"เป็นผู้ประพฤติดี มีศีลธรรม และ มีความซื่อสัตย์สุจริต คือความดีที่อยู่ภายในใจของผมตลอดเวลา"
เพื่อพิสูจน์และตอกย้ำให้สังคมเห็นชัดว่าคนดีนั้นมีอยู่จริง "รางวัลคนดีศรีสหพัฒน์" จึงถูกจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถึงวันนี้ก็ย่างเข้าสู่ปีที่ 4 แล้ว
"ใจผมหมกมุ่นนะเรื่องของคนดี สังคมดี ซึ่งชาตินี้ก่อนตายจะทำสำเร็จได้หรือเปล่าก็ยังไม่รู้"
คือคำพูดที่เผยให้เห็นถึงความตั้งใจและน้ำใสใจจริงของ "บุญชัย โชควัฒนา" ประธานกรรมการบริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน)
หากดูชื่อรางวัลคนดีศรีสหพัฒน์นั้นจะสามารถตีความได้มากมายหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมันดูคลับคล้ายว่าองค์กรแห่งนี้กำลังต้องการสร้างความผูกพันของพนักงาน (Employee Engagement) แต่ก็พบว่าในมุมมองของผู้ผลักดันอย่างบุญชัยกลับเป็นอีกเรื่องราวที่ต่างไป
" ผมอยากมีคนดีอยู่ในองค์กรมากขึ้น อยากให้มีคนดีในระดับประเทศมากขึ้น จริงๆ แล้วรางวัลนี้มันเกิดจากความคิดที่เฉียบพลัน ไม่ได้คิดมาก่อน ไม่มีการวางแผนอะไรทั้งสิ้น รู้สึกเพียงว่าเรื่องนี้จำเป็นต้องมี ผมไม่ได้คิดว่ามันจะสร้างภาพลักษณ์หรือประโยชน์อื่นใดให้กับสหพัฒน์ คิดเพียงว่าจะต้องทำอย่างไรที่จะทำให้สังคมดีขึ้น"
อย่างไรก็ดี รางวัลนี้มี "เดช บุลสุข" อดีตแม่ทัพแมคไทย เป็นแรงบันดาลใจสำคัญ
"เขาเคยคุยให้ฟังตั้งแต่เมื่อสิบปีที่แล้วว่า เคยถามคนจำนวนไม่น้อยให้ลองคิดว่าคนดีของประเทศไทยคือใคร และเขากลับได้พบอาการอึ้ง คิดไม่ออก แต่ถ้าให้ลองคิดถึงคนชั่วกลับนึกได้เพียบเลย ผมเลยคิดว่าสังคมคงแย่แน่ๆ ถ้าคนไม่ค่อยรู้จักคนดี หรือไม่รู้ว่าดีกับชั่วต่างกันอย่างไร"
ทำให้เขาคิดขึ้นมาว่า ควรต้องทำอะไรขึ้นมาสักอย่างเพื่อเป็นการประกาศว่าคนดีคือใคร อยู่ตรงไหน และดีอย่างไร ซึ่ง "รางวัลคนดี" คือสิ่งแรกที่เขาคิดได้ และแม้ใจจะเต็มไม่ด้วยความมุ่งมั่น แต่กว่าที่โครงการจะถือกำเนิดได้ วันคืนก็ผ่านไปวันแล้ววันเล่า
"ผมพยายามเชิญผู้บริหารของสหพัฒน์หลายท่าน แล้วเล่าคอนเซ็ปต์ให้ฟังว่าเป้าหมายคืออะไร ตั้งใจให้พวกเขาเห็นพ้องว่าควรทำโครงการอย่างนี้ แต่สองสามปีผ่านไปก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมต้องพยายามจี้ พวกเขาอยู่หลายครั้ง"
ทำไมต้องเริ่มต้นที่ผู้บริหาร? บุญชัยเล่าว่าที่ผ่านมาเขาทำโครงการ "ปลูกจิตสำนึก" ในการเสียสละทำสิ่งต่างๆ เพื่อส่วนรวม เพื่อสังคมจำนวนไม่น้อย และความสำเร็จมักเกิดจากข้างบนลงข้างล่าง แต่ถ้าส่วนตัวของผู้บริหารกลับไม่เป็นตัวอย่างที่ดี หรือยังคิดว่าตำแหน่งนี้จะต้องได้สิทธิพิเศษมากกว่าลูกน้องหรือคนอื่นๆ ก็อย่าหวังว่าโครงการดีๆ จะประสบความสำเร็จ
ถ้าหัวไม่ส่ายหางก็ไม่กระดิก
แต่ที่สุด เพราะคนดีนั้นมีอยู่จริง เหล่าผู้บริหารของสหพัฒน์ก็คล้อยตามและเห็นดีเห็นงาม โดยได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อค้นหาคนดีและทำหน้าที่เป็นผู้ตัดสิน ทั้งได้มีการปรับเปลี่ยนชื่อรางวัลเสียใหม่เป็น "คนดีศรีสหพัฒน์"
ดีเอ็นเอของคนดีในวิถีของสหพัฒน์ต้องเป็นอย่างไร
บุญชัยว่าบอกว่า ก่อนจะควานหาหรือกำหนดตัวบุคคลเพื่อขึ้นรับรางวัลเชิดชูเกียรติดังกล่าว จำเป็นต้องกำหนดหรือนิยามถึงคุณลักษณะของความดีให้ชัดเจนเสียก่อน และภายหลังที่ได้ระดมความคิดกับคณะกรรมการ ก็สรุปได้เป็น "ธรรมนูญความดี 6 ข้อ" ประกอบด้วย
1. เป็นผู้ประพฤติดี มีศีลธรรม
2. มีความซื่อสัตย์สุจริต
3. มีวินัยและตรงต่อเวลา
4. เสียสละ มีจิตสำนึกที่ดีต่อส่วนรวม
5. ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง
6. รักครอบครัว รักองค์กร และรักประเทศชาติ
ถ้าให้เรียงตามความสำคัญ เขามองว่าประพฤติดี มีศีลธรรม และมีความซื่อสัตย์สุจริต คือหลักใหญ่ใจความ ติดตามด้วยเสียสละ มีจิตสำนึกต่อส่วนรวม
" สองข้อแรกเป็นสิ่งที่อยู่ในใจของผมตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่จะเป็นผู้นำขององค์กร จะเป็นคนดีขององค์กรได้ ทั้งยังต้องมีจิตใจที่เสียสละ ส่วนใหญ่เมื่อคนมีคุณสมบัติทั้งสามข้อนี้ก็มักจะมีข้ออื่นๆ ด้วย แต่มันก็ไม่แน่นอนเสมอไป คนเรานั้นดูยาก มีดีอย่างก็เสียอีกอย่าง"
แต่ไม่เกินจริงที่ว่าคนที่มีคุณสมบัติครบทั้ง 6 ข้อ นั้นมีอยู่จริง
เมื่อมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนกระบวนการค้นหาคนรับรางวัลคนดีศรีสหพัฒน์ก็เริ่มต้นขึ้น ซึ่งคณะกรรมการที่มีทั้งหมุด 17 ท่านจะทำหน้าที่เป็นแมวมอง แยกย้ายกันไปสอดส่องหาพนักงานของสหพัฒน์จำนวนพันกว่าคนที่มีคุณสมบัติคู่ควร
"คณะกรรมการต้องลงไปสอดส่องด้วยตัวเอง ห้ามลอกการบ้านกัน และพิจารณาว่าคนที่เขาคิดว่าดีนั้นดีอย่างไร เขาทำดีอย่างต่อเนื่องหรือสม่ำเสมอหรือไม่ แล้วมานำเสนอในกลุ่มคณะกรรมการ จากนั้นก็นำคนดีที่ได้มาเทียบกันดูว่าน้ำหนักคะแนนความดีของแต่ละคนอยู่ตรงไหน ใครดีที่สุด"
แน่นอนคนดีศรีสหพัฒน์ไม่ได้ตัดสินใจจากตำแหน่งหน้าที่การงาน เชื่อหรือไม่ว่าการแจกรางวัลในครั้งแรกผู้ที่ได้รับรางวัลเป็นเพียง "แม่บ้าน" แต่จะมีก็เพียงระยะเวลาที่ยาวนานในการทำงานที่ต้องนำเข้ามาร่วมเป็นหนึ่งในหลักเกณฑ์การตัดสิน
ต้องไม่ลืมภาษิตที่ว่า "ระยะทาง พิสูจน์ม้า…กาลเวลา พิสูจน์คน"
และผู้ที่มอบรางวัลก็คือ "สุจริต ปัจฉิมนันท์" (อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย) ซึ่งดำรงตำแหน่งกรรมการอิสระของสหพัฒน์
"ผมว่าชื่อของท่านดีมาก ผมเลยขอให้ท่านมาทำหน้าที่มอบรางวัล และคิดว่าจะให้ท่านเป็นผู้มอบทุกครั้ง ถ้าท่านไม่ปฏิเสธ ขณะเดียวกันท่านก็ยังต้องเป็นคนดีมีความสุจริตดังชื่อตลอดไปด้วย"
ที่ผ่านมารางวัลคนดีศรีสหพัฒน์เป็นเพียงเรื่องภายในสหพัฒน์เท่านั้น แต่ล่าสุด บุญชัยได้กำลังขยายความคิดไปยังบริษัทในเครือสหกรุ๊ป โดยการไปมอบรางวัลภายในงาน "สหกรุ๊ปแฟร์" ซึ่งจะว่าไปก็เป็นการยิงปืนนัดเดียวแต่ได้นกมาถึงสองตัว
"ผมอยากให้พนักงานของบริษัทในเครือคิดถึงความดีบ้าง แต่ไม่ใช่คิดว่าใครทำดีต้องได้โบนัสเยอะๆ มันคงแคบไป ความดีมันกว้างไปกว่านั้น และการไปจัดในงานแฟร์ก็ทำให้สาธารณชนซึ่งมาร่วมงานจำนวนมาก ได้เห็นว่าองค์กรเรามีความดี เราเป็นองค์กรคนดี คนก็อยากมาร่วมทำงานด้วย คงไม่มีใครอยากอยู่ในองค์กรคนชั่ว ชั่วทั้งองค์กร โกงทั้งองค์กร"
รางวัลคนดีศรีสหพัฒน์ เป็นอีกหนึ่งโครงการที่บุญชัยตั้งเป้าหมายจะปลูกจิตสำนึกความดีให้คนในองค์กร และพยายามจะขยายผลให้งอกงามเริ่มจากองค์กรไปจนถึงระดับประเทศชาติ
"จนในวันหนึ่งที่เราตั้งคำถามว่าคนดีในเมืองไทยมีใครบ้าง แล้วคนจะตอบได้ว่าเป็นใคร เป็นใคร ซึ่งเรื่องอย่างนี้ต้องอาศัยความต่อเนื่อง รางวัลนี้ผมวางแผนจัดขึ้นทุกปี ไม่จัดเพียงปีสองปีแล้วหยุดไป เพราะไม่เช่นนั้นคนก็จะลืม"









