บสก.ห่วงความแข็งแรงของเศรษฐกิจไทย ที่อ่อนแอ รัฐบาลไม่มีอำนาจเต็มที่ พร้อมปรับยุทธศาสตร์ ขนทรัพย์ราคาถูกขายผู้มีรายได้น้อย
นายกฤษณ์ เสสะเวช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (บสก.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ บสก.ยังคงยึดเป้าหมายการเรียกเก็บการชำระเงินสด ไว้ที่ 17,078 ล้านบาท เติบโต 2.85% เหมือนเดิม ในจำนวนนี้เป็นการเรียกเก็บเงินสด จากหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ เอ็นพีแอล 9,279 ล้านบาท ในขณะที่ยอดเรียกเก็บเงินสดจาก ทรัพย์สินรอการขาย หรือ เอ็นพีเอ 7,799 ล้านบาท สอดคล้องกับผลประกอบการไตรมาสแรก แสดงให้เห็นว่ายังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยสามารถมีผลเรียกเก็บการชำระเงินสดอยู่ที่ 4,400 ล้านบาท เติบโตจากช่วงเดียวกัน 8-10% ถือว่ายังไปได้อยู่ เพราะจากการสำรวจความต้องการของประชาชนยังต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ดีกว่าไปเช่า และ การผ่อนกับบสก.ถือว่าถูกกว่าเช่าแถมได้เป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์อีกด้วย
แม้ว่าภาพรวมของระบบเศรษฐกิจไทย ในขณะนี้เริ่มอ่อนแอลงซึ่งอาจเป็นผลมาจากการที่รัฐบาลไม่มีอำนาจเต็มที่ในการบริหารจัดการทำให้ไม่สามารถจัดทำงบประมาณในการเบิกจ่ายได้เต็มที่ส่งผลได้การเบิกจ่ายงบประมาณทำได้ไม่เต็มที่อีกด้วยเงินที่จะถึงประชาชนก็ช้า หากระบบเศรษฐกิจไทยยังเป็นแบบนี้อีก 4-5 เดือนจะทำให้ความแข็งแรงของระบบเศรษฐกิจอ่อนแอเพิ่ม
จากตัวเลขผลประกอบการของระบบสถาบันการเงิน ไตรมาสแรก พบว่ามีผลประกอบการที่ลดลง แต่ เอ็นพีแอล นั้นยังไม่ได้เพิ่มซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่จากนี้ไปก็เกรงว่าสภาพคล่องในระบบจะมีปัญหา เพราะแบงก์เริ่มมีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากกว่าเดิม ในภาคของอสังหาริมทรัพย์ หลายโครงการก็เลื่อนการเปิดโครงการ ในขณะที่คนจองแล้วก็มีการเลื่อนการโอนด้วยเช่นกันเพราะการซื้อบ้านถือว่าเป็นภาระผูกพันระยะยาว ซึ่งลูกค้าหรือผู้จองซื้อบ้านเองก็ต้องมั่นใจว่าจะมีรายได้ มีงานทำอยู่
“ทุกวันนี้ทุกคนชะลอกันหมดแม้กระทั่งผู้ประกอบการก็ยังชะลอการเปิดตัวโครงการใหม่ๆ คนที่จะซื้อบ้านใหม่ก็ชะลอออกไป การซื้อบ้านต่างจากการซื้อรถ รถยนต์ ผ่อน 5 ปีก็หมดแต่บ้านไม่ใช่ อย่างน้อยๆ ก็ต้อง 10 ปีขึ้นไปนอกจากนี้ปัจจัยที่น่าเป็นห่วงอีกเรื่องหนึ่ง คือ หนี้ภาคครัวเรือน ที่มีทิศทางปรับตัวเพิ่ม”
เขา ย้ำว่า เมื่อสถานการณ์ต่างๆ เป็นเช่นนี้ บสก.ก็มีความกังวลเช่นกัน แต่ก็ได้ปรับยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการนำทรัพย์ เอ็นพีเอ ที่เป็นคอนโด ราคาถูก ออกมาเสนอขายให้กับผู้มีรายได้น้อยได้เป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ ล่าสุดได้นำคอนโด จำนวน 1,660 ยูนิต ออกมาเสนอขาย ในงาน ”มหกรรมคอนโดBAM2557” เพื่อตอกย้ำผู้นำแคมเปญ 3 ถูก คือ ถูกที่ ถูกใจ และถูกเวลา โดยจะเปิดขายระหว่าง 1-31 พ.ค.นี้ ทรัพย์ที่นำมาเสนอขายครั้งนี้มีมูลค่า เฉลี่ยยูนิตละ 300,000-500,000 บาท และคาดว่าจะมียอดขาย 200 ยูนิต คิดเป็นมูลค่า ประมาณ 100 ล้านบาท
"ส่วนเรื่องการซื้อเอ็นพีแอลเพิ่ม นั้น ในปีนี้บสก.ยังเดินหน้าซื้อต่อ เพราะถือว่าเป็นหน้าที่ แม้ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมจะเป็นเช่นนี้ บสก.ก็ไม่ชะลอในการซื้อ เพราะเป็นธุรกิจของบสก. ส่วนจะมีเอ็นพีแอลในระบบเพิ่มหรือไม่นั้น ณ ขณะนี้คาดว่ายังไม่น่าจะเพิ่ม เพราะแบงก์เข้มเรื่องคุณภาพลูกหนี้ แต่สินเชื่อคาดว่าไม่น่าจะโต ภาวะแบบนี้ใครประคองตัวให้รอดได้ก็โอเคแล้ว"









