ภาวะตลาดที่ผ่านมา : ต้นสัปดาห์ตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนลบเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นภูมิภาค
โดยปัจจัยทางการเมืองก็ยังคงกดดันตลาดอยู่จากความไม่ชัดเจนต่างๆ และความรุนแรงที่มีความเสี่ยงว่าอาจจะเกิดขึ้นได้ รวมถึงยังไม่มีปัจจัยใหม่ที่เข้าส่งผลเชิงบวกกับตลาด ขณะที่มีการรีบาวด์เล็กน้อยหลังจากที่ดัชนีมีการปรับตัวลงมากกว่า 50 จุดในช่วง 5 วันที่ผ่านมา ทั้งนี้หากมีปัจจัยใหม่อย่างผลการคัดเลือกประธานวุฒิสภาคนใหม่ หากทั้งฝ่ายคัดค้านและฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลยอมรับได้ทั้ง 2 ฝ่าย อาจจะส่งผลในเชิงบวกกับตลาดได้ แต่ก็ยังต้องรอความชัดเจน
ช่วงกลางสัปดาห์ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียที่ต่างอยู่ในแดนบวกตามดาวโจนส์ทำ New High โดยตลาดบ้านเรามีความเป็นไปได้ที่จะรับ Flow ไหลกลับเข้ามาบางส่วนทำให้หุ้นขึ้น และเงินบาทก็แข็งค่าด้วย นอกจากนี้ยังมีความคาดหวังที่จะเห็นทิศทางการเมืองที่ดีขึ้น
อย่างไรก็ดีคงจะต้องรอดูสิ่งที่วุฒิสภาหารือกับองค์กรอิสระและภาคเอกชนว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไรบ้าง และทางรัฐบาลก็จะหารือร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)เกี่ยวกับการจัดเลือกตั้งใหม่ที่ได้เลื่อนการหารือออกไป โดยตลาดฯยังต้องเผชิญกับปัจจัยลบจากการเมืองที่ยังไม่มีความคืบหน้ามากนัก
ด้านตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียก็มีการเคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบ ยังไม่ได้มีปัจจัยเด่นเข้ามาเพิ่มเติม ดังนั้นตลาดบ้านเราจึงเป็นลักษณะของการเล่นรายตัวตามผลประกอบการมากกว่า และเล่นเก็งกำไรหุ้น IPO ใหม่ที่เข้าเทรด คือ OTO และ IPO ตัวใหม่ๆ ที่ได้เข้าตลาดฯไปก่อนหน้านี้ ตลาดฯในช่วงนี้มองว่าเป็นไปในลักษณะของการเล่นเก็งกำไร
ช่วงปลายสัปดาห์ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้น จากมีแรงซื้อกลับเข้ามา หลังรัฐบาลรักษาการมีท่าทีว่าจะเข้าหารือกับประธานวุฒิสภาเพื่อหาทางออกประเทศ แต่อย่างไรก็ตามปัจจัยทางการเมืองก็ยังคงกดดันตลาดหุ้นไทยอยู่ โดยต้องติดตามความคืบหน้าของการประชุมวุฒิสภาช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาอีกครั้ง
การวิเคราะห์ทางเทคนิค
กราฟรายวันของดัชนี SET Index ดัชนีมีแนวโน้มแกว่งตัวขึ้น หลังจากผ่านเส้นค่าเฉลี่ย 10 วันที่ 1396 จุดเมื่อสัปดาห์ก่อน
ส่วนเครื่องมือทางเทคนิค MACD แสดงค่าเกือบจะเป็นบวก ถือว่าสัญญาณกราฟระยะสั้นยังไม่ชัดเจนแต่มีทิศทางที่ดีขึ้นสนับสนุนสัญญาณซื้อได้ดี
สรุป ระยะสั้น แกว่งตัวที่กรอบ 1390-1425 จุด
กลยุทธ์การลงทุน :
เราประเมินภาวะตลาดยังคงอยู่ในระยะรีบาวด์ทางเทคนิค คาดว่าหุ้นได้ปรับขึ้นแรงจะเกิดแรงขายทำกำไรสั้น ขณะที่หุ้นที่ยังปรับขึ้นไม่มากจะมีแรงเข้าซื้อเก็งกำไร แนะนำเลือกตัวเก็งกำไรระยะสั้นเช่น Laggard เช่นพลังงาน PTTEP, BANPU, BGH, IVL, และ KBANK. และหุ้นที่มีสัญญาณขายเชิงเทคนิคเช่น TRUE, ITD, CK, และ JAS









