กระทรวงพาณิชย์ เผยเงินเฟ้อเดือน เม.ย. สูงขึ้น 0.50% จากเดือน มี.ค. 57 และสูงขึ้น 2.45% เทียบเดือน เม.ย. 56 สูงสุดรอบ 12 เดือน
นางอัมพวัน พิชาลัย ที่ปรึกษาการพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (เงินเฟ้อ) เดือนเมษายน เท่ากับ 107.47 สูงขึ้น 0.50% จากเดือนมีนาคม 2557 และสูงขึ้น 2.45% เทียบเดือนเมษายน 2556 ซึ่งเป็นเงินเฟ้อสูงสุดในรอบ 12 เดือน ทำให้เฉลี่ย 4 เดือนแรกปีนี้ เงินเฟ้อสูงขึ้น 2.12% สำหรับดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (หักกลุ่มอาหารสดและกลุ่มพลังงาน) เท่ากับ 104.64 สูงขึ้น 0.40% จากเดือนมีนาคม 2556 และสูงขึ้น 1.66% เทียบเดือนเมษายน 2556 ถือว่าสูงสุดในรอบ 15 เดือน เฉลี่ย 4 เดือนแรกปีนี้ สูงขึ้น 1.31%
ทั้งนี้ เงินเฟ้อเดือนเมษายนปีนี้เพิ่มขึ้นสูง เนื่องจากราคาสินค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ปรับเพิ่ม 4.61% สินค้าที่มีราคาสูงจะอยู่ในกลุ่มผักสด ผลไม้ เนื้อสัตว์ และอาหารสำเร็จรูป ผลจากภัยแล้งทำให้ผลผลิตเสียหาย ราคาผักขยับสูงขึ้น ทำให้ต้นทุนปรุงอาหารเพิ่มขึ้น โดยเทียบราคาเดือนเมษายนเทียบเดือนมีนาคมพบว่า ต้นหอมเพิ่ม 34.99% มะนาวเพิ่มขึ้น 30.66% ผักคะน้าเพิ่มขึ้น 21.56% ผักกาดขาวเพิ่ม 20.03% ส้มเขียวหวานเพิ่มขึ้น 5.29% เนื้อสุกรเพิ่มขึ้น 3.16% อาหารปรุงสำเร็จเพิ่มขึ้น 1.16% อาหารตามสั่งเพิ่มขึ้น 2.33% ทั้งนี้ หากรวมสินค้าเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งจะทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น 0.5% ขณะที่ราคาสินค้าไม่ใช่หมวดอาหารและเครื่องดื่มสูงขึ้น 1.33% จากการปรับเพิ่มของเครื่องนุ่งห่มและร้องเท้า ยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ค่าที่พัก ค่าพาหนะ ขนส่ง และการสื่อสาร
อย่างไรก็ตาม สินค้าที่นำมาคำนวณเงินเฟ้อ 450 รายการ ในเดือนเมษายนที่ผ่านมามี 191 รายการที่ปรับราคาเพิ่มขึ้น อีก 196 รายการราคาเท่าเดิม มีเพียง 63 รายการปรับราคาลดลง โดยกระทรวงพาณิชย์คาดการณ์ว่าภาวะเงินเฟ้อในไตรมาส 2 มีแนวโน้มทรงตัวสูง เฉลี่ย 2.40% และทำให้ครึ่งปีแรกเงินเฟ้อสูง 2.20% และยังคงเงินเฟ้อทั้งปี 2557 คาดการณ์ช่วง 2-2.80% ส่วนการปรับเพิ่มค่าไฟฟ้าผันแปร (เอฟที) อีก 10 สตางค์ต่อหน่วย มีผลต่อเงินเฟ้อทั้งปีนี้เพิ่ม 0.7% เป็นต้น








