เผย "เวิลด์แก๊ส" ผนึก "ปิคนิค" ควบรวมกิจการเบ็ดเสร็จ บอร์ดไฟเขียวเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้น จัดสรร 1 หุ้นเดิมปิคนิคต่อ 0.45 หุ้นใหม่
รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัท ปิคนิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PICNI ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ว่า คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติให้นำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อพิจารณาดำเนินการควบบริษัทระหว่าง ปิคนิค และบริษัท เวิลด์แก๊ส (ประเทศไทย) จำกัด (WG) โดยจะมีการจัดสรรหุ้นของบริษัทใหม่ให้แก่ผู้ถือหุ้นของปิคนิค และผู้ถือหุ้นของเวิลด์แก๊ส ในอัตราส่วน 1 หุ้นเดิมในปิคนิค ต่อ 0.452795821 หุ้นในบริษัทใหม่ และ 1 หุ้นเดิมในเวิลด์แก๊ส ต่อ 70.729660964 หุ้นในบริษัทใหม่
ทั้งนี้ นายพิศาล พุ่มพันธุ์ม่วง ได้แสดงเจตจำนงเป็นผู้รับซื้อหุ้น จากผู้ถือหุ้นของบริษัทที่คัดค้านการควบรวมบริษัท ในราคาที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยครั้งสุดท้าย ก่อนวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2557 ของบริษัท ราคารับซื้อจะไม่เกินกว่า 1 บาทต่อหุ้น และบริษัทแต่งตั้งบริษัท แคปปิตอล แอ๊ดแวนเทจ จำกัด เป็นที่ปรึกษาการเงินอิสระ เพื่อให้ความเห็นแก่ผู้ถือหุ้นในการพิจารณาลงมติเกี่ยวกับการควบบริษัท
สำหรับบริษัทใหม่จะมีทุนจดทะเบียนเท่ากับ 2,760.56 ล้านบาท ปัจจุบัน ปิคนิค มีทุนจดทะเบียน 2,000 ล้านบาท ประกอบธุรกิจค้าก๊าซปิโตรเลียมเหลว ภายใต้เครื่องหมายการค้า "ปิคนิคแก๊ส" โดยจำหน่ายผลิตภัณฑ์ก๊าซปิโตรเลียมเหลวในลักษณะเป็น BULK ให้กับสถานีบริการก๊าซปิโตรเลียมเหลว โรงงานอุตสาหกรรม โรงบรรจุก๊าซ ปิคนิค มีคลังเก็บก๊าซปิโตรเลียมเหลว 2 แห่ง ได้แก่ คลังเก็บก๊าซปิโตรเลียมเหลว ที่อ.บางจะเกร็ง จ.สมุทรสงคราม ซึ่งมีความจุสูงสุด 1,870 ตัน และมีอัตราการจ่ายก๊าซสูงสุด 1,200 ตันต่อวัน จากจำนวนหัวจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวทั้งหมด 6 หัวจ่าย และคลังเก็บก๊าซปิโตรเลียมเหลว ที่อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง ซึ่งมีความจุสูงสุด 180 ตัน และมีอัตราการจ่ายก๊าซสูงสุด 600 ตันต่อวัน จากจำนวนหัวจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว 1 หัวจ่าย
ขณะที่มีบริษัทย่อยทั้งหมด 2 บริษัท ได้แก่ (1) PICNIC Corporation (Singapore) PTE. LTD. ประกอบธุรกิจค้าก๊าซปิโตรเลียมเหลว และ (2) บริษัท ปิคนิค มารีน จำกัด ประกอบธุรกิจบริการขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลวทางเรือ และมีบริษัทร่วม 1 บริษัท ได้แก่ บริษัท เอ็นเนซอล จำกัด ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้า และพลังงานความร้อน
นอกจากนี้ปิคนิคมีนโยบายการดำเนินธุรกิจที่เติบโตอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง ด้วยการขยายฐานลูกค้าและมีแผนที่จะเพิ่มจำนวนหัวจ่ายที่คลังเก็บก๊าซปิโตรเลียมเหลวที่ อ.บางจะเกร็ง จ.สมุทรสงคราม เพื่อรองรับการเติบโตของยอดขาย ในอนาคต
ส่วน เวิลด์แก๊ส ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 760.56 ล้านบาท ประกอบธุรกิจค้าก๊าซปิโตรเลียมเหลว ภายใต้เครื่องหมายการค้า "เวิลด์แก๊ส" โดยจำหน่ายให้กับลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรม กลุ่มสถานีบริการก๊าซปิโตรเลียมเหลว และโรงบรรจุก๊าซ โดย เวิลด์แก๊ส มีคลังเก็บก๊าซปิโตรเลียมเหลว 2 แห่ง ได้แก่ คลังเก็บก๊าซปิโตรเลียมเหลว ที่อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งมีความจุสูงสุด 2,780 ตัน และมีอัตราการจ่ายก๊าซสูงสุด 3,072 ตันต่อวัน จากหัวจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวทั้งหมด 10 หัวจ่าย และมีคลังเก็บก๊าซปิโตรเลียมเหลว ที่ตำบลท่าพระ อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ซึ่งมีความจุสูงสุด 60 ตัน และมีอัตราการจ่ายก๊าซสูงสุด 230 ตันต่อวัน จากหัวจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว 1 หัวจ่าย
มีบริษัทย่อย 2 บริษัท ซึ่งได้แก่ (1) บริษัท อุตสาหกรรม เอส.ซี.เอส. จำกัด ประกอบธุรกิจค้าก๊าซปิโตรเลียมเหลว และ (2) บริษัท อีเกิ้ล อินเตอร์ทรานส์ จำกัด ประกอบธุรกิจบริการขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว และมีบริษัทร่วมอีก 1 บริษัท ได้แก่ บริษัท สอง ส.ปิโตรเลียม จำกัด ประกอบธุรกิจสถานีบริการ และ เวิลด์แก๊ส มีนโยบายการดำเนินธุรกิจที่เติบโตอย่างมั่นคงและต่อเนื่องด้วยการขยายฐานลูกค้า และมีแผนที่จะสร้างคลังเก็บก๊าซปิโตรเลียมเหลวเพิ่มอีกจำนวน 4 แห่ง ได้แก่ อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา, อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์, อำเภอจักราช จังหวัดนครราชสีมา และอำเภอบ้านแฮด จังหวัดขอนแก่น เพื่อขยายจุดกระจายก๊าซและรองรับการเติบโตของยอดขายของ เวิลด์แก๊ส ในอนาคต
ทั้งนี้ จากผลการศึกษาพบว่า บริษัทใหม่จะได้ผลประโยชน์เพิ่มเติมจากการสร้างมูลค่าเพิ่มจากการรวมธุรกิจ (SYNERGY) ระหว่าง ปิคนิค และ เวิลด์แก๊ส ซึ่งเกิดจากการลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มรายได้จากการใช้ ทรัพยากรและ สินทรัพย์ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพจากการใช้คลัง เก็บก๊าซปิโตรเลียมเหลว ร่วมกัน เป็นต้น มูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) ของ SYNERGY อยู่ที่ประมาณ 625 ล้านบาท โดยคำนวณจากประมาณการผลประโยชน์เพิ่มเติมที่คาดว่าจะได้รับภายหลังการควบรวมบริษัทบนอัตราคิดลดที่ 10 %
ส่วนมูลค่าส่วนเพิ่มที่คาดว่า ปิคนิค จะได้รับจากการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการและสร้าง มูลค่าเพิ่มจากการรวมธุรกิจ (SYNERGY) ตามการศึกษานั้น ยังไม่ได้รวมมูลค่าเพิ่มอื่นๆ ที่ ปิคนิค อาจ ได้รับจากการควบรวม การสร้างศักยภาพในการแข่งขัน บริษัทใหม่ จะมีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 1 ของผู้ค้าก๊าซปิโตรเลียมเหลวในพื้นที่กรุงเทพและ ปริมณฑล โดยมีปริมาณการจำหน่ายก๊าซ 29,616 ตันต่อเดือน และเป็นอันดับ 2 ของผู้ค้าก๊าซปิโตรเลียมเหลวทั่วประเทศ โดยมีปริมาณการจำหน่ายก๊าซ 85,945 ตันต่อเดือน รองจากบริษัท ปตท (PTT )
รายงานระบุด้วยว่า ภายหลังการควบรวมกิจการ และเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แล้ว บริษัทใหม่จะยื่นคำขอเพื่อพ้นเหตุแห่งการเพิ่มถอนหลักทรัพย์ต่อตลาดหลักทรัพย์ เพื่อให้หุ้นสามัญของบริษัทใหม่กลับเข้ามาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ได้อีกครั้งหนึ่ง








