ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล ประเมินยืดเยื้อปลายปี จีดีพีเสี่ยงติดลบ 'ยิ่งลักษณ์'ถกหน่วยงานจัดเก็บรายได้วันนี้ ผวาพลาดเป้า กระทบรายจ่ายภาครัฐ
ทีมเศรษฐกิจรัฐบาลประเมินเลือกตั้งช้า ผลกระทบต่อเศรษฐกิจมากขึ้น ยืดเยื้อปลายปีมีโอกาสจีดีพีติดลบ ด้านสำนักงบ คาดงบปี 2558 ประกาศใช้อย่างเร็วเดือนเม.ย. 2558 ขณะที่ 'ยิ่งลักษณ์' ห่วงจัดเก็บรายได้ ถก 3 หน่วยงานเก็บภาษีวันนี้
ทีมเศรษฐกิจรัฐบาลประเมินผลกระทบการเมืองต่อเศรษฐกิจ โดยระบุว่าหากเลือกตั้งล่าช้าออกไปจากเดือนมิ.ย. นี้ จะมีความเสี่ยงมากขึ้น ทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ในปีนี้ติดลบ
ก่อนหน้านี้ หน่วยงานด้านเศรษฐกิจภาครัฐและเอกชนได้ประเมินผลกระทบเช่นเดียวกัน โดยส่วนใหญ่เห็นว่ารัฐบาลใหม่ยังไม่สามารถตัดตั้งได้ในครึ่งปีแรก และผลจากการเมืองดังกล่าวได้ทำการปรับประมาณการจีดีพีในปีนี้ลง โดยคาดว่าจะขยายตัวระดับ 1.5-3.0% ขึ้นกับสมมติฐานของแต่ละหน่วยงาน
การประเมินภาวะเศรษฐกิจของรัฐบาล เกิดขึ้นในช่วงที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อยู่ระหว่างการกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ โดยจะหารือกับรัฐบาลในปลายเดือนนี้
นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ที่ประชุมคณะทำงานเศรษฐกิจของรัฐบาลได้มีการพิจารณาสภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยในไตรมาสที่ 1/2557 ภายหลังเศรษฐกิจของไทยได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง โดยที่ประชุมฯ ได้พิจารณาตัวเลขประมาณการผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของปี 2557 ที่หน่วยงานต่างๆ ได้มีการคาดการณ์ ทั้งนี้นอกจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้ปรับลดการขยายตัวของเศรษฐกิจลงเหลือ 3- 4%
"ตัวเลขประมาณการของหน่วยงานต่างๆ ก็รายงานประมาณการขยายตัวเศรษฐกิจอยู่ที่ 2-3% และมีอยู่หน่วยงานหนึ่งที่คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวได้เพียง 1% เท่านั้น"
งบประมาณปี 2558 ล่าช้าปีหน้า
นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า ความขัดแย้งทางการเมืองที่ยืดเยื้อได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในด้านต่างๆ ซึ่งเป็นปัญหาเฉพาะหน้าที่จะต้องมีการแก้ไข อย่างไรก็ตามในระยะต่อไปสิ่งที่น่ากังวลก็คือความล่าช้าของการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีปี 2558 ซึ่งเกิดจากการเลือกตั้งที่ล่าช้า ทำให้ไม่มีรัฐบาลและสภาฯที่จะมาทำหน้าที่อนุมัติงบประมาณปี 2558
ทั้งนี้ ตามที่สำนักงบประมาณรายงานให้ที่ประชุมทราบระบุว่าตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คาดการณ์ว่าจะสามารถจัดการเลือกตั้งได้ประมาณวันที่ 28 ก.ค. 2557 คาดว่า พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 จะประกาศใช้ได้ในวันที่ 1 เม.ย. 2558 ซึ่งล่าช้าไปจากปฏิทินปีงบประมาณเดิมหลายเดือน
“การใช้เงินงบประมาณไปพลางก่อนจะสามารถเบิกจ่ายได้เฉพาะเงินงบประมาณรายจ่ายประจำ ซึ่งจะทำให้เงินรายจ่ายจากการลงทุนภาครัฐไม่สามารถลงสู่ระบบเศรษฐกิจได้ยกเว้นรายการงบประมาณที่ผูกพันข้ามปี ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมาก ยังไม่นับว่าหากการผ่าน พ.ร.บ.งบประมาณล่าช้ากระทบกับการลงทุนรัฐวิสาหกิจด้วยก็จะส่งผลต่อเศรษฐกิจมากขึ้นไปอีก คนไทยทุกคนก็ต้องมาช่วยกันคิดว่าจะเอายังไงต่อไปเมื่อสถานการณ์เป็นแบบนี้ตอนนี้ปัญหาเศรษฐกิจคือปัญหาใหญ่ที่สุด” นายนิวัฒน์ธำรง กล่าว
เลือกตั้งช้า เศรษฐกิจเสี่ยงติดลบ
การเลือกตั้งในเดือนก.ค. นี้ ก็ถือว่าล่าช้าเกินไปในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังเผชิญกับวิกฤติมากขึ้นเรื่อยๆ และเริ่มมีสัญญาณของการหยุดกิจการซึ่งจะกระทบต่อการจ้างงาน โดยขณะนี้เศรษฐกิจขับเคลื่อนได้โดยการส่งออกที่ขยายตัวตามเศรษฐกิจโลกที่เติบโต 3-4% เท่านั้น
"ทางที่ดีควรจะมีการเลือกตั้งในเดือนมิ.ย. ที่จะถึงนี้หรือเร็วที่สุดภายใน 45-60 วัน ซึ่งจะนำไปสู่การมีรัฐบาลใหม่ที่จะสามารถเข้ามาขับเคลื่อนและแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังได้"
นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า หากสามารถจัดการเลือกตั้งได้ในเดือนมิ.ย. 2557 แนวโน้มที่เศรษฐกิจจะขยายตัวได้ 3% นั้น ยังมีอยู่ หากมีการเลือกตั้งในเดือนก.ค. เศรษฐกิจไทยอาจขยายตัวได้ในระดับ 2% แต่หากล่าช้าออกไปอีก ก็จะกระทบต่อเศรษฐกิจมากขึ้นและเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจจะขยายตัวเพียง 1% หรือการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปีนี้อาจติดลบได้
ถกหน่วยงานเศรษฐกิจกระตุ้นส่งออก
นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวอีกว่า ในวันจันทร์ที่ 28 เม.ย. นี้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะเรียกประชุมหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งคาดว่าจะมีการหารือเกี่ยวกับแนวทางการเปิดตลาดใหม่ การเร่งรัดและการเตรียมความพร้อมเจรจาเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) และ สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) หลังจากนั้นจะหารือแนวทางการแก้ปัญหาเศรษฐกิจกับหน่วยงานอื่นๆ ต่อไป
“แม้ว่าเราจะเป็นรัฐบาลรักษาการ แต่ก็จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ และไม่ผิดกฎหมาย” นายนิวัฒน์ธำรง กล่าว
นายกฯ ถกคลังห่วงรายได้ร่วงหนัก
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความเป็นห่วงการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลว่าอาจไม่เป็นไปตามเป้า จึงได้เรียกประชุม 3 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กรมสรรพสามิต กรมสรรพากร และ กรมศุลกากรในวันที่ 23 เม.ย. 2557
กระทรวงการคลัง รายงานว่า การจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลในช่วง 5 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2557 (ต.ค. 2556-ก.พ. 2557) รัฐบาลมีรายได้ 785,479 ล้านบาท ต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 34,358 ล้านบาท หรือ 4.2% ในขณะที่ การเบิกจ่ายเงินงบประมาณ 1,218,646 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 72,545 ล้านบาท หรือ 6.3%
นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า มีความเป็นไปได้สูงที่นายกรัฐมนตรีจะเข้าประชุมด้วย เพื่อสอบถามข้อมูล ปัญหาและอุปสรรคในการทำงานด้วยตัวเอง
“แม้การจัดเก็บรายได้จะต่ำกว่าเป้า แต่ประเทศไทยจะไม่มีปัญหาเรื่องเงินคงคลัง เนื่องจากมีเงินกว่า 1 แสนล้านบาท ที่เป็นงบประมาณผูกพันข้ามปี เพียงแต่เงินที่หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ จะมีน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งทั้งหมดเป็นปัญหามาจากสถานการณ์ทางการเมือง” นายกิตติรัตน์ กล่าว









