วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Market Focus

แกว่งเหนือ 1,360 จุดเพื่อรอสถานการณ์ได้ แต่การขึ้นไปยืนเหนือ 1,410 จุดยังมองเสี่ยง

SET View

- ประเด็นหลักวันนี้ ในระยะสั้นไม่เกิน 1 สัปดาห์เราประเมินว่า SET น่าจะยังคงแกว่งตัวเหนือ 1,360 จุดได้ และแรงขายของนักลงทุนต่างชาติน่าจะชะลอลงก่อนในระยะสั้น เพื่อรอความชัดเจนที่อาจจะออกมาจากฝั่งของวุฒิสภาในระยะไม่เกิน 1 สัปดาห์นี้ ซึ่งถ้าผลออกมาสามารถสร้างทางออกให้กับประเทศได้ เราประเมินว่านักลงทุนต่างชาติพร้อมกลับมาเข้าซื้อสุทธิอีกครั้ง เนื่องจากมุมมองต่อผลการดำเนินงานของตลาดหุ้นไทยยังคงดีขึ้น สะท้อนออกมาจากการที่ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา (25 เม.ย.-8 พ.ค.2557) Bloomberg Consensus ปรับประมาณการ EPS Growth ในปี 2557 ของตลาดหุ้นไทยขึ้น 0.8% สู่ระดับ 14.6% YoY เทียบกับค่าเฉลี่ยของ MSCI Asia Pacific ex Japan ที่ถูกปรับประมาณการลง 0.2% สู่ระดับ 9.5% YoY อย่างไรก็ดีในเชิงของแนวโน้มระยะไม่เกิน 1 เดือนกรณีที่ SET ยังคงไม่สามารถกลับไปปิดเหนือ 1,410 จุดได้ เรายังให้น้ำหนักกับโอกาสที่ SET จะลงไปแกว่งตัวในกรอบ 1,330-1,300 จุดในช่วงที่เหลือของ พ.ค.2557

- แม้ว่าตั้งแต่ต้น พ.ค.2557 ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติจะเริ่มกลับมาทยอยขายทำกำไรในตลาดหุ้นไทยบ้างแล้ว แต่สาเหตุที่ SET ยังคงไม่หลุดแนวรับระยะสั้นบริเวณ 1,360 จุดลงไป เนื่องจากแรงขายที่ออกมาส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มหุ้น Market Cap ขนาดเล็ก สะท้อนออกมาจากสัดส่วนการถือหุ้นของนักลงทุนต่างชาติใน SET50 (Actual+NVDR) ที่ล่าสุดปรับตัวอยู่ที่ระดับสูงที่สุดของปี 2557 อีกครั้งที่ 38.5% โดยหุ้นใน SET50 ที่สัดส่วนการถือหุ้นของนักลงทุนต่างชาติเพิ่มขึ้นมากที่สุดในสัปดาห์ที่ผ่านมาได้แก่ BTS (+0.85%), IVL (+0.45%) และ THCOM (+0.35%) ขณะที่ล่าสุด MSCI ประกาศ Semi-Annual Review โดยปรับหุ้น BH เข้าคำนวณในดัชนี MSCI Global Standard ขณะที่ดัชนี MSCI Global Small-Cap ได้มีการนำหุ้น BJCHI, MEGA, NYT และ TTCL เข้าคำนวณ และปรับหุ้น BH, GSTEL, GRAMMY, SITHAI, TUF และ UMI ออก ทั้งหมดมีผล 30 พ.ค.2557

- กลยุทธ์การลงทุน การลงทุนระยะสั้น (ไม่เกิน 1 สัปดาห์) กรณีที่ SET ยังกลับไปปิดเหนือ 1,410 จุดไม่ได้ แนะนำ “ ดีดขึ้นขาย” กลับมาถือเงินสด 100% ขณะที่การลงทุนระยะกลาง (3-6 เดือน) แนะนำ “รอเพิ่มพอร์ตหุ้น” จากเดิม 50% มาเป็น 75% ของพอร์ต ในกรอบ 1,330-1,300 จุด โดยยังคงเน้นหุ้นกลุ่ม “Value Investing” ได้แก่ AP, SIRI, HEMRAJ, AAV, MAJOR, ESSO และ SAMART