"ยรรยง"ยื่นข้อมูลป.ป.ช.โต้ข้าวหาย2ล้านตัน ซัดข้อมูล"สุภา-วิชา"คลาดเคลื่อนบัญชีไม่ถูกต้อง ไม่ได้นับรวมจำนวนข้าว2.5ล้านตัน และ2.977ล้านตัน
นายยรรยง พวงราช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เดินทางมายื่นเอกสารการตรวจนับข้าวสต๊อกรัฐบาลในโครงการรับจำนำข้าวต่อคณะกรรมการป.ป.ช.เพื่อตรวจสอบกรณีที่นายวิชา มหาคุณ กรรมการป.ป.ช.ออกมาระบุว่ามีข้าวหายในจากสต๊อคในโครงการรับจำนำข้าวจำนวน 2ล้านตัน โดยมีนายวิทยา อาคมพิทักษ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการป.ป.ช. เป็นผู้รับหนังสือ โดยนายยรรยง กล่าวว่า เนื่องจากเป็นประเด็นสำคัญในการไต่สวนข้อกล่าวหาน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของคณะกรรมการป.ป.ช.กรณีปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในโครงการจำนำข้าวจนทำให้เกิดความเสียหายในฐานะที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ซึ่งหลักฐานที่ผู้ร้องเรียนส่งมาซึ่งทราบว่าคณะกรรมการป.ป.ช.ใช้เป็นหลักฐานหลักคือ รายงานการตรวจสอบของคณะอนุกรรมการปิดบัญชีของน.ส.สุภา ปิยะจิตติ
เนื่องจากประเด็นความเสียหายว่ามีมากหรือน้อยเพียงใดเป็นประเด็นสำคัญ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าในรายงานการตรวจการปิดบัญชีคณะอนุฯของน.ส.สุภา ในการปิดบัญชีครั้งที่สองเมื่อเดือนมกราคมปี 2556 ไม่ได้นับข้าวในสต๊อกของรัฐบาลจำนวน 2 ล้านกว่าตัน ในวันที่ 11 มกราคม 2556 รวมเข้าในรายงานการตรวจสอบของคณะอนุฯปิดบัญชี จำนวน 2.5 ล้านตัน ทำให้จำนวนที่ตรวจสอบขาดทุนหรือมีตัวเลขเสียหายถึง 2 แสนล้านบาท แต่ถ้านำจำนวนข้าวที่ไม่นับรวมจำนวน 2.5 ล้านตัน จะขาดทุนเพียงแสนล้านเท่านั้น
นายยรรยง กล่าวว่า นอกจากนี้การปิดบัญชีครั้งที่สามเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2556 ก็ปรากฎว่าข้าวที่ขาดที่ไม่ได้นับรวมอีกมีจำนวน 2.977 ล้านตัน เพราะฉะนั้นถ้าคณะอนุฯปิดบัญชีนับรวมตัวเลขข้าวในสต๊อกทั้งการนับครั้งที่สองและครั้งที่สาม จะพบว่าตัวเลขปริมาณความเสียหายหรือขาดทุนก็จะมีจำนวนไม่มาก เพราะตัวเลขขาดทุนไม่มากตามที่บอกว่า 3 แสน 3 หมื่นล้านบาท
นายยรรยง กล่าวว่า ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรี สั่งการให้ตรวจสอบโดยพล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ก็รายงานกลับมาว่าข้าวในสต๊อกจำนวน 2.5 ล้านตันก็ไม่ได้ขาด เพราะฉะนั้นถ้าจะเอาบัญชีของน.ส.สุภา ก็จะเป็นบัญชีที่ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อน ซึ่งสอดรับกับนายวิชา ที่ไปให้ข้อเท็จจริงในการประชุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 5 เม.ย. ที่ผ่านมาว่าข้าวหายไป 2 ล้านตัน ดังนั้นความเสียหายจะมากหรือน้อยเพียงใดก็อยู่ที่ตัวเลขสต๊อกข้าวที่มายื่นให้คณะกรรมการป.ป.ป.ช.ตรวจสอบในวันนี้
"เรากลัวว่าคณะกรรมการป.ป.ช.จะไปถือตัวเลขคณะอนุกรรมการ ปิดบัญชีของน.ส.สุภา ที่รายงานมา หรือตามที่นายวิชาได้ให้สัมภาษณ์ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไป ซึ่งถ้าถือตามนั้นก็จะเป็นตัวเลขที่ไม่ถูกต้อง เพราะทางรัฐบาลได้มีการตรวจสต๊อคตลอดเวลา ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโครงการรับจำนำข้าวเป็นคนสุดท้ายในกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งครั้งสุดท้ายที่กระทรวงพาณิชย์ได้ตรวจสต๊อกโดยผ่านคณะอนุกรรมการตรวจสอบและติดตามโดยมีนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล ปฎิบัติหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน โดยตรวจสอบในช่วงระหว่างวันที่ 17-28 มีนาคม 2557 ข้าวก็อยู่ครบ คือ จำนวน 18.72 ล้านตัน แต่ที่ตรวจไม่ได้คือที่คลังที่รมยาอยู่จำนวน 1.19 ล้านตัน ซึ่งเมื่อตรวจสอบภายหลังก็พบว่าอยู่ครบ ซึ่งนายกรัฐมนตรีเป็นผู้สั่งให้ตรวจสอบประเด็นนี้ จึงเป็นประเด็นสำคัญเพราะอาจจะนำไปสู่การวินิจฉัยที่ผิดพลาดต่อไป โดยถือเอาข้อมูลหรือข้อเท็จจริงที่เป็นรายงานการตรวจสอบที่เป็นรายงานของคณะอนุกรรมการ ปิดบัญชีของน.ส.สุภา หรือตามที่กรรมการป.ป.ช.ท่านหนึ่งไปให้สัมภาษณ์ก็จะกลายเป็นว่าข้อมูลข้อเท็จจริงไม่ถูกต้อง"นายยรรยง กล่าว
นายยรรยง กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้ถูกไต่สวนก็จะขอความกรุณาขอให้คณะกรรมการป.ป.ช.ได้จัดให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ตรงกันให้ถูกต้อง ไม่ว่าคณะกรรมการป.ป.ช.จะให้ดุลพินิจในการตรวจสอบอย่างไร เช่น การตรวจสอบข้อเท็จจริงนอกสถานที่ เพราะฉะนั้นนายกรัฐมนตรี ต้องการให้คณะกรรมการป.ป.ช.ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ถูกต้อง โดยเฉพาะการตรวจสอบนอกสถานที่ เช่น การสุ่มตรวจในสถานที่ที่คณะกรรมการเห็นว่าอาจจะมีการทุจริตเกิดขึ้น หรือตรวจทั้งประเทศ ซึ่งรัฐบาล กระทรวงพาณิชย์ องค์การคลังสินค้า อ.ต.ก. ปลัดกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง โปร่งใส ตรวจสอบได้ ทุกฝ่ายร่วมกันตรวจสอบได้ และสามารถที่จะให้ข้อมูลแก่สังคม ประชาชนได้ถูกต้องครบถ้วน เพราะไม่อยากให้คณะกรรมการป.ป.ช. ประชาชนทั่วไป ที่คลางแคลงใจทั้งฝ่ายการตรวจสอบและรัฐบาล ทั้งนี้ไม่ได้ต้องการประวิงเวลาแต่อย่างใด
เมื่อถามว่า เป็นความบกพร่องในการตรวจนับของคณะอนุฯที่มีน.ส.สุภา นายยรรยง กล่าวว่า เขาไม่ได้นับรวมจำนวนข้าว 2.5 ล้านตัน และ 2.977 ล้านตัน ของรอบที่สองและสาม ส่วนจะบกพร่องหรือไม่ ไม่ทราบ แต่การที่ไม่ได้นับรวมข้าวจำนวนดังกล่าว ทำให้ดูเหมือนว่าโครงการรับจำนำข้าวมีความเสียหายมาก ดังนั้นจึงต้องการให้คณะกรรมการป.ป.ช.ลงไปตรวจสอบว่าข้าวหายไปจากสต๊อกรัฐบาลจริงหรือไม่
เมื่อถามว่าจะบอกว่าข้อมูลของคณะอนุกรรมการของน.ส.สุภา ที่คณะกรรมการป.ป.ช.ใช้อ้างอิง มันผิดไม่สามารถเอามาอ้างอิงได้ใช่หรือไม่ นายยรรยง กล่าวว่า ใช่ครับ เพราะความจริงแล้ว น.ส.สุภาต้องรายงานต่อกขช.โดยตรงเพื่อให้ตรวจสอบว่าข้าวขาดไปจากสต๊อกจริงหรือไม่ เพราะคณะอนุกรรมการเป็นคนที่กขช.เป็นผู้แต่งตั้ง จึงต้องรายงานต่อกขช. ซึ่งการไม่นำข้าวจำนวนดังกล่าวมาปิดบัญชี ก็จะทำให้สังคมได้รับข้อมูลผิดๆ









