เรื่องของขยะไม่ใช่เรื่องของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง การแก้ไขปัญหาที่ดีต้องแก้ที่ต้นเหตุ ไม่ใช่ปลายเหตุ
ภาพ-จากซ้ายไปขวา นันทิวัต ธรรมหทัย, จุมพล สำเภาพล, ยุทธพงษ์ วัฒนะลาภา, วิเชียร แสงพลอย
แม้จะมีโอกาสได้ลงไปสัมผัสเพียงชั่วครู่ แต่ก็สามารถรับรู้ และมองเห็นการฉายแววแห่งความ "ยั่งยืน" ซึ่งในที่นี้หมายถึงวงล้อของการปฏิบัติจะยังคงหมุนต่อไป แม้ว่าจะไม่มีองค์กรใดๆ มาขับเคลื่อนหรือดำเนินการต่อ สำหรับโครงการที่ชื่อว่า "Recycle 360 รักโลก…ทุกวัน ช่วยกันรีไซเคิล"
เนื่องจากผู้ที่เข้าร่วมโครงการ และชาวบ้านในพื้นที่ต่างยืนยันว่าเกิดประโยชน์ต่อพวกเขาอย่างแท้จริง และเป็นเรื่องใกล้ตัว อยู่ในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัวแต่อย่างไร
อีกทั้งผลลัพธ์ของโครงการดังกล่าวซึ่งกำหนดกรอบเวลาระหว่างปี 2554 - 2556 ที่สุดได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเด่นชัด ไม่ว่าเป็นด้านสิ่งแวดล้อม ด้านเศรษฐกิจ และด้านสังคมให้กับแขวงจตุจักร พื้นที่นำร่อง ซึ่งในวันนี้ได้กลายเป็นต้นแบบโดยถูกยกระดับเป็น "จตุจักรโมเดล"
สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ปริมาณมูลฝอยและวัสดุรีไซเคิลที่ลดลงเฉลี่ยร้อยละ 41.2 ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ในปริมาณรวม 17,898 ตัน ทั้งยังทำให้ค่าใช้จ่ายในการจัดการมูลฝอยของกรุงเทพมหานครลดลงถึง 11.4 ล้านบาท หรือร้อยละ 30 และสร้างรายได้กว่า 6.6 ล้านบาท ให้กับกลุ่มเป้าหมายที่ร่วมโครงการ
ขณะที่ประชาชนในพื้นที่ต่างก็มีความพึงพอใจในการจัดการมูลฝอยเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 88 ทั้งยังเพิ่มความปลอดภัยและอาชีวอนามัยแก่พนักงานเก็บขนมูลฝอย โดยลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงาน ได้ร้อยละ 46.9 และลดอัตราการเกิดโรคจากการทำงานได้ร้อยละ 17.7 ซึ่งพนักงานเก็บขนมูลฝอยมีความพึงพอใจกับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นถึง ร้อยละ 87
ทว่าประเด็นสำคัญก็คือ ผลสำรวจดังกล่าวยังชี้ให้เห็นว่า ไม่เพียงความพึงพอใจที่เพิ่มสูงขึ้นเท่านั้น แต่ประชาชนได้ตกผลึกและเห็นว่าการจัดการมูลฝอยที่จะมีประสิทธิภาพได้นั้นต้องเริ่มต้นที่ตนเองเพิ่มจากร้อยละ 38 เป็นร้อยละ 75 ซึ่งความคิดดังกล่าวจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงและปรับพฤติกรรมในการทิ้งมูลฝอยได้อย่างแท้จริง
นี่คือการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ไม่ใช่ปลายเหตุ
โลกที่ยั่งยืน ไม่อาจสร้างเองตามลำพัง หากจำกันได้ที่ผ่านมา กลุ่มธุรกิจโคคา-โคลา ได้เคยประกาศถึงจุดยืนและแนวทางในการสร้างคุณค่าร่วมกันหรือ Shared Value ของภาคธุรกิจและภาคสังคม
โดยหลักการก็คือ ต้องคำนึงถึงความต้องการของสังคม และต้องหาความร่วมมือให้ได้ถึง 3 ประสานอันได้แก่ภาครัฐ ภาคประชาชน และภาคธุรกิจ หรือ golden triangle (สามเหลี่ยมของความร่วมมือ)
และปัจจุบัน ทุกๆ โครงการ ทุกๆ กิจกรรมภายใต้กลุ่มธุรกิจโคคา-โคลา ต่างล้วนเดินอยู่บนเส้นทางสายนี้
ขณะที่ "Recycle 360 รักโลก…ทุกวัน ช่วยกันรีไซเคิล" เป็นโครงการที่อยู่ภายใต้ความร่วมมือของ กรุงเทพมหานคร โดยสำนักสิ่งแวดล้อม และสำนักงานเขตจตุจักร มูลนิธิโคคา-โคลา ประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยสถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม (TIPMSE)
ซึ่งแต่ละองค์กรต่างมีจุดแข็งมีความโดดเด่นแตกต่างกันไป อย่างไรก็ดี ทุกองค์กรต่างก็มองเห็นถึงเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือ มีความต้องการจัดการมูลฝอยและวัสดุรีไซเคิลอย่างครบวงจรและยั่งยืน
"จุมพล สำเภาพล" รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า โครงการดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบาย "มหานครสีเขียว" ที่มุ่งพัฒนากรุงเทพมหานครให้เป็นเมืองที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยลดการพึ่งพาการใช้ทรัพยากร และลดการปล่อยของเสียในระบบนิเวศให้น้อยที่สุด และต้องการให้ทุกภาคส่วนในสังคมมีส่วนร่วมดังสโลแกน "รักกรุงเทพฯ ร่วมสร้างกรุงเทพฯ"
พร้อมทั้งได้อธิบายว่า เหตุผลที่ตัดสินใจเริ่มต้นที่จตุจักรเนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลาย คือมีทั้งอาคารสำนักงาน บ้านเรือนที่อยู่อาศัย ชุมชน ฯลฯ ซึ่งการศึกษาปัญหาที่มีความหลากหลายซับซ้อนจะช่วยสร้างการเรียนรู้ที่ดี
เป็นไปในทิศทางเดียวกันสำหรับมุมมองของ "ยุทธพงษ์ วัฒนะลาภา" ผู้อำนวยการสถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม ภายใต้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยที่ว่า
"เรื่องของขยะไม่ใช่เรื่องของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง"
เขายังชี้ถึงปัจจัยความสำเร็จว่าคงไม่ได้เกิดจากการลงไป "สั่ง" หรือ "พูด" ให้คนคัดแยกขยะหรือทิ้งขยะอย่างถูกวิธีเท่านั้น แต่ต้องอาศัยกระบวนการที่ถูกต้อง เริ่มจากการลงไปสำรวจเพื่อสอบถามความคิดเห็น และแชร์ไอเดียของคนในพื้นที่ จากนั้นจึงค่อยถ่ายทอดความรู้สร้างจิตสำนึกประชาชนในพื้นที่และผู้ที่เข้าร่วมโครงการ
แต่ปลูกฝังเรื่องของวินัย ก็ไม่อาจส่งสร้างผลที่เร็วแบบติดจรวดได้ อีกเคล็ดลับดีๆ ที่เขาแชร์ให้ฟังก็คือ ต้องทำให้ประชาชนรู้ถึง "ค่า" ของขยะซึ่งหมายถึง "เงิน" หรือ "รายได้" ที่พวกเขาจะได้รับ
ส่วน "นันทิวัต ธรรมหทัย" กรรมการ มูลนิธิโคคา-โคลา ประเทศไทย กล่าวว่า “โครงการ Recycle 360? เป็นโครงการที่สอดคล้องกับแนวคิดการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืนของโคคา-โคลา ที่มีกรอบการทำงานในการสร้างสรรค์นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดการใช้บรรจุภัณฑ์ ไปพร้อมๆ กับส่งเสริมการนำบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้วกลับมารีไซเคิลใหม่
ถามว่าหลักคิดของกิจกรรมเพื่อสังคมต่างจากกิจกรรมการตลาดหรือกิจกรรมเพื่อสร้างการขายอย่างไร?
เขาบอกว่าถึงจะแตกต่างกันแต่ที่สุดต้องมุ่งตอบโจทย์ความต้องการของคน ดังนั้นก่อนจะทำกิจกรรมอะไรก็ตามต้องหาความต้องการที่แท้จริงเสียก่อน และภายหลังกิจกรรมก็ควรต้องสำรวจความพึงพอใจ
ทั้งนี้มูลนิธิโคคา-โคลา เองได้ร่วมกับเดอะ นีลเส็น คอมปะนี (ประเทศไทย) ทำการสำรวจทัศนคติ ความพึงพอใจ ความรู้ความเข้าใจและจิตสำนึกในการจัดการมูลฝอยและวัสดุรีไซเคิลของประชาชนทั่วไปในพื้นที่และกลุ่มเป้าหมายที่ร่วมโครงการ เพื่อพิสูจน์ความสำเร็จของโครงการ
นอกจากนั้น ภายใต้โครงการ "Recycle 360 รักโลก…ทุกวัน ช่วยกันรีไซเคิล" ยังมีการจัดประกวดและมอบรางวัลการจัดการมูลฝอยที่เป็นเลิศ ซึ่งรางวัลที่ได้รับคือ โล่รางวัลจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เงินรางวัลมูลค่า 30,000 และ 20,000 บาท ตามลำดับ และการศึกษาดูงานเรื่องการบริหารจัดการมูลฝอย ณ เมืองฟุกุโอกะ และเมืองคิตะชิวชู ประเทศญี่ปุ่น เมืองต้นแบบการจัดการสิ่งแวดล้อมดีเด่น เพื่อนำความรู้มาต่อยอดการจัดการมูลฝอยและวัสดุรีไซเคิลแบบครบวงจรในชุมชนของตนเองและรอบข้าง
ในฐานะตัวแทนของผู้ชนะรางวัลประเภทชุมชน "วิเชียร แสงพลอย" ประธานชุมชนเคหะสถานเจริญชัย กล่าวอย่างตื่นเต้นและเต็มไปด้วยความสุขว่าคาดไม่ถึงที่คนในชุมชนจะได้มีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศ อย่างไรก็ดี รางวัลมันก็เป็นเพียงเรื่องที่เกิดชั่วครั้งชั่วคราว
เขาและคนในชุมชนตกลงกันแล้วว่าการจัดการขยะมูลฝอยจะต้องเกิดขึ้นภายในชุมชนอย่างถาวรตลอดไป






