กำไร 1Q57 ทรงตัวแต่ 2Q57 ยังน่าเป็นห่วง
คาดกำไรปกติทรงตัว แต่กำไรสุทธิหดตัวแรง
เราคาดกำไรจากธุรกิจปกติของ MAJOR ใน 1Q57 จะทรงตัวจากปีก่อนที่ 152 ล้านบาท แม้ว่าธุรกิจให้บริการโรงภาพยนตร์จะถูกกดดันจากความวุ่นวายทางการเมืองและการชะลอตัวของภาวะเศรษฐกิจ แต่ยังได้การเติบโตของธุรกิจสื่อโฆษณาในโรงภาพยนตร์ที่มีโมเมนตัมบวกต่อเนื่องจากปีที่แล้วเข้ามาช่วยชดเชย ทำให้เราคาดรายได้รวมทรงตัวใกล้เคียงปีก่อนที่ 1,665 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิ 1Q57 จะหดตัวแรงกว่า 50% YoY เนื่องจากปีที่แล้ว MAJOR มีกำไรพิเศษจากการขายหุ้น SF กว่า 156 ล้านบาท
รายได้ตั๋วภาพยนตร์หดแต่รายได้โฆษณาช่วยชดเชย
Box Office Mojo Thai รายงานยอดขายตั๋วหนังในกรุงเทพฯและปริมณฑลในช่วง 1Q57 หดตัวราว 14% YoY สอดคล้องกับที่นักลงทุนสัมพันธ์ MAJOR ระบุว่ารายได้จากการขายตั๋วชมภาพยนตร์หดตัวเล็กน้อย ทำให้เราคาดรายได้จากส่วนธุรกิจนี้จะหดตัวราว 3% YoY อยู่ที่ 814 ล้านบาท ขณะที่ Nielsen รายงานเม็ดเงินโฆษณาสื่อในโรงภาพยนตร์งวด 1Q57 เติบโตสูงถึง 66% YoY แต่เราคาดว่าการเติบโตสูงผิดปกติส่วนหนึ่งอาจเกิดจากการปรับฐานข้อมูลการสำรวจ ซึ่งสอดคล้องกับที่นักลงทุนสัมพันธ์ MAJOR ระบุว่ารายได้ค่าโฆษณามีแนวโน้มเติบโตเพียงเล็กน้อย เราจึงคาดว่ารายได้ค่าโฆษณาจะเติบโต 10% YoY อยู่ที่ 257 ล้านบาท ทำให้รายได้รวมทรงตัว YoY อยู่ที่ 1,665 ล้านบาท
2Q57 ยังน่ากังวลจากฐานสูงและแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก
เราคาดกำไรปกติใน 2Q57 จะพลิกกลับมาหดตัว YoY เนื่องจากปีที่แล้วมีภาพยนตร์ทำรายได้จากการขายตั๋วชมภาพยนตร์สูงหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่อง “พี่มากพระโขนง” ทำรายได้ Box Office สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่กว่า 568 ล้านบาท และ “Iron Man 3” และ “Fast 6” ที่ทำรายได้ Box Office มากกว่า 200 ล้านบาท ขณะที่ปีนี้ธุรกิจโรงภาพยนตร์ยังถูกกดดันจากภาวะเศรษฐกิจและการเมือง โดยข้อมูลของ Box Office Mojo Thai พบว่ายอดขายตั๋วหนังช่วงต้นเดือน เม.ย. หดตัวกว่า 40% YoY นอกจากนี้ ช่วงเดียวกันของปีก่อน MAJOR ยังมีกำไรพิเศษจากการขายหุ้น SF อีก 65 ล้านบาท ทำให้เราคาดว่ากำไรสุทธิงวด 2Q57 จะหดตัว YoY ต่อเนื่อง
คงคำแนะนำ “ขาย”
เรามองว่าการปรับตัวเพิ่มขึ้น 22% ของราคาหุ้น MAJOR ในช่วง 3 – 4 เดือนที่ผ่านมา สะท้อนแนวโน้มผลประกอบการปกติ 1Q57 ที่ยังทรงตัวได้แม้ถูกกดดันจากภาวะเศรษฐกิจและการเมือง อีกทั้งมีการเก็งกำไรหน้าหนังช่วงไตรมาส 2 ซึ่งเป็นไฮซีซั่นด้วย ในขณะที่เราคาดว่าด้วยฐานที่สูงมากในปีก่อนจะทำให้ผลประกอบการปกติของ MAJOR พลิกกลับมาหดตัว YoY และราคาหุ้นสูงกว่ามูลค่าเหมาะสมที่เราประเมินเท่ากับ 16 บาท (วิธี P/E Multiple ที่ 20 เท่า) มากแล้ว เราจึงคงคำแนะนำ “ขาย”







