วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

BEC - ขาย

ปรับลดประมาณการและมูลค่าเหมาะสมลง

เริ่มหารายได้จากทีวีดิจิทัลจริงจังตั้งแต่เดือน ต.ค.

ผู้บริหาร BEC เปิดเผยแผนการลงทุนทีวีดิจิทัลอย่างเป็นทางการต่อนักวิเคราะห์เป็นครั้งแรกในงวนประชุมนักวิเคราะห์เมื่อศุกร์ที่แล้ว โดยจะสร้างช่องใหม่ทั้ง 3 ช่อง ไม่มีการออกอากาศคู่ขนาน (Simulcast) ระหว่างช่องอนาล็อกเดิมและช่อง HD เนื่องจากติดข้อจำกัดตามหลักเกณฑ์ของ กสทช. โดยจะทยอยเพิ่มคอนเทนต์ใหม่และคาดว่าจะสมบูรณ์แบบพร้อมหารายได้อย่างเต็มที่ในเดือน ต.ค. 57 ซึ่งเรามองว่ากลยุทธ์ดังกล่าวมีความเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันที่ประเทศไทยยังไม่มีความพร้อมในการเปลี่ยนผ่านระบบทีวี เช่น การประชาสัมพันธ์, การแจกคูปองสนับสนุน และการออกอากาศผ่านระบบเคเบิล เป็นต้น

ต้นทุนทีวีดิจิทัลกดดันผลงานครึ่งปีหลัง

เราประเมินว่านับตั้งแต่เดือน พ.ค. จนถึงสิ้นปีนี้ BEC จะมีต้นทุนและค่าใช้จ่ายจากการให้บริการทีวีดิจิทัล 3 ช่อง รวม 1.2 พันล้านบาท (ค่าตัดจำหน่ายเงินประมูล 290 ล้านบาท ค่าบริการโครงข่ายและ Up-link ขึ้นดาวเทียม 90 ล้านบาท ค่าคอนเทนต์ 750 ล้านบาท) ในขณะที่การหารายได้จะยังทำได้ไม่เต็มที่เพราะเป็นช่วงเริ่มต้นของการสร้างแพล็ทฟอร์มใหม่ ต้องใช้เวลาในการสร้างฐานผู้ชมและเรียกความเชื่อมั่นจากผู้ซื้อสื่อโฆษณา คาดรายได้อยู่ที่ 479 ล้านบาท ทำให้มีผลขาดทุนอยู่ที่ 766 ล้านบาท ฉุดผลประกอบการรวมให้ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ปรับลดประมาณการลงจากค่าใช้จ่ายสูงกว่าคาด

เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2557 ของ BEC ลงจากเดิมเล็กน้อยจากต้นทุนการดำเนินงานที่สูงกว่าคาดและรายได้ค่าโฆษณาและยอดขายลิขสิทธิ์รายการต่ำกว่าเล็กน้อยในงวด 1Q57 โดยปรับลดประมาณการกำไรสุทธิลงจากเดิม 4% เหลือ 4.5 พันล้านบาท ลดลง 19% YoY และปรับลดมูลค่าเหมาะสมลงจากเดิม 4% เหลือ 45.40 บาท (วิธีอัตราส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น (P/E) ที่ 20 เท่า) โดยเรายังคงคาดงวดครึ่งปีหลัง 2557 BEC จะถูกกดดันจากภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นมากกว่ารายได้ค่าโฆษณาที่จะหาได้เพิ่มขึ้นจากการจากการลงทุนทีวีดิจิทัล 3 ช่องใหม่ (HD, SD และ เด็ก)

ระยะสั้นได้ประโยชน์การเกิดทีวีดิจิทัลล่าช้า แต่ระยะยาวยังเสี่ยง

เรายังคงคำแนะนำ “ขาย” แม้ว่า BEC จะได้ประโยชน์จากความล่าช้าของการเกิดทีวีดิจิทัล (เนื่องจากเม็ดเงินโฆษณาจะยังกระจุกอยู่กับผู้ประกอบการรายเดิม) และได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจและการเมืองน้อยกว่ากลุ่มฯ แต่อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าผลขาดทุนจากการลงทุนทีวีดิจิทัลจะเข้ามาฉุดให้ผลประกอบการอ่อนแอลง และต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ (เราคาดกำไรปี 2557 -19% YoY Consensus คาด +3% YoY) นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงจากการแข่งขันที่สูงขึ้นเมื่อทีวีดิจิทัลสามารถให้บริการได้อย่างสมบูรณ์ในอนาคต (คาดปี 2558)