"ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์" กำหนดราคาไอพีโอ 6.90 บาท เปิดจองขายปลายเดือนนี้ และเข้าเทรด 8 พ.ค. ผู้บริหารชูจุดแข็งหนี้เสียต่ำเพียง 3.7%
นายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.เอเซีย พลัส (ASP) ในฐานะแกนนำผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย ในการเสนอขายหุ้น บริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 1979 (SAWAD) กล่าวว่า บริษัทสรุปราคาขายหุ้นไอพีโอ 6.90 บาท โดยเสนอขาย 250 ล้านหุ้น พาร์ 1 บาท แบ่งเป็นเสนอขายให้นักลงทุนสถาบัน 100 ล้านหุ้น ให้ผู้มีอุปการคุณ 60 ล้านหุ้น และเสนอขายประชาชนทั่วไป 90 ล้านหุ้น
ราคาหุ้นที่เสนอขาย 6.90 บาท คิดเป็นพีอี 11.9 เท่า มีส่วนลดให้นักลงทุน 23.7% และจะเปิดให้จองซื้อวันที่ 28-30 เม.ย. และเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์วันที่ 8 พ.ค.นี้
ส่วนนายเล็ก สิขรวิทย์ กรรมการผู้อำนวยการ บล.เอเซีย พลัส กล่าวเสริมว่า ช่วงที่ผ่านมา บริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 1979 ได้นำเสนอข้อมูลแก่สถาบันหลายแห่ง และได้รับความสนใจมาก จุดเด่นอยู่ที่กำไรสุทธิที่สูงระดับ 31% รวมถึงแนวโน้มของธุรกิจมีศักยภาพการเติบโตดี โดยเป็นบริษัทที่อยู่ในกลุ่มสินเชื่อที่เน้นกลุ่มลูกค้าในการนำเงินไปหมุนเวียนทำกิจการ เช่น กลุ่มพ่อค้าแม่ค้า ชาวสวน มอเตอร์ไซค์รับจ้าง เป็นต้น โดยต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ซึ่งเป็นธุรกิจแนวใหม่
นางสาวธิดา แก้วบุตตา กรรมการ บริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 1979 (SAWAD) กล่าวว่า วัตถุประสงค์เสนอขานหุ้น เพื่อรองรับการขยายตัวในการปล่อยสินเชื่อและเงินทุนหมุนเวียน ตลอดจนชำระคืนหนี้เงินกู้บางส่วน ซึ่งจะส่งผลให้โครงสร้างทางการเงินของบริษัทแข็งแกร่งมากขึ้น และมีการเติบโตทางธุรกิจต่อเนื่องในระยะยาวภายใต้การบริหารจัดการความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ
แผนธุกรกิจปีนี้ บริษัทตั้งเป้าการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ 30% หรือเพิ่มขึ้นเป็น 8 พันล้านบาท จากปีก่อนอยู่ที่ 5.7 พันล้านบาท และอีก 5 ปี คาดพอร์ตสินเชื่อจะขยายตัวถึง 1 หมื่นล้านบาท จากการขยายตัวของฐานลูกค้าและขยายสาขา ตั้งเป้าเพิ่มสาขาเป็น 1,000 แห่ง ภายใน 3 ปีจากนี้ จากปัจจุบันมี 602 สาขา และสิ้นปีนี้ จะเพิ่มขึ้นเป็น 702 สาขา โดยจะใช้งบลงทุนปีนี้เพื่อขยายสาขา 30 ล้านบาท
เธอกล่าวว่า การชะลอตัวทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน ไม่ส่งผลกระทบต่อบริษัท ทั้งการขยายสินเชื่อ และการควบคุมหนี้เสีย เพราะบริษัทตั้งสำรองหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ในระดับที่เพียงพอรองรับความเสี่ยง ปัจจุบันเอ็นพีแอลอยู่ 3.7%
"จากการสำรวจข้อมูลตัวเลขการผิดนัดชำระหนี้ ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทได้เพิ่มความเข้มงวดในการเข้าถึงลูกค้า เพื่อตรวจสอบความสามารถชำระหนี้ของลูกค้าใกล้ชิด"
บล.โกลเบล็ก กล่าวว่า ฝ่ายวิจัยได้ประเมินราคาเหมาะสมปีนี้ของศรีสวัสดิ์ฯ ที่ 8.60 บาท จุดเด่นของบริษัทคือ เป็นผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อยแบบมีหลักประกันมากว่า 30 ปี สิ้นปี 2556 มียอดจัดสินเชื่อคงเหลือ 5.5 พันล้านบาท มีสัดส่วนของหลักประกันที่เป็นรถยนต์ 52% รถจักรยานยนต์เก่าและใหม่ 29% บ้านพร้อมที่ดิน 13% โครงสร้างรายได้หลักมาจากเงินให้กู้ยืม 54% จากสัญญาเช่าซื้อ 22% และรายได้อื่น 24% การมีประสบการณ์ในการทำธุรกิจมานานทำให้บริษัทสามารถบริหารความเสี่ยงได้ดี และการมีอัตราส่วนการให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV) เพียง 30-70% ทำให้มีความเสี่ยงต่ำ
"คาดว่าปีนี้ กำไรจะเติบโตอีก 20% ตามการเติบโตของพอร์ตลูกหนี้ ซึ่งเป็นผลจากการเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่องตามเป้าเพิ่มสาขาปีละ 100 แห่ง ฝ่ายวิจัยใช้สมมติฐานการเติบโตของรายได้เท่ากับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปีที่ระดับ 20% และคาดการณ์รายได้ดอกเบี้ยราว 1.7 พันล้านบาท ด้วยสมมติฐานส่วนต่างดอกเบี้ยที่คาดจะลดลงเหลือ 22% และค่าใช้จ่ายต่อรายได้ที่ลดลงต่อเนื่องสู่ระดับ 48.6% ส่งผลให้คาดการณ์กำไรสุทธิปีนี้ 717 ล้านบาท เติบโต 25% โดยอาร์โออีสูงถึง 33% สูงกว่ากลุ่มเป็นระดับที่น่าสนใจ"









