"การบินไทย" เปิดคนนอกสมัคร "ซีเอฟโอ" ครั้งแรก หลังก่อตั้งมา 54 ปี หวังกู้วิกฤติองค์กรจากปัญหาการขาดทุน
พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะประธานกรรมการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการการบินไทยเมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมอนุมัติให้เปิดรับสมัครบุคคลภายนอก เข้ารับการแข่งขันตำแหน่งรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการเงินและการบัญชี (CFO) เป็นครั้งแรกหลังจากก่อตั้งมา 54 ปี ซึ่งตำแหน่งนี้ว่างลงหลังจากนางวสุกานต์ วิศาลสวัสดิ์ ลาออกจากตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 15 เม.ย.ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ คณะกรรมการสรรหา ซึ่งมีนายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน จะพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์ด้านคุณสมบัติก่อนเปิดรับสมัคร โดยการคัดเลือกรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการเงินและการบัญชี จะแล้วเสร็จก่อนการสรรหากรรมการผู้อำนวยการใหญ่คนใหม่ ซึ่งดำเนินการโดยคณะกรรมการสรรหา ซึ่งมีนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เป็นประธาน ซึ่งคาดจะได้ข้อสรุปเดือนก.ย.ที่จะถึงนี้
ในระหว่างนี้คณะกรรมการการบินไทยและฝ่ายบริหาร จะร่วมกันปรับปรุงยุทธศาสตร์การดำเนินงานต่างๆ ทุกด้าน เพื่อพลิกฟื้นผลประกอบการการบินไทย ให้กลับมาอยู่ในระดับที่มีกำไร ซึ่งภายใน 4 เดือน จะเห็นแนวทางต่างๆ อย่างชัดเจน โดยเป้าหมายผลประกอบการปีนี้ คือ ไม่ขาดทุน แต่อาจไม่มีกำไรมากนัก แต่ในปี 2558 ตั้งเป้าจะมีกำไรอย่างน้อย 4.5 พันล้านบาท หรือประมาณ 2% ของรายได้รวม
นายคณิศ แสงสุพรรณ ประธานกรรมการบริหารการบินไทย กล่าวว่า ถือเป็นครั้งแรกที่การบินไทยเปิดให้บุคคลภายนอกเข้ารับการสรรหาในตำแหน่งรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการเงินและการบัญชี ส่วนหนึ่งเป็นเพราะขาดบุคลากรด้านนี้ และต้องการนักการเงินมืออาชีพ สามารถวิเคราะห์ภาพรวมของทั้งบริษัท และนำเรื่องการเงินมาใช้เป็นแนวทางควบคุมการดำเนินงานขององค์กร เพื่อลดต้นทุนค่าใช้จ่ายขององค์กร
"คาดการคัดเลือกซีเอฟโอของการบินไทย จะใช้เวลา 2 เดือน ผู้ได้รับการคัดเลือกจะมีอายุสัญญาจ้าง 4 ปี ซึ่งประเด็นที่กังวล คือ อัตราผลตอบแทนอาจไม่สูงมากนัก เมื่อเทียบกับบริษัทอื่น ซึ่งการบินไทย จะกำหนดอัตราผลตอบแทน โดยพิจารณาจากคุณสมบัติ และความรู้ความสามารถของผู้สมัคร"
พลเอก พฤณท์ สุวรรณทัต รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งกำกับดูแลการบินไทย กล่าวว่า การสรรหาบุคคลภายนอกมารับตำแหน่งรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการเงินและการบัญชี เป็นแนวทางที่ทุกฝ่ายเห็นตรงกันทั้งคณะกรรมการบริษัทและฝ่ายบริหาร เพราะสถานะของการบินไทยปัจจุบัน จำเป็นต้องมีนักการเงินมืออาชีพมาดูแลภาพรวมฐานะการเงิน โดยเฉพาะการบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยนให้มีความเหมาะสม ซึ่งการบินไทย มีรายได้เป็นเงินตราต่างประเทศกว่า 50 สกุลเงิน จึงต้องมีการบริหารจัดการที่ดี เพื่อลดการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
"ปัญหาจากอัตราแลกเปลี่ยนเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผลประกอบการติดลบ ประกอบกับการบินไทยมีภาระผูกพันระยะยาวเรื่องการจ่ายหนี้ค่าเครื่องบิน ซีเอฟโอของการบินไทยจึงไม่ใช่แค่เจ้าหน้าที่ด้านการเงิน แต่ต้องเป็นนักการเงินมืออาชีพ สามารถบริหารจัดการต้นทุน โดยเฉพาะความเสี่ยงจากราคาน้ำมัน เชื่อว่าถ้าได้มืออาชีพมาดูแลด้านการเงิน จะแก้ปัญหาการขาดทุนและช่วยให้องค์กรกลับมามีกำไรได้อีกครั้ง"
นายโชคชัย ปัญยายงค์ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่การบินไทย กล่าวว่า คณะกรรมการการบินไทยยังอนุมัติให้เปิดรับสมัครบุคคลภายนอกเข้ารับการแข่งขันในตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ด้านทรัพยากรบุคคล ซึ่งจะมีฐานะเป็น Senior Vice President เพราะตำแหน่งดังกล่าวถือเป็น Special List ขณะที่การบินไทยมีพนักงานกว่า 2 หมื่นคน การดูแลพนักงานจึงเป็นเรื่องสำคัญ
พลอากาศเอกประจิน ยังกล่าวถึงการประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นการบินไทย ประจำปี 2557 เมื่อวันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งใช้เวลากว่า 9 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 13.45 น.-22.45 น. ว่า ผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่ให้ความสำคัญในประเด็นธรรมาภิบาลขององค์กร ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนให้ความสำคัญเช่นกัน หลังจากนี้จะเชิญผู้ทรงคุณวุฒิมาจัดอบรมกรรมการบริษัทและฝ่ายบริหารให้เข้าใจตรงกันเพื่อใช้หลักธรรมาภิบาลดูแลพนักงานในองค์กรต่อไป
ส่วนประเด็นที่ผู้ถือหุ้นคัดค้านการดำรงตำแหน่งกรรมการการบินไทยของนายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี โดยเกรงว่าจะสร้างความแตกแยกในองค์กรนั้น ตนพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะของทุกฝ่าย เพื่อหาแนวทางที่ดีที่สุดสำหรับองค์กร
ก่อนหน้านี้บริษัทการบินไทย แจ้งผลการดำเนินงานสิ้นปี 2556 ของบริษัทและบริษัทย่อย มีผลขาดทุนสุทธิ 12,000 ล้านบาท ขณะที่ปี 2555 มีกำไรสุทธิ 6,510 ล้านบาท โดยเป็นการขาดทุนสุทธิของบริษัทใหญ่ 12,047 ล้านบาท ซึ่งรวมผลขาดทุนที่ไม่เกี่ยวกับการดำเนินงาน 9,321 ล้านบาท ได้แก่ ผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ และเครื่องบิน 5,426 ล้านบาท ผลแผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ 3,895 ล้านบาท คิดเป็นขาดทุนต่อหุ้น 5.52 บาท เทียบกับปี 2555 ซึ่งมีกำไรต่อหุ้น 2.85 บาท






