วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เป้าหมาย&ความท้าทาย 'เรดดี้แพลนเน็ต'

ธุรกิจเราไม่เพียงทำการตลาดเพื่อให้ลูกค้าสนใจเลือกซื้อสินค้าเท่านั้น แต่เรายังต้องทำการตลาดเพื่อให้คนสนใจสมัครเข้ามาทำงานในบริษัทด้วย

ธุรกิจออนไลน์หากเปรียบก็คงคล้ายดาราระดับซูเปอร์สตาร์บนฟากฟ้าเมืองไทยในเวลานี้ ซึ่งเชื่อหรือไม่ว่ากว่าจะฉายแสงสร้างชื่อเสียงก็ต้องใช้เวลาเนิ่นนานนับเป็นสิบๆ ปีเลยทีเดียว

อย่างไรก็ดี แทนที่จะได้กอบโกยความสุขแบบสุดๆ ในยุคทอง ธุรกิจนี้กลับต้องผจญขวากหนามที่อาจถึงขั้นทำให้ต้องสะดุด นั่นคือ "คน"

"ธุรกิจเราไม่เพียงทำการตลาดเพื่อให้ลูกค้าสนใจเลือกซื้อสินค้าเท่านั้น แต่ทุกวันนี้เรายังต้องทำการตลาดเพื่อให้คนสนใจสมัครเข้ามาทำงานในบริษัทอีกด้วย" คือเสียงสะท้อนจากตัวจริงในวงการ "ทรงยศ คันธมานนท์" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรดดี้แพลนเน็ต จำกัด ผู้ก่อตั้ง ReadyPlanet.com

เป้าหมายธุรกิจตั้งไว้ยิ่งใหญ่เพียงไร ไม่อาจเกิดขึ้นได้หากไม่มีคนมาช่วยขับเคลื่อน

ทรงยศบอกว่านี่คือประเด็นปัญหาที่เขาเคยประสบพบเจอมา กระทั่งทำให้เขาต้องตัดสินใจโยกย้ายออฟฟิศจากชานเมืองย่านรามอินทราเข้ามาอยู่บนถนนรัชดาภิเษกเพื่อดึงดูดคนเจนเนอเรชั่นวาย ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ

"ก็ไม่น่าแปลกใจ แม้กระทั่งเฟซบุ๊คที่เมื่อวางแผนจะต้องเติบโตขึ้นเขาก็ต้องย้ายเมืองเพื่อไปหาแหล่งที่มีทรัพยากรคนในแบบที่เขาต้องการ การหาคนที่เหมาะสมสำคัญมากต่อธุรกิจซึ่งมันก็ทำได้ยากมาก"

ปัจจุบันเรดดี้แพลนเน็ตเปิดให้บริการถึง 4 ด้านด้วยกัน ได้แก่ หนึ่ง บริการเว็บไซต์สำเร็จรูป สอง บริการด้านการตลาดออนไลน์ผ่าน Google AdWords สาม บริการฝึกอบรมทางด้านอีคอมเมิร์ซ และสี่ เป็นที่ปรึกษาด้านอีคอมเมิร์ซให้บริษัทขนาดใหญ่

ทั้งๆ ที่ เรดดี้แพลนเน็ต ไม่ได้เริ่มต้นในยุคทอง เพราะเมื่อ 14 ปีที่ผ่านมาธุรกิจให้บริการเว็บไซต์สำเร็จรูปอาจยังไม่ตอบโจทย์หรือโดนใจผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสักเท่าไหร่ แต่ตรงกันข้ามที่วันนี้น่าจะถือเป็นจุดพีคเลยก็ว่าได้

เนื่องจากออนไลน์ในวันนี้กลายเป็นไลฟ์ไตล์ของผู้บริโภคยุคดิจิทัล ที่ธุรกิจทุกไซส์จากใหญ่ไปถึงเล็กต้องหันมาตอบสนอง

"ปัจจุบันคนที่เข้ามาเรียนกับเราไม่เป็นเพียงผู้ประกอบการเท่านั้น แต่มีคนของบริษัทที่ทำธุรกิจด้านดิจิทัล บางคนเป็นพนักงานของบริษัทใหญ่ๆ ที่ทำธุรกิจอื่นๆ แม้กระทั่งหน่วยงานราชการ หรือโรงพยาบาลก็ส่งคนมาอบรมเพื่อมาหาความรู้เรื่องออนไลน์ เรื่องดิจิทัลซึ่งเป็นเรื่องใหม่เอาไปใช้ในการทำงานของเขา"

เขามองว่าปัจจุบันจำนวนผู้ใช้อินเตอร์เน็ตของประเทศไทยยังมีอยู่เพียง26 ล้านคนเท่านั้น และแน่นอนว่าในอนาคตต้องมีมากยิ่งขึ้นเป็นทวีคูณ ซึ่งหากมองย้อนไปตอนเมื่อครั้งที่เพิ่งก่อตั้งก็จะเห็นถึงความแตกต่างอย่างชัดเจน เพราะในวันนั้นคนจำนวนมากยังไม่เข้าใจว่าอินเตอร์เน็ตคืออะไร หรืออาจจะรู้ว่าเป็นระบบสื่อสารที่ให้คนเขียนข้อความส่งอีเมลหากันและกัน

กว่าธุรกิจจะตั้งลำได้ เลยต้องอาศัยระยะเวลาและการลองผิดลองถูก

ทรงยศเล่าแบบขำๆ ว่าถึงขั้นพิมพ์เป็นหนังสือคู่มือไปวางจำหน่ายในร้านหนังสือเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจซึ่งเป็นเงินหลายบาทหลายสตางค์ แต่สุดท้ายก็เป็นการลงทุนไปแบบฟรีๆ

"เป็นอันว่าเฟล แต่เราก็ได้เรียนรู้ว่าผู้ที่จะข่ายเป็นกลุ่มลูกค้าต้องเป็นคนที่พร้อม ต้องมีคอมพิวเตอร์ และคุ้นเคยกับการเข้าอินเตอร์เน็ตเท่านั้น เมื่อเราทำการตลาดแบบโฟกัสก็ช่วยประหยัดทรัพยากรได้มากทีเดียว"

เรื่องนี้สอดคล้องกับคมคำที่ว่า หากมะม่วงยังไม่สุก แม้ว่าสอยลงมาแล้วที่สุดก็ไม่อาจรับประทานได้ จะให้ดีก็ต้องสอยเอาแต่มะม่วงสุกเท่านั้น

แต่เมื่อ 4-5 ปีที่ผ่านมาธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ธุรกิจออนไลน์ เริ่มเติบโตขึ้นอย่างเห็นได้อย่างชัดเจน

เมื่อถามถึงแผนเดินต่อในอนาคต ทรงยศบอกว่าด้วยการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจออนไลน์ด้วยหลายๆ ปัจจัย โดยทรงยศหวังว่าจากนี้ธุรกิจจะต้องมีอัตราเติบโต 40-50เปอร์เซ็นต์เป็นอย่างต่ำ แต่ถ้าให้มองให้ยาวยิ่งขึ้นก็จะหมายถึงการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ ซึ่งในเวลานี้เรดดี้แพลนเน็ตขยายสาขาไปยังประเทศพม่าเป็นที่เรียบร้อย และยังมีฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เป็นหมุดหมายถัดไป

ขณะที่ยอมรับว่าบุคลากรที่ขาดแคลนคือความท้าทาย และแน่นอนว่าจะยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องไปจนถึงอนาคตข้างหน้า

" ภาพรวมที่ผมอยากจะฉายให้เห็นก็คือ การเติบโตของออนไลน์ทำให้เกิดรูปแบบงานใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจ การสื่อสาร การประชาสัมพันธ์ บนโลกอินเตอร์เน็ต บนโลกออนไลน์ ที่อย่างน้อยก็เป็นการติดอาวุธให้กับงานเดิมๆ จากที่ส่งอีเมลเป็น มาวันนี้เขายังต้องรู้อีกว่าการแชร์ข้อมูลไปในโซเชี่ยลมีเดีย อย่างทวีตเตอร์หรือเฟซบุ๊คมันหมายถึงอะไร จะเกิดความเสียหายทางธุรกิจหรือไม่อย่างไร "

รวมไปถึงตำแหน่งงานใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างมากมาย ทั้งนี้ทรงยศได้ยกตัวอย่างตำแหน่งงานในบริษัทของเขาเอง อย่างเช่น Search Engine Marketing Specialist ซึ่งเรียกว่าไม่ว่าใครที่ได้เห็นต่างก็ต้องงงว่านี่คืองานอะไรกัน และถือเป็นศาสตร์ใหม่ที่ยังไม่ถูกบรรจุอยู่ในหลักสูตรการเรียนการสอน และอาจารย์ในมหาวิทยาลัยเองก็อาจจะยังไม่สามารถแนะแนวได้ด้วยซ้ำไป (ดูสุดยอดตำแหน่งงาน 5 อันดับที่เป็นที่ต้องการในตลาดงานดิจิตอลออนไลน์)

" เพราะธุรกิจออนไลน์เป็นเรื่องของเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ไม่หยุดนิ่ง ซึ่งการร่างหลักสูตรของสถาบันการศึกษาต้องใช้เวลาในการวางแผนกว่าจะสอนได้จริง แต่เทคโนโลยีอีก 5 ปีมันก็เปลี่ยนไปอีก การพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนให้ทันจึงเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก"

ซึ่งแนวทางที่จะช่วยปิดแก็บคือ สถาบันการศึกษาต้องพัฒนาความสามารถในการปรับตัวให้รวดเร็วทันต่อการเปลี่ยนแปลง ทั้งต้องช่วยแนะแนวสายงานอาชีพที่ตรงกับความต้องการของตลาดให้กับเด็กๆ ได้รับรู้ ขณะเดียวกันนอกจากความรู้ในห้องเรียนแล้ว เด็กๆ เองก็ควรต้องค้นคว้าหาทางพัฒนาศักยภาพของตัวเองด้วยเช่นกัน

พร้อมฟันธงว่าการเปิดเออีซี ยิ่งจะทำให้ดีกรีปัญหาขาดแคลนคนเพิ่มสูงสำหรับเอสเอ็มอี แต่เป็นโอกาสดีของบิ๊กเนม

"บริษัทใหญ่จะได้เปรียบจากเออีซี เนื่องจากกฏ ระเบียบที่กำหนดไว้ เช่น อัตราเงินเดือนที่มีการกำหนดจ่ายให้กับคนต่างชาติที่จะนำมาทดแทน ซึ่งธุรกิจขนาดเล็กอย่างเอสเอ็มอีเป็นเรื่องยากก็ต้องหาคนไทยซึ่งเวลานี้ก็มีการดึงตัวกันมาก"

ที่เป็นสัจธรรมก็คือ คนเก่งนั้น "เลือก" ได้

ทรงยศบอกว่า แต่ไหนแต่ไรมาคนที่มีโปรไฟล์ดีๆ ก็มักจะไหลไปอยู่กับกลุ่มบริษัทที่มีทุนหนา บริษัทที่มีชื่อเสียง และในปัจจุบันคนก็มองหาชีวิตที่สมดุล ยืดหยุ่น ทำให้คนเก่งเลือกที่จะทำงานแบบอิสระ ไม่ยอมสังกัดอยู่ในองค์กรใด แต่รับงานเอามานั่งทำที่บ้าน

แน่นอนว่ายิ่งส่งผลทำให้ธุรกิจหาคนทำงานยากขึ้นไปอีก

------------------------------------------

5 ตำแหน่งงานที่นายจ้างต้องการ (มาก)

1.Online Marketing Executive - ผู้ดูแลงาน ด้านการตลาดออนไลน์ให้กับองค์กร

2.Search Engine Marketing Specialist - ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดผ่านเสิร์ชเอ็นจิ้น

3.Social Media Executive - ผู้ดูแลงานด้านสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียขององค์กร

4.User Experience Designer - นักออกแบบกราฟฟิคเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีต่อผู้ใช้

5.Software Tester - นักทดสอบระบบโปรแกรมเพื่อปรับปรุงข้อผิดพลาด