วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กรุงศรีฯห่วงหนี้บุคคลรายได้1.5หมื่น

"กรุงศรี คอนซูมเมอร์" รับหนี้สินเชื่อบุคคลน่าห่วงกลุ่มรายได้ต่อเดือน 1.5 หมื่นบาท เริ่มอ่วม เร่งป้องกันตรวจสอบข้อมูลผ่านเครดิตบูโรใกล้ชิด

นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) เปิดเผยว่า ช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา จำนวนบัญชีดีที่ไม่มีการค้างชำระเติบโตได้ 10% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่บัญชีลูกหนี้ที่ค้างชำระมากกว่า 3 เดือนหรือเอ็นพีแอลเติบโตในระดับเดียวกันที่ 10% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา แต่จะเห็นได้ว่าจำนวนบัญชีที่มีการค้างชำระตั้งแต่ 30 วันแต่ไม่เกิน 90 วันหรือกลุ่มที่กล่าวถึงเป็นพิเศษ (Special Mention) มีอัตราการเติบโตสูงกว่า หรืออยู่ที่ 20% เทียบช่วงเวลาเดียวกัน

ส่วนตามอัตราการเพิ่มขึ้นของบัญชีลูกหนี้กลุ่มกล่าวถึงเป็นพิเศษ ในช่วงที่ผ่านมาถือว่าลดต่ำลงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้านี้ที่เคยเติบโตในระดับ 30% ในช่วงไตรมาส 3 ของปี 2556 เพราะการเมืองและเศรษฐกิจขณะนี้ ทำให้ทุกฝ่ายเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น โดยสถาบันการเงินที่เริ่มเห็นสัญญาณ จะเร่งเจรจาลูกหนี้เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ ยืดหนี้หรือพักชำระเงินต้น แม้สถานการณ์หนี้เสียจะชะลอตัวลง แต่ก็ยังไม่ควรประมาท โดยเฉพาะในไตรมาส 2 นี้ปัจจัยต่างๆ ยังเหนือการควบคุม โดยเฉพาะสถานการณ์ทางการเมืองที่ยังไม่มีทางออกที่ชัดเจนขณะที่เศรษฐกิจยังเติบโตในระดับต่ำ

"แม้จะเป็นการเติบโตที่ช้าลง แต่ก็ยังไว้ใจไม่ได้ เรายังอยู่ในบรรยากาศที่ต้องระวังสูง แต่ไม่ใช่ต้องตื่นตระหนกและประมาทไม่ได้ การกู้ 0% มีอยู่ก็จริง แต่ไม่ใช่เรื่องง่าย สถานการณ์ต่างจากปี 2540 ที่จะไม่มีตัวเลขเหล่านี้ส่งสัญญาณก่อนเลย แต่สถาบันการเงินขณะนี้มีความเข้มแข็ง มีการตั้งสำรองในระดับสูง มีกำไรดี และมีมาตรการดูแลลูกหนี้เสีย โดยเฉพาะการมุ่งเน้นลูกค้าเดิม แตกต่างจากอดีต แต่ยังมีปัจจัยที่คุมไม่ได้ ทำให้ยังไม่น่าไว้ใจทั้งเศรษฐกิจชะลอตัวและค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น"

ในไตรมาสแรกมีการเข้ามาตรวจสอบข้อมูลลูกหนี้ 1 ล้านรายการต่อเดือน ลดลง 20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มี 1.2 ล้านรายการ เนื่องจากความเข้มงวดของสถาบันการเงินที่คัดเลือกลูกค้ามากขึ้น และปรับเกณฑ์รายได้ขั้นต่ำทำให้มีการเข้าถึงสินเชื่อยากขึ้น ขณะที่ลูกหนี้ที่มีหนี้อยู่แล้วสถาบันการเงิน จะมีการตรวจสอบถี่ขึ้นไม่ว่าจะเป็นลูกหนี้ที่ดีหรือเริ่มมีปัญหา ทำให้ยอดการเข้าตรวจสอบลูกหนี้เก่าเพิ่มขึ้น 3 เท่าตัวจากเดิม 1 ล้านรายการต่อเดือนเป็น 3 ล้านรายการต่อเดือน

เขากล่าวว่า ความเข้มงวดของสถาบันการเงินขณะนี้ อาจจะทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินเชื่อได้ยาก แต่จะไม่กดดันให้ลูกหนี้ออกนอกระบบมากขึ้น เพราะที่ผ่านมาสถาบันการเงินทั้งธนาคารพาณิชย์และนอนแบงก์ หันมาจับตลาดลูกค้าระดับล่างมากขึ้นกว่าในอดีต ขณะที่ผู้ให้กู้นอกระบบ ก็เพิ่มความระมัดระวัง

ด้านนายฐากร ปิยะพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด หรือกรุงศรี คอนซูมเมอร์ กล่าวว่า ช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัว หนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น ทำให้สินเชื่อบุคคลน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะกลุ่มที่มีรายได้ต่อเดือนต่ำกว่า 15,000 บาท เริ่มได้รับผลกระทบไม่สามารถผ่อนชำระหนี้ได้ และหากสถานการณ์ยังยืดเยื้อไปจนถึงสิ้นปี กลุ่มที่มีรายได้ต่อเดือนต่ำกว่า 30,000 บาท จะได้รับผลกระทบตามมาแน่นอน

ทั้งนี้บริษัทได้เพิ่มความถี่การเข้าไปตรวจสอบเครดิตบูโร ของลูกค้าสินเชื่อบุคคล หากพบว่าลูกค้ารายได้มีภาระหนี้เพิ่มขึ้นมาก และมีแนวโน้มไม่สามารถชำระหนี้ได้ จะติดต่อลูกค้าให้เข้ามาปรับโครงสร้างหนี้ ด้วยการยืดระยะเวลาการชำระหนี้ออกไป เพื่อลดภาระการผ่อนชำระค่างวดลง

"ต้องยอมว่า ปัจจุบันยอดการปรับโครงหนี้ โดยการยืดระยะเวลาชำระหนี้ให้กับลูกค้าสินเชื่อบุคคลของบริษัทเพิ่มขึ้น ซึ่งจากเดิมลูกค้าเข้ามาปรับโครงสร้างหนี้เดือนละ 10 รายได้เพิ่มขึ้นเป็น 20-30 ราย ขณะนี้ยอดเอ็นพีแอลจาก 2.1% ของสินเชื่อรวม เพียงแค่ 3 ไตรมาสได้เพิ่มขึ้นเป็น 2.7-2.8 % ของสินเชื่อรวม"

การปล่อยสินเชื่อบุคคลปัจจุบัน มีความเข้มงวดมากขึ้นแบ่งลูกค้าออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มต้นน้ำ หรือกลุ่มลูกค้ารายใหม่ได้มีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้นด้วยการตรวจสอบเครดิตบูโรเกี่ยวกับภาระหนี้ กลุ่มลูกค้ากลางน้ำหรือกลุ่มที่เป็นลูกค้าของบริษัทที่มีวงเงินกู้อยู่แล้วเมื่อเข้าไปตรวจสอบภาระหนี้ และเห็นว่ามีภาระหนี้เริ่มตึงตัวก็จะไม่อนุมัติวงเงินสินเชื่อเพิ่ม และกลุ่มปลายน้ำ ซึ่งลูกค้าในกลุ่มนี้เมื่อตรวจสอบเครดิตบูโรแล้วเห็นว่า มีแนวโน้มไม่สามารถชำระหนี้ได้ก็จะเรียกลูกค้ามาปรับโครงสร้างหนี้ ปีนี้บริษัทตั้งเป้ายอดสินเชื่อบุคคล เติบโตไว้เพียง 10% จากยอดสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 65,000 ล้านบาท