วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ก.ล.ต.รับไม่มีอำนาจสอบโนเบิล

ก.ล.ต.รับไม่มีอำนาจตรวจสอบโนเบิล หลังผู้ถือหุ้นร้องเพิ่มทุนแบบเจาะจงอาจไม่โปร่งใส ชี้เป็นกฎหมายมหาชน กระทรวงพาณิชย์เป็นดูแล

นายธวัชชัย พิทยโสภณ ผู้อำนวยการ ฝ่ายกฎหมายและพัฒนา รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายงานเลขาธิการ สำนักงานกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีกระแสข่าวการร้องเรียนของผู้ถือหุ้น บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ ถึงการมีเสนอวาระการเพิ่มทุน แบบเจาะจง ระหว่างการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี 2557 จนเกิดความเสียหาย ปัจจุบันมีผู้ถือหุ้นจำนวนหนึ่งมาร้องเรียนที่ ก.ล.ต.ถึงปัญหาดังกล่าวแล้ว โดยกรณีนี้ตามปกติ การเสนอวาระการประชุมสามารถทำได้ หากผู้ถือหุ้นมีหุ้นมากกว่า 1 ใน 3 ของหุ้นทั้งหมด

"ตามปกติการเสนอวาระในการประชุมผู้ถือหุ้น จะสามารถเสนอวาระระหว่างการประชุมได้ โดยต้องมีจำนวนหุ้น 1 ใน 3 ของหุ้นที่มีอยู่ทั้งหมด เป็นไปตามกฎหมายบริษัทมหาชน จึงต้องไปดูว่า การเสนอวาระดังกล่าว ผู้เสนอมีจำนวนหุ้นจำนวนดังกล่าวหรือไม่ โดยจากการแจ้งข่าวของบริษัทชี้แจงว่า มติดังกล่าวได้รับการเห็นชอบจากผู้ถือหุ้น 1 ใน 3 ของหุ้นทั้งหมด"

การตรวจสอบเรื่องนี้ ก.ล.ต. ไม่มีอำนาจตรวจสอบ เพราะเป็นเรื่องกฎหมายมหาชน ที่ผู้มีอำนาจดูแลคือกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีหน้าที่ดูแลโดยตรง ส่วนการเสนอขายหุ้นแบบเฉพาะเจาะจง บริษัทสามารถดำเนินการได้เลย โดยไม่ต้องขออนุญาตจากก.ล.ต. เหมือนกับการเสนอขายหุ้นไอพีโอ หรือการขายหุ้นแบบ พีโอ ที่ต้องขออนุญาตกับก.ล.ต.ก่อน จึงจะดำเนินการได้

ด้านนาย วรพล โสคติยานุรักษ์ เลขาธิการ ก.ล.ต. เปิดเผยถึงความคืบหน้า ของการจัดทำดัชนีเพื่อประเมินระดับการพัฒนา ด้านธรรมาภิบาล และการป้องกันการมีส่วนร่วมกับการคอร์รัปชันสำหรับบริษัทจดทะเบียน ร่วมกับสถาบันไทยพัฒน์ ปัจจุบันมีความคืบหน้าไปค่อนข้างมาก คาดจะแล้วเสร็จในเดือนก.ค.นี้ ก.ล.ต.เชื่อว่าการทำดัชนีการชี้วัดดังกล่าว จะมีส่วนช่วยส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนไทย ได้รับการจัดอันดับเข้าดัชนีดาวโจนส์เอสเอ อินเด็กซ์ เพิ่มขึ้นในอนาคต

"การจัดทำดัชนีดังกล่าว จะช่วยให้ต่างชาติ สามารถพิจารณาระดับธรรมาภิบาล และการต่อต้านคอร์รัปชันของแต่ละบริษัท ซึ่งต่างชาติให้ความสนใจเรื่องนี้มาก และก.ล.ต.ยังหวังว่าการจัดทำดัชนี จะเป็นตัวช่วยให้การประเมินด้านธรรมาภิบาลของบริษัทจดทะเบียนไทย ผลักดันให้ได้รับการเชิญเข้าบรรจุในดัชนีดาวโจนส์จากปัจจุบันที่มีอยู่ 4 บริษัท ให้เพิ่มขึ้นได้อีกในอนาคต"

เขากล่าวว่า การจัดทำระดับตัวชี้วัด ระดับการต่อต้านคอร์รัปชัน และการรับผิดชอบต่อสังคม ก.ล.ต.จะนำข้อมูลในการวิเคราะห์ทั้งหมดจากหนังสือแสดงรายการข้อมูลประจำปี 56-1 จะแบ่งเป็น 5 ระดับ เพื่อให้บริษัทจดทะเบียนรับรู้ว่า แต่บริษัทอยู่ในระดับใด และต้องเพิ่มศักยภาพในส่วนไหนในอนาคต ในปีแรกก.ล.ต.คาดหวังว่า บริษัทจดทะเบียนไทย จะได้รับการจัดอันดับอยู่ในระดับที่ 1 หรือระดับ การแสดงเจตนารมณ์ขององค์กรในการปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย และกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง มีการดำเนินกิจกรรมที่สอดคล้องกับเจตจำนงเชิงกลยุทธ์ และสามารถสื่อสารให้ผู้มีส่วนร่วมในองค์กรได้รับทราบ เป็นอย่างน้อย ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ของบริษัทจดทะเบียน ที่จะยกระดับความสามารถของตนเองได้ในอนาคต