สรุปสภาวะตลาดสหรัฐและยุโรป (17 - 23 เม.ย. 2557)
สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรปขึ้น โดย S&P500 +0.7%, DAX +2.4%, FTSE +1.4% และ CAC ฝรั่งเศส +1.0% แรงหนุนของผลประกอบการ 1Q57 ของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐที่ออกมาดี เช่น เน็ตฟลิกซ์, ฮาร์เลย์-เดวิดสัน, พีแอนด์จี, ดาว เคมิคอล และโบอิ้ง ตัวเลขเศรษฐกิจออกมาดีทั้งในสหรัฐและยุโรป โดยดัชนี Richmond Fed ภาคการผลิตและยอดขายบ้านมือสองของสหรัฐฯ รวมทั้งตัวเลข Flash PMI ในยุโรปที่ส่วนใหญ่ออกมาดีกว่าคาด
สรุปสภาวะตลาดหุ้นจีน (17 - 23 เม.ย. 2557)
สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นจีนปรับตัวลง 1.8% ตัวเลขเศรษฐกิจที่ส่งสัญญาณชะลอตัวต่อเนื่อง โดยดัชนี HSBC Flash PMI ภาคการผลิตเดือน เม.ย.ที่ยังคงหดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 กอปรกับความกังวลต่อเงินทุนที่อาจไหลออกจากหุ้นเดิม หลังกลต.จีนอนุมัติการ IPO เพิ่มเติมอีกกว่า 28 บริษัท ส่งผลให้หุ้นขนาดเล็กปรับตัวลง
สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (17 - 23 เม.ย. 2557)
SET INDEX ปรับตัวขึ้นทะลุ 1,420 จุด ผลักดันโดยกระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นเอเชียเกิดใหม่อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งแรงเก็งกำไรหุ้น SCCC ที่งบออกมาดีกว่าคาด ทำให้ SCC ขยับขึ้นเด่นเช่นกัน พร้อมกับแรงเก็งกำไรหุ้นขนาดกลาง-เล็กที่มีประเด็นเก็งกำไรเฉพาะตัว เช่น SAMART, BLAND ส่งผลให้ SET INDEX ณ วันที่ 23 เม.ย. ปิดที่ระดับ 1,423.39 จุด เพิ่มขึ้น 21.55 จุด หรือ +1.54%
สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (25 - 30 เม.ย. 2557)
MBKET ลดมุมมองต่อการลงทุนในสัปดาห์หน้าเป็น “กลาง” จากตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาที่ “กลางถึงบวก” หลัง SET INDEX ทะลุแนว 1,420-1,425 จุด ส่งผลให้ Valuation ของตลาดหุ้นไทยโดยรวมมี Upside gain ที่จำกัด หาก SET INDEX จะขยับขึ้นได้ เป็นเพียงกระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้าตลาดหุ้นในเอเชียเกิดใหม่ รวมถึงตลาดหุ้นไทย อีกทั้งประเด็นเสี่ยงทางการเมืองได้ถูกยืดเวลาออกไปเป็นช่วงครึ่งแรกของเดือนพ.ค.
ด้วย Upside Gain ที่จำกัด แนวต้านด่านสำคัญ 1,430-1,435 จุด เชื่อว่ายังไม่น่าผ่านในรอบนี้ โอกาสเกิดการปรับฐานลงสู่แนว 1,380-1,400 จุดในเดือนพ.ค. มีความเป็นไปได้สูง นักลงทุนควรพิจารณาขายทำกำไรและถือเงินสดให้มากขึ้น เน้นเก็งกำไรหุ้นขนาดกลางรายตัว แบบจำกัดวงเงินแทน
ปัจจัยสำคัญในสัปดาห์หน้า
1. พัฒนาการทางการเมือง
a. การหารือระหว่าง รัฐบาล และ กกต. เพื่อกำหนดวันเลือกตั้ง เบื้องต้นกำหนดวันที่ 20 ก.ค.
b. กรณีการโยกย้าย คุณถวิล เปลี่ยนสี ศาล รัฐธรรมนูญ ให้นายกฯ รักษาการยิ่งลักษณ์ เข้าชี้แจงต่อศาลฯ ภายในวันที่ 2 พ.ค.
2. ตัวเลขการส่งออก - นำเข้าเดือนมี.ค. และ ภาพรวมเศรษฐกิจของไทย เดือนมี.ค. โดยเฉพาะการส่งออก ซึ่งถือเป็นตัวแปรสำคัญต่อการฟื้นตัวใน 2Q57
3. การประมาณการงบ และ รายงานงบ 1Q57 ของกลุ่มที่ไม่ใช่ธนาคาร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง PTTEP, SCC, DTAC
4. การประชุม FOMC วันที่ 29-30 เม.ย. ประเด็นสำคัญ คือการพิจารณาวงเงิน QE ณ ปัจจุบันอยู่ที่ US$5.5 หมื่นล้าน/เดือน
5. การประชุม BoJ วันที่ 30 เม.ย. ประเด็นที่ตลาดให้ความสนใจ คือวงเงินการเข้าซื้อสินทรัพย์ QE ณ ปัจจุบัน เท่ากับ Yen7.0 แสนล้านเยน/ปี
-----------------------------------------------------
ที่มา...บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็งฯ









