วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เอสเอ็นซี'เพิ่มเป้ารายได้โต15%

"เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์" ปรับเป้าหมายรายได้ปีนี้โต 15% จากเดิมมอง 10% หลังงบไตรมาส 1 ดีเกินคาด-บริษัทร่วมทุนเริ่มสร้างรายได้

นายสมชัย ไทยสงวนวรกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์ (SNC) ผู้ผลิตชิ้นส่วนเครื่องปรับอากาศประเภทชุดท่ออะลูมิเนียมและท่อทองแดงสำหรับสารทำความเย็นที่ใช้ในรถยนต์,เครื่องปรับอากาศภายในอาคาร และคอมเพรสเซอร์ เปิดเผยว่า บริษัทปรับเป้าหมายการเติบโตของรายได้ปีนี้ เป็น 15% จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโต 10% เนื่องจากผลประกอบการในไตรมาส 1/2557 ดีกว่าที่คาด รวมทั้งในปีนี้ บริษัทจะเริ่มรับรู้รายได้จากบริษัทร่วมทุน ขณะเดียวกัน คาดการณ์ว่ากำไรสุทธิปีนี้จะเติบโตในระดับ 10% จากปีที่แล้ว

“ยอดขายยังอยู่ในสภาวะปกติแม้จะมีปัญหาการเมืองในประเทศ เพราะอากาศที่ร้อนจัดในช่วงนี้ส่งผลให้ความต้องการใช้เครื่องปรับอากาศเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ และในปีนี้ บริษัทร่วมทุนต่างๆ เริ่มสร้างรายได้เข้ามา โดยเฉพาะการร่วมทุนกับบริษัทจากฝรั่งเศสผลิตฮีสท์ปั๊มสำหรับส่งออกเริ่มบันทึกรายได้ให้กับบริษัททันที”

เขากล่าวว่า บริษัทได้เพิ่มงบลงทุนปีนี้เป็น 280 ล้านบาท จากเดิม 220 ล้านบาท โดยในส่วนที่เพิ่มขึ้นมาอีก 60 ล้านบาทเป็นการสร้างโรงงานผลิตชิ้นส่วนและประกอบโครงสร้างรถยนต์ ที่จังหวัดระยองพื้นที่ 7,000 ตารางเมตร เพื่อรองรับคำสั่งซื้อของลูกค้าจากประเทศจีน โดยโรงงานดังกล่าวจะเป็นการนำชิ้นส่วนที่บริษัทผลิต ไปประกอบให้กับลูกค้า จากเดิมที่จะเป็นลักษณะการซื้อชิ้นส่วนเข้ามาประกอบ

บริษัทยังมีแผนเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์เพิ่มเป็น 20% ในปีนี้ จากปีก่อนที่อยู่ที่ 8-12% เนื่องจากมองว่าธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์มีศักยภาพในการเติบโตมากกว่ากลุ่มชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้า และมีห่วงโซ่ทางธุรกิจที่ค่อนข้างใหญ่ มีจำนวนผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมจำนวนมากทำให้มีการแข่งขันสูง ซึ่งบริษัทในฐานะผู้ผลิตชิ้นส่วนจะได้รับประโยชน์ แต่ธุรกิจชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้ามีคู่แข่งน้อยราย ซึ่งในระยะหลังมาจากประเทศเกาหลีทำให้มีการผูกขาดตลาด ขณะที่ลูกค้าของบริษัทส่วนใหญ่มาจากประเทศญี่ปุ่น

ทั้งนี้ การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ดังกล่าวเพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยปัจจุบันสัดส่วนรายได้ของบริษัทฯมาจากการรับจ้างประกอบ (OEM) 30% ชิ้นส่วนยานยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้า 70%

นอกจากนี้ บริษัทมีแผนลงทุนตั้งโรงงานผลิตชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าในประเทศเวียดนามและอินเดียภายใน 2 ปีนี้ เพื่อรองรับการย้ายฐานการผลิตของลูกค้า

"เวียดนาม อินเดีย รวมไปถึงพม่า ถือเป็นฐานการผลิตที่ต้นทุนไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับไทย แต่ในพม่าคงต้องรออีก 4-5 ปี ซึ่งบริษัทเล็งเห็นแล้วว่ากลุ่มลูกค้าโดยเฉพาะที่เป็น OEM อาจย้ายฐานไปยังเวียดนาม อินเดีย มากขึ้น เพราะตอนนี้ผู้เล่นจากประเทศเกาหลีไม่ว่าจะเป็นแอลจีหรือซัมซุงเข้ามาครองตลาดได้ค่อนข้างมาก เนื่องจากราคาต่ำกว่าแบรนด์จากญี่ปุ่น ทำให้ลูกค้าของบริษัทต้องการลดต้นทุนเพื่อแข่งขัน"

ผลประกอบการงวดไตรมาส 1/2557 บริษัทมีกำไรสุทธิ เท่ากับ 154 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 144%จากไตรมาสที่แล้ว แต่ลดลง 3% จากงวดเดียวกันปีก่อน ส่วนรายได้ในไตรมาส 1/2557 เท่ากับ 2.46 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 61%จากไตรมาสที่แล้ว และเพิ่มขึ้น 7% จากงวดเดียวกันปีก่อน เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซันของธุรกิจ ประกอบกับลูกค้าที่จ้างประกอบเครื่องปรับอากาศเพื่อส่งออกไปตะวันออกกลางได้กลับมาเป็นปกติแล้วหลังจากปรับเปลี่ยนโมเดลให้ได้ตามมาตรฐาน