วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทีวีดิจิทัลเสริมทัพ'แกรมมี่'ลุยแพลตฟอร์มครบวงจร

การก้าวสู่ทศวรรษที่ 4 ของ "จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่" ในปีนี้ มาพร้อม "จุดเปลี่ยน" ครั้งสำคัญ

ในฐานะเจ้าของ "ทีวีดิจิทัล" 2 ช่อง ใบอนุญาตอายุ 15 ปี ด้วยมูลค่าประมูลรวม 5,610 ล้านบาท หากนับการลงทุนในกิจการฟรีทีวีดิจิทัลตลอดอายุใบอนุญาตเกินกว่าหลัก"หมื่นล้าน"

ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการ บริษัทจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าการคว้าไลเซ่นส์ทีวีดิจิทัล 2 ช่อง ประเภทวาไรตี้ เอชดีและเอสดี นับเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญของแกรมมี่ หลังจากอยู่ในอุตสาหกรรมสื่อและบันเทิงมาครบ 30 ปีในปีนี้ และกำลังก้าวสู่ทศวรรษที่ 4

ที่ผ่านมาได้พิสูจน์การทำงานในสนาม "ฟรีทีวี" อนาล็อกทั้ง 4 ช่องมาแล้ว และเรียกว่าประสบความสำเร็จอย่างดี ตลอด 30 ปีมี "กำไร" ในฐานะผู้ผลิตรายการทางฟรีทีวี บ่งบอกว่ารายการที่แกรมมี่ผลิตเป็นที่ยอมรับ ได้รับความนิยม และขายโฆษณาได้

ดังนั้นการที่แกรมมี่ก้าวสู่การเป็น "เจ้าของ" ช่องทีวีดิจิทัล 2 ช่อง นั่นหมายถึงมีโอกาสที่จะขายโฆษณา สร้างรายได้และกำไรในอนาคต ไม่ต่างจากประสบการณ์การทำธุรกิจในฟรีทีวีก่อนหน้านี้ ด้วยสามารถต่อยอดฐานผู้ชมและแฟนคลับเดิม ที่ชื่นชอบรายการในสไตล์แกรมมี่ เชื่อว่าสิ่งที่ประสบความสำเร็จในฟรีทีวี อนาล็อก จะเกิดขึ้นบนทีวีดิจิทัลเช่นกัน

การลงทุนในทีวีดิจิทัล สิ่งจะเกิดขึ้น คือการประหยัดต้นทุน "ค่าเช่าเวลา" ในช่องฟรีทีวี จากที่มีต้นทุนค่าเช่าเวลาปีละ 1,000 ล้านบาท ในปี2558 จะปรับเปลี่ยนลดการเช่าเวลาลงบางส่วน เพื่อมาใช้พื้นที่ออกอากาศบนทีวีดิจิทัล 2 ช่อง ของแกรมมี่แทน ซึ่งมีต้นทุนคงที่จากการบริหาร ค่าเช่าโครงข่าย และค่าใบอนุญาตเฉลี่ยจ่ายรายปี รวมอยู่ที่ประมาณ 500 ล้านบาท

ปั้นช่อง'วัน-บิ๊ก'เจาะแมส

ไพบูลย์ กล่าวว่าได้เริ่มออกอากาศช่อง ONE HD บนแพลตฟอร์มทีวีดิจิทัล ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยเป็นผังรายการจากช่องทีวีดาวเทียมเดิม หลังจากนี้จะเสริมทัพคอนเทนท์ใหม่ๆ เข้ามาต่อเนื่อง โดยในเดือน ก.ค.นี้จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะทำให้เห็นภาพช่องวันชัดเจนขึ้น ขณะที่ผังรายการเต็มรูปแบบจะอยู่ในช่วงไตรมาสสี่ ถึงต้นปี 2558 ยืดหยุ่นตามจังหวะการแข่งขันและตลาด โดยดูจากการตอบรับของสปอนเซอร์ ที่สำคัญต้องรอดูความพร้อมของระบบวัดเรทติ้ง ว่าจะสามารถรายงานผลได้ในช่วงใด

ส่วนช่อง BIG วาไรตี้ เอสดี เป็นช่องรายการใหม่ จะเริ่มออกอากาศวันแรกวันที่ 23 พ.ค.นี้ โดยทยอยเสริมคอนเทนท์ใหม่ลงผังรายการต่อเนื่อง คัดเลือกรายการยอดนิยมจาก 10 ช่องทีวีดาวเทียมในกลุ่มแกรมมี่ มาลงจอทั้ง 2 ช่องทีวีดิจิทัล ส่วนผังรายการข่าว จะเข้ามาในช่วงเดือน ก.ค.นี้

ทั้ง 2 ช่องเน้นกลุ่มผู้ชมแมสและกลุ่มคนเมือง คอนเซปต์เดียวกับช่อง 3 และช่อง 7 ฟรีทีวีปัจจุบัน

'มีเดีย'ธุรกิจหลักแกรมมี่

การลงทุนช่องทีวีดิจิทัล ประเภทเอชดี ต้องใช้งบประมาณ 2,000 ล้านบาทต่อปี ส่วนช่องเอสดีปีละ 1,000 ล้านบาท แต่จากคอนเทนท์ที่ได้รับความนิยม และมีฐานผู้ชมชัดเจนจากช่องทีวีดาวเทียมมาก่อน เชื่อว่ากิจการทีวีดิจิทัลของแกรมมี่ ในปี 2558 หากโชคดี อาจมีโอกาสเห็น "กำไร" ส่วนปีนี้ คงต้องเผชิญภาวะขาดทุนอยู่บ้าง เนื่องจากเป็นกิจการที่ลงทุนสูง

ในปีที่ผ่านมาจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ มีรายได้ราว 1.1 หมื่นล้านบาท ส่วนปีนี้รายได้เกินกว่า 1 หมื่นล้านบาทอีกเช่นกัน แต่รายได้จะมาจากลุ่มมีเดีย ประกอบด้วยสื่อวิทยุ ฟรีทีวี ทีวีดาวเทียม และทีวีดิจิทัล เป็นหลัก ด้วยสัดส่วน 60-70% ขณะที่กลุ่มเพลง จะอยู่ที่ 30-35% จากเดิมที่มีสัดส่วนใกล้เคียงกัน

"ต่อไปธุรกิจกลุ่มทีวี จะเป็นพระเอก ทำรายได้หลักให้แกรมมี่ และจะเป็นธุรกิจที่เข้ามาเสริมธุรกิจเพลงให้เติบโต"

จากนี้ทีวีดิจิทัล จะเป็น "มีเดีย" ที่อยู่ในฐานะ "ฟรีทีวี" ช่วยโปรโมทเพลง จากเดิมจะเห็นได้ว่ารายการเพลงทางฟรีทีวี มีพื้นที่ไม่มากนัก และถูกจัดสรรเวลาอยู่ในช่วงหลังเที่ยงคืน ทั้งที่เพลงยังเป็นคอนเทนท์ ที่ผู้ชมให้ความสนใจมาก สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นมาตลอด 30 ปี แต่ธุรกิจเพลงของแกรมมี่ยังเติบโตมาได้

ดังนั้นเมื่อมีสื่อทีวีดิจิทัล เข้ามาช่วยโปรโมท ซึ่งแน่นอนว่าจะอยู่ในไพรม์ไทม์ จึงมั่นใจว่าธุรกิจเพลงจะเติบโตได้อีกหลังจากนี้

"เรายังไปต่อไปในอุตสาหกรรมนี้"

เดินหน้าบริหาร'ทาเลนท์'

ปัจจุบันแกรมมี่ มีส่วนแบ่งการตลาดเพลงสูงสุด 70-80% เมื่อมีทีวีดิจิทัล เข้ามาเสริมทัพ "แกรมมี่" จะก้าวสู่บริษัทเพลงที่ Infrastructure ครบวงจรและแข็งแกร่ง ทั้งช่องทางการจำหน่ายแผ่นซีดี ดีวีดี ซึ่งยอดขายยังเติบโต ช่องทางดิจิทัลดาวน์โหลด โชว์บิซ พรีเซ็นเตอร์ รวมทั้งช่องทางยูทูบ ที่กำลังเตรียมเปิดตัวดำเนินธุรกิจในไทย และเครื่องมือล่าสุด ทีวีดิจิทัล ที่จะเป็นมีเดียโปรโมทเพลงในช่วงเวลาไพรม์ไทม์ ที่จะทำให้ธุรกิจเพลง โชว์บิซ และมีเดียเติบโตไปพร้อมกัน

"นี่คือโอกาสทองของแกรมมี่ที่รอมา 30 ปี ในการ Utilize ทาเลนท์ บุคลากรกว่า 500 คนในสังกัดและคลังคอนเทนท์ได้ทุกช่องทางอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด"

แกรมมี่จะใช้จุดแข็งและความได้เปรียบในธุรกิจทีวีและคอนเทนท์มา 30 ปี ในฐานะ "ฟาร์มดาราและนักร้อง" สั่งสมบุคลากรที่มีความสามารถในทุกๆ ด้าน จากเวทีคัดเลือกนักร้อง และนักแสดง ที่เข้ามาเพิ่มขึ้นทุกๆ ปี

เชื่อว่าด้วย Goodwill ของแกรมมี่ จะดึงดูดคนในแวดวงสื่อและบันเทิง ทั้งผู้กำกับ นักร้อง นักแสดง นักแต่งเพลง สนใจร่วมงานกับบริษัทที่มีความพร้อมทั้งด้านมาร์เก็ตติ้งและแพลตฟอร์มสื่อครบวงจร

"นักร้องที่ดีเจอกับโปรดิวเซอร์ที่ดี ผลคือความสำเร็จ นักแสดงเจอผู้กำกับเก่งก็ประสบความสำเร็จแน่นอน แต่ทั้ง 2 ปัจจัยจะต้องอาศัย กลไกด้านมาร์เก็ตติ้ง ช่องทางและการโปรโมทที่ดีด้วยเช่นกัน"

นี่คือสูตรที่แกรมมี่ บริหารงานมาตลอด 30 ปีนับตั้งแต่วันแรกที่เปิดบริษัทและนับจากนี้ จะก้าวสู่ธุรกิจบรอดแคสติ้งและเอ็นเตอร์เทนเมนต์ครบวงจร แบบที่ไม่มีใครครบเครื่องมือเท่าแกรมมี่