ตลาดหลักทรัพย์ ยอมรับตรวจสอบการซื้อขายหุ้นรสาฯ ย้อนหลัง พร้อมขอข้อมูลจากโบรกเกอร์ เหตุราคาพุ่งก่อนแจงข้อมูลเทกโอเวอร์
แหล่งข่าวระดับสูงตลาดหลักทรัพย์กล่าวว่าตลาดหลักทรัพย์ได้ดำเนินการให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบการซื้อขายย้อนหลังของหุ้นบริษัท รสา พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ (RASA) เนื่องจากที่ผ่านมาการเคลื่อนไหวราคาหุ้นพบว่ามีพฤติกรรมที่ผิดไปจากสภาพปกติ และได้ติดต่อขอข้อมูลการซื้อขายจากโบรกเกอร์ เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาการซื้อขาย อย่างไรก็ตาม การที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นแรงต่อเนื่อง เพราะมีนักลงทุนรายย่อยได้เข้าไปผสมโรงร่วมเก็งกำไรจำนวนมาก ราคาจึงปรับตัวขึ้นแรง
"การตรวจสอบการซื้อขายหุ้นรสาถือว่าเป็นการตรวจสอบในระดับปกติ เมื่อราคาหุ้นร้อนแรงและมีพฤติกรรมการซื้อขายที่แตกต่างจากสภาพปกติ เจ้าหน้าที่ตลาดหลักทรัพย์ก็ต้องเข้าไปตรวจสอบ ส่วนผลจะออกมาอย่างไร ยังไม่สามารถเปิดเผยได้เพราะเป็นการทำงานตามขั้นตอนของตลาดหลักทรัพย์ อย่างไรก็ตาม มาตรการดูแลแรงเก็งกำไรเบื้องต้นคือ การประกาศให้หุ้นรสาซื้อขายในบัญชีเงินสด เนื่องจากที่ผ่านมาเข้าเกณฑ์เทิร์นโอเวอร์ลีส"
ทั้งนี้ตลาดหลักทรัพย์ได้สั่งให้หุ้นรสา ติดบัญชี Cash Balance ต้องวางเงินสดเต็มจำนวนก่อนซื้อ ตั้งแต่ 21 เม.ย.-30 พ.ค. 57 ขณะที่บริษัท ได้รายงานตลาดว่าจะมีการเพิ่มทุน 4,162.35 หุ้น เพื่อเปิดทางให้กลุ่มสิงห์เข้า Backdoor โดยการแลกหุ้นกับ 2 บริษัทฯ ในกลุ่ม ได้แก่ บริษัทเอส ไบร์ทฟิวเจอร์ และ บริษัทสันติบุรี ก่อนควบกิจการเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท สิงห์ เอสเตท โดยหุ้นเพิ่มทุนมีราคา 1.87 บาท และกลุ่มสิงห์จะทำเทนเดอร์ ออฟเฟอร์ที่ระดับราคาดังกล่าวเช่นกัน
ขณะเดียวกันตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) รายงานว่าตลาดได้ขอให้ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ (SENA) ชี้แจงสาเหตุที่บริษัทแก้ไขอัตราการจ่ายเงินปันผลจากเดิมที่ประกาศว่าจะจ่าย เงินปันผลงวดครึ่งปีหลังในอัตราหุ้นละ 0.151 บาท เป็นอัตราหุ้นละ 0.103 บาทคิดเป็นจ่ายเงินปันผลลดลงหุ้นละ 31.79% และสาเหตุที่บริษัทเพิ่งแจ้งแก้ไขข้อผิดพลาดในวันที่ 18 เม.ย. 2557 ทั้งที่คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติเรื่องดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 26 ก.พ. 2557 โดยให้ SENA ชี้แจงต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในวันที่ 23 เม.ย. 2557 และขอให้ผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนศึกษาข้อมูลอัตราการจ่ายเงินปันผลของบริษัทด้วยความระมัดระวัง เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน โดยข้อมูลที่ให้ชี้แจงดังนี้
1.สาเหตุที่บริษัทมีการแก้ไขอัตราการจ่ายเงินปันผลจากเดิมที่ประกาศว่าจะจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งปีหลังในอัตราหุ้นละ 0.151 บาท เหลือเพียงจ่ายในอัตราหุ้นละ 0.103 บาท หรือจ่ายลดลงหุ้นละ 0.048 บาทคิดเป็นลดลงหุ้นละ 31.79 % 2.เหตุใดบริษัทจึงเพิ่งพบข้อผิดพลาดและแจ้งแก้ไขอัตราการจ่ายเงินปันผลดังกล่าวต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ และผู้ลงทุนทั่วไปในวันที่ 18 เม.ย. 2557 เวลา 18.20 น. ทั้งๆ ที่ คณะกรรมการบริษัทได้มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2556 ตั้งแต่วันที่ 26 ก.พ.2557 3.ความเห็นของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการตรวจสอบของบริษัทเกี่ยวกับการแจ้งข้อมูลการจ่ายเงินปันผลครึ่งปีหลังที่ผิดพลาดดังกล่าว และแนวทางป้องกันมิให้เกิดปัญหาดังกล่าวในอนาคต
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอเรียนว่า ข้อมูลเกี่ยวกับอัตราการจ่ายเงินปันผล เป็นข้อมูลสำคัญที่มีผลกระทบต่อการตัดสินใจลงทุนของผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนทั่วไป ซึ่งบริษัทควรใช้ความระมัดระวังในการเปิดเผยข้อมูลสำคัญดังกล่าวต่อผู้ถือหุ้น และผู้ลงทุนทั่วไปตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงขอให้บริษัทเสนาฯชี้แจงข้อมูลดังกล่าวภายในวันที่ 23 เม.ย.2557 และขอให้ผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับอัตราการจ่ายเงินปันผลของบริษัทด้วยความระมัดระวังเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุนต่อไป
นักวิเคราะห์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) กล่าวว่า ฝ่ายวิจัยแนะนำการลงทุนในหุ้นรสา โดยนักลงทุนควรระมัดระวังการเข้าเก็งกำไร RASA เพราะให้ส่วนเพิ่ม (premium) กับบริษัทขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงในแวดวงธุรกิจเข้ามาร่วมลงทุน เช่นเดียวกับกรณีของบริษัท ยูนิ เวนเจอร์ (UV)บริษัทแผ่นดินทอง (GOLD ) และบริษัทเบอร์ลี่ยุคเกอร์ (BJC) ที่มีกลุ่มสิริวัฒนภักดี เข้ามาถือหุ้น แต่ในที่สุดผลการดำเนินงานและการประเมินมูลค่าหุ้น ไม่ได้เกิดขึ้นเร็วและถูกอย่างที่คิด ในที่สุดราคาหุ้นได้ปรับตัวลงมา ก็จะเกิดขาดทุนได้
อีกทั้งอย่าลืมว่าธุรกิจที่บริษัทกลุ่มคุณ เจริญและกลุ่มสิงห์ฯเป็นผู้นำคือ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และน้ำดื่มไม่ใช่อสังหาริมทรัพย์ สำหรับโครงการอื่นๆ ที่จะตามมาหลังการควบรวม ยกเว้นที่กล่าวข้างต้นจะให้รายได้ในระยะยาว คือปี 60 ขึ้นไป และมีความเสี่ยงว่าจะเกิดโครงการนี้หรือไม่ เช่น การพัฒนาอาคารสำนักงาน เซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ บ้านจัดสรรระดับราคาสูง รวมทั้งยังต้องใช้เงินลงทุนอีกมาก ส่วนการให้สิทธิกับบริษัทในการซื้อสินทรัพย์โรงแรมหรือโครงการสินทรัพย์ของคุณสันติ ภิรมย์ภักดีก่อน ตามข้อมูลคือ บริษัท บ่อผุดพร็อพเพอร์ตี้ แอนด์ รีสอร์ท ซึ่งทำธุรกิจโรงแรมที่จะพัฒนาต่อไป








