วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ครม.ยันคลังปรับโครงสร้างหนี้พันธบัตรหมื่นล.

ครม.รับทราบ"คลัง"ปรับโครงสร้างหนี้พันธบัตรครบกำหนดชำระปี57วงเงินรวม 11,495 ล้านบาท เหลือหนี้ต้องปรับโครงสร้างหนี้พันธบัตรอีก5,495 ล้านบาท

นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วานนี้ (6พ.ค.) ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เมืองทองธานี ซึ่งมีนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธานได้มีมติรับทราบรายงานของกระทรวงการคลังที่ได้รายงานให้ที่ประชุม ครม.รับทราบรายงานการกู้เงินโดยการออกตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อการบริหารหนี้ในปีงบประมาณ2557 ครั้งที่1และครั้งที่ 2 ตามที่กำหนดในแผนการบริหารหนี้สาธารณะ โดยกระทรวงการคลังระบุว่าได้ดำเนินการกู้เงินโดยการออกตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อการบริหารหนี้ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 13 พ.ย.2556 จำนวน 6,000 ล้านบาทอายุ 5 ปี ให้กับธนาคารแห่งโตเกียว-มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ จำกัด และครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 29 ม.ค.2557 ได้ดำเนินการออกตั๋วสัญญาใช้เงินอีกจำนวน 5,495 ล้านบาทอายุ4 ปี ให้กับธนาคารกสิกรไทย รวม 2ครั้งวงเงิน 11,495 ล้านบาท

สำหรับการออกตั๋วสัญญาใช้เงินทั้ง2 ครั้ง เป็นผลมาจากครั้งแรก รัฐบาลในอดีตได้ออกพันธบัตรประเภทอัตราดอกเบี้ยลอยตัวในปีงบประมาณ 2553 ครั้งที่1 จำนวน 6,000 ล้านบาท อายุ 4ปี อัตราดอกเบี้ย 0.15%ต่อปี ครบกำหนเดชำระคืนต้นเงินในวันที่ 13 พ.ย.2556 แต่ไม่ได้รับจัดสรรงบประมาณเพื่อชำระคืนจึงจำเป็นต้องดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้พันธบัตรที่ครบกำหนดดังกล่าว ส่วนครั้งที่ 2 เป็นผลมาจากรัฐบาลได้ออกพันธบัตรในปีงบประมาณ2553 ครั้งที่ 2จำนวน 8,000 ล้านบาท อายุ 4ปี ครบกำหนดชำระคืนต้นเงินในวันที่ 29 ม.ค.2557 โดยได้รับจัดสรรงบประมาณเพื่อชำระคืนต้นเงินแล้ว 2,505 ล้านบาทจึงเหลือที่ต้องปรับโครงสร้างหนี้พันธบัตรอีกจำนวน 5,495 ล้านบาท