วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สุรพงษ์'ยันไทยยังมีศักยภาพทางเศรษฐกิจ

"สุรพงษ์"ระบุไทยยังมีศักยภาพทางเศรษฐกิจ ย้ำเหมาะสมสำหรับการประกอบธุรกิจและการลงทุน

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ว่านายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ปฏิบัติหน้าที่รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวระหว่างเข้าร่วมเวทีหารือว่าด้วยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจัดขึ้นโดยองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา(โออีซีดี) ว่า อาเซียนกำลังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญ เนื่องจากกำหนดการรวมตัวกันเป็นประชาคมอาเซียนกำลังใกล้จะมาถึงในปลายปีหน้า ความท้าทายยังคงมีอยู่แต่เป็นสิ่งที่สามารถจัดการได้ อย่างไรก็ดีเชื่อว่าหากต้องการให้การรวมตัวกันเป็นประชาคมอาเซียนได้ประโยชน์อย่างสมบูรณ์ จำเป็นต้องมีการพัฒนาควบคู่กันไปทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง สิ่งท้าทายที่รออยู่นั้นมีมาก แต่ประโยชน์จะเกิดขึ้นจากการรวมตัวกันเป็นประชาคมอาเซียนนั้นมีมากกว่า สำหรับด้านเศรษฐกิจเรามุ่งไปที่การรวมตัวในภูมิภาคและพยายามก้าวข้ามกับดักของประเทศที่มีรายได้ปานกลาง ขณะที่ในด้านการเมืองไทยเห็นว่าประชาธิปไตยเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและการเติบโตที่เสมอภาคเท่าเทียมกัน

นายสุรพงษ์ กล่าวกับที่ประชุมถึงสถานการณ์การเมืองไทยว่า แม้ประเทศไทยจะผ่านเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองมาหลายครั้ง แต่โชคดีที่โครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจไทยเข้มแข้ง ทำให้สามารถฟื้นตัวและเรียกคืนความเชื่อมั่นและศักยภาพทางเศรษฐกิจกลับมาได้เสมอ ขอย้ำให้ทุกท่านมั่นใจว่าท่านสามารถเชื่อมั่น ว่าประเทศไทยยังคงเป็นเป้าหมายที่เหมาะสมสำหรับการประกอบธุรกิจและการลงทุน แรงงานไทยเป็นแรงงานมีทักษะ การที่ไทยมีที่ตั้งในฐานะศูนย์กลางด้านยุทธศาสตร์ของอาเซียน หมายความว่าไทยยังคงมีประสิทธิภาพในการตอบสนองการลงทุนและการทำธุรกิจของต่างชาติ และขอให้เชื่อมั่นว่าไทยจะไม่เป็นอุปสรรคในการรวมตัวกันเป็นประชาคมอาเซียนตามเป้าหมายที่วางไว้ เหตุผลที่สำคัญที่สุดคือชาวไทยมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นศูนย์รวมและที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคนไทยทั้งชาติ

นายสุรพงษ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า โชคดีที่ตัดสินใจมาร่วมพูดคุยในเวทีนี้ ซึ่งเป็นการเดินทางมาร่วมประชุมในต่างประเทศครั้งแรกตั้งแต่มีการยุบสภา เพราะรัฐมนตรีจากชาติสมาชิกอาเซียนมาร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน การเดินทางมาร่วมประชุมครั้งนี้เป็นเครื่องบ่งชี้ให้เพื่อนสมาชิกอาเซียนเห็นว่าประเทศไทยยังยืนอยู่กับเขา และไม่ได้หนีไปไหน ประชาคมโลกก็ได้เห็นไทยมาร่วมในเวทีนี้

"การเดินทางมาครั้งนี้ถือเป็นจังหวะที่ดี เพราะเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่เราต้องออกมาเผชิญโลก หากเราเชื่อมั่นว่าประชาธิปไตยเป็นวิถีที่ถูกต้อง ก็ต้องทำให้เขาเห็นว่าประเทศไทยต้องก้าวข้ามปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศไปได้ รัฐมนตรีจากอาเซียนหลายท่านก็เข้ามาสอบถาม ให้กำลังใจ และแสดงความยินดีที่ท่านนายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน ที่กรุงเนปิดอร์ จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 8 - 11 พ.ค.57 ทุกคนอยากเห็นประชาธิปไตยของไทยเดินหน้าต่อไป เพราะทุกวันนี้โลกไม่ยอมรับกับอะไรที่ไม่เป็นประชาธิปไตยอยู่แล้ว" นายสุรพงษ์ กล่าว