ทางกระทรวงการคลังได้มีการสรุปยอดหนี้ และมีการคำนวณการระบายข้าวออกประมาณ 5-8 พันล้านบาท คาดว่าจะสามารถทยอยจ่ายเงินปลดหนี้ให้กับธนาคารได้ประมาณ ภายใน 15 เดือน ทั้งนี้ทางหัวหน้าคสช.ได้ให้กระทรวงพาณิชย์ไปตรวจสอบโกดังข้าว ว่าจริง ๆ แล้วมีปริมาณข้าวอยู่เท่าไร เป็นสต๊อกลมเท่าไร และข้าวที่เน่าเสียหายไปเท่าไร ก่อนที่จะมีการระบายข้าว ซึ่งทาง คสช.จะตั้งทีมในการตรวจสอบร่วมกับทางกระทรวงพาณิชย์แต่จะให้กระทรวงพาณิชย์เป็นเจ้าภาพ สำหรับการเบิกจ่ายงบประมาณในปี 2558 ซึ่งในที่ประชุมได้มีการหารือกัน และไม่มีข้อขัดข้องในการเบิกจ่าย
พ.อ.ณัฐวัฒน์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้กระทรวงการคลังยังได้นำเสนอการขยายเวลาการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม จะสิ้นสุดลง 30ก.ย.57 ซึ่งหัวหน้าคสช. ไม่ได้ขัดข้อง เนื่องจากเป็นนโบบายที่ต่อเนื่อง








