วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แบงก์จ่อยกระดับเข้มปล่อยกู้

"แบงก์ชาติ" เปิดผลสำรวจพบหลายแห่งจ่อเพิ่มเข้มงวดการปล่อยกู้ใหม่ โดยเฉพาะเอสเอ็มอี หลังกังวลคุณภาพสินเชื่อจากเศรษฐกิจชะลอตัว

รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า จากการสำรวจความเห็นของสถาบันการเงินไทยเกี่ยวกับภาวะ และแนวโน้มสินเชื่อช่วงไตรมาสแรกปี 2557 ที่ผ่านมา พบว่า สถาบันการเงินเหล่านี้มีมุมมองว่า ในไตรมาส 2 ปีนี้ ภาพรวมอาจต้องเพิ่มความเข้มงวดมาตรฐานการให้สินเชื่อภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินเชื่อที่ให้แก่ธุรกิจขนาดกลางและย่อม (เอสเอ็มอี)

สาเหตุเพราะสถาบันการเงินเหล่านี้ มีความกังวลที่เพิ่มขึ้นต่อคุณภาพสินเชื่อจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว อีกทั้งเห็นว่า อาจต้องเพิ่มความระมัดระวังในการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบการบางราย เช่น ธุรกิจที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวและโรงแรม ธุรกิจก่อสร้าง ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจสิ่งทอ เป็นต้น

ส่วนแนวโน้มความต้องการสินเชื่อช่วงไตรมาส 2 ปีนี้ สถาบันการเงินคาดว่า ความต้องการสินเชื่อเอสเอ็มอียังคงปรับเพิ่มขึ้น โดยส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อระยะสั้น ขณะที่ความต้องการสินเชื่อของธุรกิจขนาดใหญ่ คาดว่ายังคงปรับลดลงต่อเนื่องจากปัจจุบัน

"สะท้อนมุมมองของสถาบันการเงินต่อแนวโน้มการลงทุนที่ยังคงลดลง ทั้งนี้สถาบันการเงิน ประเมินว่า ความต้องการสินเชื่อในระยะต่อไปจะมาจากธุรกิจที่ผลิตสินค้าและให้บริการที่จำเป็น เช่น ธุรกิจพลังงานไฟฟ้า ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม การค้าส่งค้าปลีก การขนส่งและคลังสินค้า การโทรคมนาคม รวมถึงธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ที่คาดว่าจะปรับดีขึ้นตามภาคการส่งออกที่เริ่มฟื้นตัว"

สำหรับมาตรฐานการให้สินเชื่อของสถาบันการเงินเหล่านี้ ในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา พบว่า สถาบันการเงินส่วนใหญ่ เพิ่มความเข้มงวดมาตรฐานการให้สินเชื่อภาคธุรกิจต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน ผ่านการปรับเพิ่มดอกเบี้ยเงินกู้(มาร์จิน) สำหรับลูกค้าที่มีความเสี่ยง การเพิ่มค่าธรรมเนียมที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย และการปรับเพิ่มหลักทรัพย์ค้ำประกัน เป็นต้น จากความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความเสี่ยงเฉพาะของแต่ละธุรกิจ และภาวะเศรษฐกิจโดยรวม สอดคล้องกับที่ประเมินว่า คุณภาพสินเชื่อธุรกิจโดยรวมแย่ลงต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน

ส่วนความต้องการสินเชื่อในไตรมาสแรกที่ผ่านมา พบว่า ความต้องการสินเชื่อของภาคธุรกิจเอสเอ็มอี เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน ส่วนใหญ่เพื่อใช้สำหรับเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ อย่างไรก็ตามสถาบันการเงินเห็นว่ายังไม่เป็นสัญญาณการขาดสภาพคล่องของภาคธุรกิจในระดับที่น่ากังวล

สำหรับความต้องการสินเชื่อของภาคธุรกิจขนาดใหญ่ปรับลดลงเล็กน้อยต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน สะท้อนการลงทุนภาคเอกชนที่หดตัวต่อเนื่อง สอดคล้องกับความเห็นของผู้ประกอบการส่วนหนึ่งที่ชะลอการลงทุนออกไปเพื่อประเมินความชัดเจนของสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองในประเทศ

รายงานข่าวระบุว่า ในส่วนของสินเชื่อภาคครัวเรือน ช่วงไตรมาส 2 ปี 2557 สถาบันการเงินคาดจะยังคงเพิ่มความเข้มงวดมาตรฐานการให้สินเชื่อครัวเรือนทุกประเภท โดยเฉพาะสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อครัวเรือนอื่นๆ ตามความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับคุณภาพสินเชื่อ สะท้อนมุมมองของสถาบันการเงินถึงความเสี่ยงในการชำระหนี้ของภาคครัวเรือนที่อาจเพิ่มขึ้นในระยะต่อไป

ขณะที่ความต้องการสินเชื่อครัวเรือนนั้น สถาบันการเงินส่วนใหญ่ประเมินว่า ความต้องการสินเชื่อที่อยู่อาศัยและความต้องการสินเชื่อบัตรเครดิตจะมีแนวโน้มปรับขึ้นเล็กน้อยจากปัจจุบัน สะท้อนการคาดการณ์แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่คาดว่าจะเริ่มปรับดีขึ้นหลังจากที่ชะลอตัวในช่วงที่ผ่านมา

ส่วนความต้องการสินเชื่อบัตรเครดิตว่ามีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นโดยส่วนใหญ่มาจากความต้องการสินเชื่อสำหรับการบริโภคทั่วไป ขณะที่ความต้องการสินเชื่อครัวเรือนอื่นๆ คาดว่าจะทรงตัวจากปัจจุบันตามการบริโภคภาคเอกชนที่ยังคงชะลอตัวต่อเนื่อง

สำหรับความต้องการสินเชื่อครัวเรือนช่วงไตรมาส 1 ที่ผ่านมา พบว่าลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและการบริโภคภาคเอกชนที่ชะลอตัว โดยความต้องการสินเชื่อที่อยู่อาศัยลดลงจากไตรมาสก่อน สะท้อนภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัวต่อเนื่อง

ทั้งนี้สถาบันการเงินส่วนใหญ่เห็นว่าอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำในปัจจุบันเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยสนับสนุนความต้องการสินเชื่อที่อยู่อาศัย ส่วนความต้องการสินเชื่อครัวเรือนอื่นๆ ลดลงจากไตรมาสก่อนสะท้อนการบริโภคภาคเอกชนที่ชะลอตัว ส่วนหนึ่งจากภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ระดับสูงและความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลงจากสถานการณ์การเมืองที่ยืดเยื้อ ทำให้ผู้บริโภคระวังการใช้จ่าย

รายงานข่าวระบุด้วยว่า ในส่วนของมาตรฐานการให้สินเชื่อช่วงไตรมาสแรกนั้น สถาบันการเงินส่วนใหญ่เพิ่มความเข้มงวดมาตรฐานสินเชื่อภาคครัวเรือนทุกประเภทต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน ยกเว้นสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่สถาบันการเงินส่วนใหญ่คงมาตรฐานการให้สินเชื่อจากไตรมาสก่อน ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะสถาบันการเงินได้เพิ่มความเข้มงวดมาตรฐานการให้สินเชื่อประเภทนี้ติดต่อกันมาแล้ว 4 ไตรมาส ประกอบกับตลาดที่อยู่อาศัยเริ่มชะลอตัวลง

การสำรวจของ ธปท. ได้ขอความร่วมมือจากธนาคารพาณิชย์ไทย สาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ และสถาบันการเงินเฉพาะกิจจำนวน 26 แห่ง และกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับที่มิไม่สถาบันการเงิน(NON-BANK) อีก 26 แห่ง ซึ่งการสำรวจรอบนี้ ได้รับการตอบแบบสอบถามจากธนาคารจำนวน 25 แห่ง และ NON-BANK อีก 21 แห่ง ครอบคลุมสินเชื่อ 95.5% ของทั้งระบบ

รายงานข่าวจาก ธปท. ยังระบุด้วยว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลช่วงไตรมาส 1 ปี 2557 พบว่า เริ่มชะลอลงจากไตรมาสก่อนทั้งในส่วนของอุปสงค์และอุปทาน โดยความต้องการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยลดลงจากความกังวลของผู้บริโภคต่อสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมือง

ประกอบกับธนาคารพาณิชย์ยังคงเข้มงวดมาตรฐานการปล่อยสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้จำนวนที่อยู่อาศัยที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อปล่อยใหม่หดตัว 17.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน สอดคล้องกับจำนวนที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ที่หดตัว 37.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนจากอาคารชุดเป็นสำคัญ