คลังเร่งมาตรการดูแลผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สั่งแบงก์รัฐเร่งปล่อยสินเชื่อ และให้บสย.ช่วยค้ำประกันกรณีที่สถาบันอาจกังวลเรื่องความเสี่ยง
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า มาตรการกระทรวงการคลังในการดูแลกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย ขณะนี้ต้องดำเนินการผ่านการปล่อยสินเชื่อของแบงก์รัฐเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งนายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลังได้มอบหมายให้ทุกแบงก์รัฐให้ความร่วมมือ หากลูกค้าไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ก็ให้บรรษัทค้ำประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมรายย่อย (บสย.) เข้าช่วยค้ำประกัน
"หากสถาบันการเงิน รวมถึงแบงก์รัฐชะลอการปล่อยสินเชื่อ เพราะกังวลความเสี่ยงจากเศรษฐกิจที่อาจได้รับผลกระทบจากวิกฤติการเมืองในเวลานี้ ทางกระทรวงคลังก็พร้อมให้บสย.มาค้ำประกันสินเชื่อให้ลูกค้ากลุ่มเอสเอ็มอีให้มากขึ้น"
เขากล่าวว่า โดยพื้นฐานของเศรษฐกิจไทยแล้ว ยังมีความแข็งแกร่ง และเป็นประเทศที่น่าลงทุนในภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะความแข็งแกร่งด้านระบบสถาบันการเงิน ซึ่งยังไม่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัวขณะนี้ แต่อาจทำให้สถาบันการเงินชะลอการปล่อยสินเชื่อให้เอสเอ็มอี ซึ่งทาง สศค.ได้เห็นถึงประเด็นนี้ และจะพิจารณาการใช้เครื่องมือการประกันสินเชื่อ โดย บสย.ให้มากขึ้นหากมีความจำเป็น
สำหรับการขยายตัวของสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ สิ้นไตรมาสที่หนึ่งของปีนี้ ยังขยายตัวเป็นบวก 9.8% แม้ว่าจะลดลงจากการขยายตัวสิ้นปีที่แล้วที่อยู่ที่ 11.34% ส่วนสินเชื่อเอสเอ็มอี สิ้นไตรมาสที่หนึ่งของปีนี้ขยายตัว 11.7% ลดลงจากสิ้นปีที่แล้วที่ขยายตัว 14.66% สินเชื่อเอสเอ็มอีมีสัดส่วน 40% ของสินเชื่อทั้งระบบ มียอดสินเชื่อราว 4 ล้านล้านบาท จากสินเชื่อทั้งระบบที่ 10 ล้านล้านบาท
ทั้งนี้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ได้ทดสอบความแข็งแกร่งของสถาบันการเงินไทย กรณีที่เศรษฐกิจไม่ขยายตัว เป็นเวลา 1-2 ปี พบว่า สถาบันการเงินไทย ยังแข็งแกร่ง และสามารถรับมือกับวิกฤติเศรษฐกิจได้ ปัจจุบันสถาบันการเงินไทย มีการกันสำรองถึง 157% สูงกว่าปกติที่กันสำรองที่ 100% ส่วนระดับหนี้เสียถือว่าอยู่ในระดับที่ต่ำมาก โดยเดือนมี.ค.อยู่ที่ 2.15% ใกล้เคียงกับสิ้นปีที่แล้วที่ 2.3%
นายวัลลภ เตชะไพบูลย์ กรรมการผู้จัดการ บสย.กล่าวว่า ขณะนี้สถาบันการเงินเข้มงวดการให้สินเชื่อใหม่แก่เอสเอ็มอี เพราะกังวลความเสี่ยง บสย.ได้ขอให้สถาบันการเงินดูแลปัญหาสภาพคล่องของ เอสเอ็มอีที่เป็นลูกค้าเดิมของสถาบันการเงินแห่งนั้นอยู่แล้ว โดย บสย.พร้อมค้ำประกันสินเชื่อให้
ทั้งนี้ บสย.ปรับลดเป้าค้ำประกันปีนี้จาก 1 แสนล้านบาท เหลือ 5.7 หมื่นล้านบาท ตามการหดตัวของเศรษฐกิจที่ทำให้สินเชื่อใหม่ในระบบหดตัวตาม โดยปีนี้ บสย.ยังมีสัดส่วนค้ำประกันสินเชื่อใหม่ของเอสเอ็มอีในระบบสูงกว่าปีที่แล้ว คาดว่า จะค้ำประกันสินเชื่อเอสเอ็มอีในระบบได้ 25% จากปีที่แล้วที่ค้ำได้ 20%








