วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

พฤกษาชี้กำลังซื้อบ้านราคา1.5ล.วูบ20%

"พฤกษา"ระบุการเมือง-เศรษฐกิจซบ เผยกำลังซื้อตลาดบ้าน 1.5 ล้านวูบ 20%คาดอสังหาฯปีนี้ ติดลบ 5%

นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัญหาการเมืองยืดเยื้อมากว่า 6 เดือน กระทบการลงทุนของภาครัฐ กดดันเศรษฐกิจอยู่ในภาวะถดถอย ส่งผลธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยภาพรวมชะลอตัวลง เนื่องจากผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจซื้อและรอดูสถานการณ์ คาดปีนี้ภาพรวมอสังหาฯ ติดลบ 5%จากเดิมประเมินว่า"ทรงตัว" หรือติดลบเพียง 2% โดยตลาดรวมปีที่ผ่านมามีมูลค่า 6.5 แสนล้านบาท

สภาพเศรษฐกิจชะลอตัวทำให้การผลิตในภาคอุตสาหกรรมลดน้อยลง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมรถยนต์ และภาคส่งออก พนักงานในอุตสาหกรรมเหล่านี้ได้รับผลกระทบ โดยไม่มีค่าทำงานล่วงเวลา(โอที) รายได้ต่อเดือนลดลง 10-20% ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าบ้านระดับราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาท หรือมีรายได้รวม 2-3 หมื่นบาทต่อเดือน

"ลูกค้ากลุ่มนี้มีกำลังซื้อลดลง 10-20% ประกอบกับสถาบันการเงินเข้มงวดมากขึ้น ทำให้ลูกค้าไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ(พรีแอพพรูฟ) เพื่อจองซื้อบ้าน ยอดขายในตลาดนี้หายไปราว 10-20%"

ที่ผ่านมาบริษัทมีสถิติลูกค้าถูกปฏิเสธสินเชื่อ 25-26% มาจากหลายสาเหตุ อาทิ รายได้ไม่ถึง ความต้องการเปลี่ยน ดังนั้นเพื่อช่วยให้กลุ่มลูกค้าดังกล่าวสามารถซื้อบ้านได้ จึงได้ออกมาตรการ “WIN BACK” โดยให้พนักงานขายที่มีฐานข้อมูลลูกค้า ช่วยให้ลูกค้ากลุ่มนี้กลับมาซื้อบ้านของพฤกษาให้ได้ ด้วยการแก้ปัญหาเป็นรายกรณี อาทิ หากกู้คนเดียวไม่ผ่านให้หาผู้กู้ร่วม ซื้อบ้านราคาต่ำลง ฯลฯ ตั้งเป้าหมายดึงลูกค้ากลับมาซื้อบ้านไม่น้อยกว่า 10%

แม้ไตรมาสแรกที่ผ่านมายอดขายของบริษัทลดลง 33.5% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่หากพิจารณายอดขายช่วงเดือน มี.ค. พบว่ากำลังซื้อเริ่มกลับเข้ามาในตลาด โดยมียอดขาย 4,640 ล้านบาท ขณะที่ช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ. มียอดขาย 3,554 ล้านบาท คาดเป็นผลจากกำลังซื้ออั้นมานาน ทำให้แนวโน้มการขายปรับดีขึ้น

บริษัทยังได้ปรับตัวโดยการพัฒนาสินค้าที่มีความหลากหลาย และแบ่งการพัฒนาออกเป็นเฟส ๆ เพื่อให้สามารถปิดการขายได้เร็ว และมีการบริหารจัดการเพื่อลดต้นทุน เช่น การกู้เงินน้อยลง ทำให้มีภาระดอกเบี้ยจ่ายลดลง การลดงบโฆษณาลงจากก่อนที่ใช้ 2.7% เหลือ 2.4% ของยอดขาย

นายเลอศักดิ์ จุลเทศ รองประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้อำนวยการ กล่าวว่า แนวโน้มรายได้และกำไรช่วงไตรมาส 2 นี้ น่าจะดีกว่าไตรมาสแรก ซึ่งเป็นการเติบโตตามฤดูกาลของธุรกิจอสังหาฯ โดยบริษัทมีการเปิด 22 โครงการใหม่ รวมมูลค่า 1.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งปีนี้บริษัทยังคงเป้ายอดขาย 4.1-4.5 หมื่นล้านบาท รายได้ 4.1-4.2 หมื่นล้านบาท

ส่วนโครงการในต่างประเทศ อยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียดการลงทุนคอนโดมิเนียมในอินโดนีเซีย คาดชัดเจนในปลายไตรมาส 2 ขณะที่โครงการใหม่ในอินเดีย คาดสรุปไตรมาส 3 นี้