วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

SCC - ซื้อ

มีมุมมองเชิงบวกลดลงต่อธุรกิจปิโตรเคมี คงมุมมอง neutral ต่อธุรกิจกระดาษ และมีมุมมองเชิงลบต่อธุรกิจซีเมนต์

ประเด็นการลงทุน

หลังจากเข้าร่วมการประชุมนักวิเคราะห์หลังประกาศผลประกอบการ เรารู้สึกว่าผู้บริหารมีมุมมองเชิงลบต่อธุรกิจซีเมนต์ มีมุมมองเชิงบวกลดลงต่อธุรกิจปิโตรเคมี และยังคงมุมมอง neutral ต่อธุรกิจกระดาษ เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2557 ของเราลง 5% เพื่อสะท้อนผลประกอบการไตรมาส 1/57 ที่แย่กว่าคาดและการปรับลดสมมติฐานการเติบโตของอุปสงค์ซีเมนต์ที่ลดลงมาอยู่ที่ 0.5% จากเดิมที่คาดไว้ที่ 3% ทำให้ราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2557 ของเราลดลงเป็น 490 บาท จาก 500 บาท อย่างไรก็ตามเรายังเชื่อว่า SCC เป็นหุ้นที่เหมาะแก่การลงทุน โดยมีระดับการซื้อขายอยู่ที่ PER ปี 2557 ที่ 13.2 เท่า ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวของบริษัทที่ 12.6 เท่า เล็กน้อย เราแนะนำ ซื้อ

สรุปไตรมาส 1/57

SCC รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/57 ที่ 8.4 พันล้านบาท ลดลง 4.7% YoY แต่เพิ่มขึ้น 2.2% QoQ ผลกำไรที่อ่อนแอลงเมื่อเทียบจากปีที่ผ่านมามีสาเหตุมาจากกำไรจากธุรกิจปิโตรเคมีและธุรกิจกระดาษที่ปรับตัวลดลง มีเพียงธุรกิจซีเมนต์เท่านั้นที่รายงานกำไรเติบโตจากปีที่แล้ว ด้วยอานิสงส์จากปริมาณขายและราคาขายที่ดีขึ้น ทั้งนี้กำไรที่เติบโตจากไตรมาสที่แล้วหนุนโดยผลการดำเนินที่ดีขึ้นทุกธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจกระดาษ ซึ่งมีการหยุดการผลิตของโรงงานในไตรมาส 4/56

กำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมราคาของธุรกิจปิโตรเคมีแข็งแกร่งขึ้น แต่กำไรหดตัวลง

กำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมราคาของธุรกิจปิโตรเคมีโตก้าวกระโดด 65% YoY มาอยู่ที่ 4.8 พันล้านบาท แต่กำไรปรับตัวลดลง 6% YoY มาอยู่ที่ 2.48 พันล้านบาท เนื่องจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนในไตรมาส 1/56 ผลการดำเนินงานของหน่วยธุรกิจพีวีซีที่อ่อนแอลงและปริมาณขายโอเลฟินส์ที่ต่ำลงในช่วงไตรมาสดังกล่าว เนื่องจากต้องอาศัยเวลาในการเร่งอัตราการผลิตของโรงแครกเกอร์ MOC หลังจากเริ่มเดินเครื่องใหม่ตั้งแต่วันที่ 25 ธ.ค. 2556 ทั้งนี้สาเหตุที่ธุรกิจปิโตรเคมีสามารถรายงานกำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมราคาเติบโตแข็งแกร่งในขณะที่กำไรหดตัวลงนั้น เนื่องมาจากกำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมราคาส่วนใหญ่มาจากโรงแครกเกอร์โอเลฟินส์ ซึ่ง SCC มีสัดส่วนการถือหุ้นอยู่ประมาณ 2 ใน 3 ของหุ้นทั้งหมด ในขณะที่ธุรกิจโอเฟลินส์ปลายน้ำซึ่งบริษัทถือหุ้น 100% และธุรกิจพีวีซีที่ถือหุ้นอยู่ 91% มีกำไรทรงตัวและลดลง ตามลำดับ

ให้สังเกตว่าส่วนต่างราคา HDPE เทียบกับแนฟทาที่ขยายตัวขึ้น ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากส่วนต่างราคาเอธิลีนเทียบกับแนฟทา (ผลิตภัณฑ์ต้นน้ำ) ที่เพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่ส่วนต่างราคา HDPE เทียบกับเอธิลีน (ผลิตภัณฑ์ปลายน้ำ) ยังคงทรงตัวเท่าเดิม