คาดการดำเนินงาน 1Q57 ฟื้นตัวจากธุรกิจการกลั่น
คาดเบื้องต้นกำไรสุทธิไม่ต่ำกว่า 1.2 พันล้านบาท
เราคาดว่า ผลประกอบการของ TOP จะฟื้นจากผลขาดทุน 14 ล้านบาทใน 4Q56 กลับมามีกำไรใน 1Q57 แม้ว่ากลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีจะได้รับผลกระทบจากส่วนต่างราคาพาราไซลีน (Px-Naphtha) ที่ปรับตัวลดลงกว่า 30% QoQ แต่การฟื้นตัวของส่วนต่างราคาเบนซีน (Bz-Naphtha) จะช่วยลดผลกระทบบางส่วน (TOP มีกำลังการผลิตพาราไซลีน 5.27 แสนตันต่อปี และ เบนซีนอยู่ที่ 2.59 แสนตันต่อปี) นอกจากนี้ค่าการกลั่นฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งจะทำให้กลุ่มธุรกิจการกลั่นซึ่งเป็นธุรกิจหลัก (EBITDA จากกลุ่มธุรกิจการกลั่นคิดเป็น 56% ของทั้งหมด) กลับมามีผลประกอบการที่แข็งแกร่ง โดยในเบื้องต้น เราคาดว่า TOP จะมีกำไรสุทธิไม่ต่ำกว่า 1.2 พันล้านบาท
ธุรกิจการกลั่นหนุนผลประกอบการฟื้นตัว
ใน 1Q57 ค่าการกลั่นในตลาดสิงค์โปร์เฉลี่ยที่ 6.2 เหรียญต่อบาร์เรล ปรับเพิ่มขึ้น 46% QoQ เนื่องจากค่าการกลั่นน้ำมันเบนซีนปรับเพิ่มกว่าเท่าตัวหลังการนำเข้าน้ำมันเบนซินของประเทศในภูมิภาค โดยเฉพาะประเทศอินโดนีเซียกลับมาสู่ระดับปกติของค่าเฉลี่ยของภูมิภาคหลังจากชะลอการนำเข้าใน 4Q56 ด้านอัตราการกลั่นใน 1Q57 ยังน่าจะทรงตัวใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนที่ 101% เนื่องจากไม่มีแผนหยุดซ่อม ทำให้เราคาดว่าค่าการกลั่นพื้นฐานของ 1Q57 จะไม่ต่ำกว่า 4.5 เหรียญต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 4Q56 ซึ่งเฉลี่ยที่เพียง 1.9 เหรียญต่อบาร์เรล
ค่าการกลั่นยังปรับเพิ่ม แม้กำลังเข้าสู่ Low Season
ในระยะถัดไป เราประเมินว่า ค่าการกลั่นยังอยู่ในทางขาขึ้น โดยได้รับอานิสงค์จากโรงกลั่นในประเทศญี่ปุ่นที่มีแผนยกเลิกการกลั่นตามแผนกว่า 3.8 แสนบาร์เรลต่อวัน รวมทั้งใน 2Q57 ยังคาดว่าจะมีโรงกลั่นในจีนและออสเตรเลียที่มีการทยอยยกเลิกการกลั่น กำลังการผลิตรวมกว่า 2 แสนบาร์เรลต่อวัน ทำให้ค่าการกลั่นตลาดสิงค์โปร์ยังคงปรับเพิ่ม แม้ปกติไตรมาส 2 จะเป็น Low Season ของธุรกิจการกลั่น โดยค่าการกลั่น 2Q57 (Qtd) ยังคงสูงถึง 6.6 เหรียญต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 5%QoQ
ปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อเก็งกำไร” จากผลประกอบการฟื้นตัว
ก่อนหน้านี้เราปรับลดน้ำหนักการลงทุนของ TOP ลงจากแนวโน้มธุรกิจอโรเมติกส์ที่อ่อนแอและเชื่อว่าความเสี่ยงดังกล่าวยังคงมีอยู่ในช่วงครึ่งปีหลัง แต่จากแนวโน้มผลประกอบการ 1Q57 ที่คาดว่าจะฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญจากกลุ่มธุรกิจโรงกลั่นที่กลับมาแข็งแกร่งหลังค่าการกลั่นปรับเพิ่ม อีกทั้งราคาหุ้นที่ปรับลดกว่า 16% ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา น่าจะสะท้อนความเสี่ยงของธุรกิจอโรเมติกส์ไประดับหนึ่งแล้ว เราจึงมองว่าเป็นจังหวะที่ดีต่อการกลับเข้าลงทุนระยะสั้น และปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อเก็งกำไร” จากเดิม “ถือ”









